“กำแพงเบอร์ลิน” พังทลายรวมชาติเยอรมนีเป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันตก พ่ายแพ้โลกเสรีประชาธิปไตย “กำแพงเมืองจีน” ยังคงแกร่งตระหง่านมานับพันปี พาดผ่านแผ่นดินมังกร ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กุมสภาพอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภาพของ “กำแพง” ในบริบทการเมืองการปกครองแต่ละชาติที่แตกต่าง ว่ากันด้วยเรื่อง “กำแพง” จริงๆที่ตั้งอยู่ในซีกโลกเสรีประชาธิปไตย กับอีกปีกของโลกฝั่งเผด็จการ ใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ในจุดที่ “กำแพง” ถูกฉายเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ตามฟอร์มนักการเมืองไทยแลนด์แดนตะวันออกไกล กำลังเปิดฉากประชันความคิดกันอย่างแหลมคมอารมณ์เบิ้ลบลัฟกันซะมากกว่าจะลงลึกในความหมายสไตล์เกรียนคีย์บอร์ด เก็บตกทุกช็อต “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ลอยๆบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก”แต่ก็จับจังหวะอ่านไต๋ได้ พุ่งเป้าแหย่ยั่วเย้ากระเซ้า “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เพิ่งปี่แตก พูดเสียงสั่นเครือบนเวทีเสวนา “อนาคตไทยสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สารภาพสุดกดดัน เหนื่อยกับการสู้กับกำแพงมันเผาตัวเอง เอายังไงก็เอามันไม่ลง แล้วตอบกับประชาชนไม่ได้ จับความตามท้องเรื่อง เหมือนกระตุกแนวร่วมกองทัพส้มให้ยืนหยัดรวมพลังสู้กับผู้นำรัฐบาลถือตั๋วโปรฯพิเศษ ได้สิทธิชูธงนำขบวนอำนาจอนุรักษ์นิยมแม้จะโหมกระแสเต็มเหนี่ยวแล้ว ยังโค่นกระดานค่ายน้ำเงินไม่ลงก็ตามทีท้อได้ แต่อย่าถอย อารมณ์ประมาณนั้นเรื่องของเรื่อง หวังมาก ตั้งใจเกินไป ผิดหวังก็เลยแกว่งเป็นธรรมดา ทั้งๆที่ว่ากันตามคุณูปการ ด้วยพลังสีส้มที่เขย่าการเมืองไทยในห้วงเวลาไม่กี่ปี ลากสภาฯสู่มิติใหม่ จุดเทียนกลางพายุฝน เห็นแสงสว่างรำไรปลายอุโมงค์เท่านี้ก็ “เซาะกร่อน” กำแพงโบราณไปเยอะแล้วแต่นั่นก็ต้องเผื่อใจ เพราะคำว่า “เกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆ” มันกินความกว้างและลึกมาก กว่าที่การเมืองใหม่จะมาปรับเปลี่ยนได้วันนี้พรุ่งนี้ที่แน่ๆเกมแห่กระแสกับโลกแห่งความเป็นจริง ยังต้องแยกกันแบบที่เห็นตรงหน้า มหกรรมโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่เริ่มต้นด้วยปรากฏการณ์ “ระเบิดหลุมดำ” สะเทือนเลื่อนลั่นสนั่นเมืองกระแสสังคมไหลไปไกล ล็อกเป้านักการเมือง เล็งไอ้โม่งรัฐมนตรีแต่สรุปปิดกล่อง เอาผิดคดีอาญาและโทษทางวินัยได้แค่บิ๊กข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กับประชาชนที่ร่วมขบวนการทุจริต ติดร่างแห่โดนไล่ออกจากราชการแถมพ่วงโทษอาญามันสุดทางได้แค่นั้น เมื่อไม่มีการซัดทอดไปถึงไอ้โม่งใหญ่หรือถึงจะซัดทอด แต่ถ้าไม่มีหลักฐานชัดๆมัดตัวแน่นๆ ตามเหลี่ยมเขี้ยวของขาใหญ่การเมืองในกระทรวงที่มักสั่งการด้วยปากเปล่า ข้าราชการก็เสี่ยงโดนย้อนเกล็ดด้วยคดีหมิ่นประมาท โดนวิบากกรรมหนักทั้งขึ้นทั้งล่องของแบบนี้พูดเอามันออกสื่อได้ แต่ในทางกฎหมายคนละเรื่องเช่นเดียวกับปม “ฮั้ว สว.” ที่ค่ายส้ม พรรคประชาชน ทีมสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ แท็กทีม “ไอลอว์” แตะมือนักวิชาการฝ่ายต้านก๊วนเซราะกราว เปิดยุทธการ “เขย่าขวัญวันหยุด”ประจานหลักฐานเป็นชุด โยงถึงนายกฯและรัฐมนตรีภูมิใจไทย เปิดชื่อกันโต้งๆ แต่นั่นก็ต้องเสี่ยงกับการโดนไล่ฟ้องหมิ่นประมาทย้อนศร ถึงตอนพิสูจน์กันในศาลก็อาจคนละเรื่องเหมือน “ผี” ที่รู้สึกว่ามีจริง แต่แสดงให้เห็นจะจะไม่ได้ จำเลย ส่อเหนื่อยและที่สุดเลย ถ้าหาก กกต.ตัดจบเร็วตามเสียงเรียกร้องให้ส่งฟ้องศาลฎีกา ตามสำนวนสอบสวนที่ยื้ออยู่ในมือของ “แหวง เซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็คงไล่เบี้ยเอาผิดได้ในระดับ สว.ที่ร่วมขบวนการฮั้วกันเข้ามา โดนสอยหายไปกลุ่มละ 1-2 ราย ก็ไม่ได้สะเทือนอะไรกับ สว.สายน้ำเงินที่ตุนไว้นับร้อยเผลอๆไล่ดูรายชื่อ สว.สำรองที่จ่อรออยู่ก็ไม่พ้นเครือข่ายเขากระโดงอยู่ดีใครเป็น “ไหม” ก็ต้องเหนื่อยแหละ พุ่งชน “กำแพง” แบบไทยๆเมืองประชาธิปไตยคาบลูกคาบดอก โลกเสรีไม่เต็มใบ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม