หลายปีที่ผ่านมา Net Zero กลายเป็นวาระร่วมของโลก ทุกประเทศต่างประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่เอาเข้าจริงการลดคาร์บอนอย่างเดียวไม่พอ ตราบใดที่ผืนป่าหดหาย ระบบนิเวศเสื่อมโทรม และสิ่งมีชีวิตยังสูญหายไปทุกวัน ความสมดุลของธรรมชาติก็ยากจะกลับคืนมา เทรนด์ใหม่จึงเดินไปสู่แนวคิด Nature Positive หรือธรรมชาติเชิงบวก ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งกว่า Climate Change เพราะไม่ได้พูดถึงแค่การลดผลกระทบ แต่มุ่งฟื้นคืนให้ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม เพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษาความหลากหลายของพืชและสัตว์ พร้อมทำเศรษฐกิจเติบโตไปกับฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงผู้คนสำหรับคนไทย คำว่า Nature Positive อาจฟังดูใหม่ แต่แนวทางการทำงานเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ทำงานบนหลักคิดนี้มาต่อเนื่องตลอด 19 ปีแล้ว โดยงานแต่ละส่วนค่อยๆต่อกันเป็นภาพใหญ่เหมือนจิ๊กซอว์ เริ่มจากการรู้จักตัวเอง ด้วยการสำรวจและจัดทำบัญชีทรัพยากรชีวภาพของประเทศ ทั้งพืช สัตว์ จุลินทรีย์ สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่น ฐานข้อมูลที่สะสมมาประมาณ 18,600 รายการ ได้กลายเป็นรากฐานของงานวิจัยและการอนุรักษ์จากนั้นงานก็เคลื่อนลงสู่พื้นที่จริง ผ่าน Community BioBank ที่ให้ชุมชนร่วมเก็บรักษาพันธุกรรมพืชและสายพันธุ์ท้องถิ่นด้วยตนเอง องค์ความรู้ที่เคยกระจัดกระจายถูกรวบรวมและคืนกลับเป็นสมบัติของชุมชน ก่อนถูกส่งต่อในวงกว้างผ่าน Biodiversity Digital Library ห้องสมุดออนไลน์ที่รวมหนังสือ บทความ และสื่อการเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เปิดทางให้นักเรียน นักวิจัย และคนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นก้าวต่อไปคือ การแปรความรู้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลผลิตชุมชนที่เคยขายแค่ในพื้นที่ ได้รับการพัฒนาคุณภาพและอัตลักษณ์ ต่อยอดสู่ตลาดกว้างขึ้นผ่าน BIOVALUE by BEDO ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับเครื่องหมาย BIO ECONOMY ที่การันตีว่าสินค้ามาจากทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นจริง รวมถึงการสนับสนุนสินค้า GI ที่ยกระดับสินค้าประจำถิ่นทั้งด้านคุณภาพและเรื่องราวเบื้องหลังพร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับ การสร้างคน ผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชีวภาพระดับชุมชน 12 แห่งทั่วภูมิภาคของประเทศ และสร้างเครือข่ายให้เยาวชน BioGang ลงมือสำรวจทรัพยากรท้องถิ่นของตนเอง ตั้งแต่พรรณไม้ไปจนถึงระบบนิเวศใกล้บ้าน มีกิจกรรมป่าครอบครัวที่ชวนประชาชนมองพื้นที่สีเขียวในที่ดินตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เสริมความมั่นคงทางอาหาร และเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ในอนาคตทุกภารกิจถูกร้อยเรียงภายใต้กรอบ ACT–D : Move from Awareness to Action ที่ผลักดันเชื่อมความตระหนักรู้เข้าสู่การลงมือปฏิบัติ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมดูแลความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อ Nature Positive กลายเป็นเป้าหมายร่วมของโลก สิ่งที่ BEDO สั่งสมมาเกือบ 2 ทศวรรษจึงเป็นทุนสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวทันทิศทางโลกได้ อีกทั้งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ลำพัง BEDO เพียงหน่วยงานเดียวคงไม่พอ รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนจริงจัง ทั้งจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้ทำงานต่อเนื่องระยะยาว ผลักดันมาตรการจูงใจทางภาษีให้ธุรกิจนำ Nature Positive ไปใช้จริง บรรจุตัวชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพในแผนพัฒนาชาติควบคู่เป้าหมาย Net Zero และเปิดทางให้สินค้าฐานชีวภาพของชุมชนเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น เพื่อให้การอนุรักษ์กับการสร้างรายได้เดินไปด้วยกันทุกประเทศทุกอุตสาหกรรมเคยปรับตัวอย่างหนักให้เข้ากับมาตรการภาษีคาร์บอน วันนี้เราจึงควรเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อรับมือกำแพงภาษีด้านความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม