“นายกฯอนุทิน” คิกออฟเปิด กระหึ่ม งาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ปี 2569” เทิดพระเกียรติ “พระพันปีหลวง” พร้อมปลุกพลังคนไทยใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช็อปอุดหนุนของดีชุมชน หวังกระจายรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยปีนี้ถือเป็นการจัดใหญ่ฉีกกฎเดิม ผุด 4 โซนใหม่ดึงดูดวัยรุ่น ทั้ง “OTOP มูเตลู” เอาใจสายมู และ “OTOP Spirits Tasting” ชิมสุราชุมชนสุดพรีเมียม กระทรวงมหาดไทยชวนเดินสายชม ชิม ช็อป ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 ส.ค.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีที่เวทีกลาง ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาคี และพรีเซนเตอร์งาน น.ส.พิมประภา ตั้งประภาพร ตลอดจนผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนจำนวนมาก ร่วมในพิธี พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มหาดไทย เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงานพิธีเปิดเริ่มต้นด้วยช่วงแห่งการถวายความอาลัย ก่อนเข้าสู่การแสดงอันงดงามผ่านบทเพลง “สายใยแผ่นดิน” ถ่ายทอดด้วยเสียงขับร้อง ประกอบการบรรเลง โดยวงดุริยางค์เยาวชนในพระอุปถัมภ์ฯ ในการแสดงที่มีชื่อว่า “จากผืนดิน ผ่านผืนผ้า สู่ผืนฟ้าแห่งสากล” สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความหมายและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยเนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงพระเมตตาที่ทรงเปลี่ยนสิ่งธรรมดา ให้กลายเป็นงานศิลป์อันทรงคุณค่า ขณะเดียวกัน ภาพของเยาวชนที่ร่วมถ่ายทอดบทเพลง ยังสะท้อนถึงการส่งต่อสายใยแห่งภูมิปัญญาและความเป็นไทยจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อไปจากนั้น นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ OTOP ในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอด พัฒนาคุณภาพ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น เพราะ OTOP ไม่ใช่เพียงการซื้อขายสินค้า แต่เป็นการแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยและเป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่สามารถต่อยอดเป็นทุนทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส มาใช้เลือกซื้อสินค้า OTOP จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายในงาน เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และส่งต่อรายได้ไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนโดยตรง โดยทุกการจับจ่าย ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคได้สินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า แต่ยังเป็นการร่วมกันอุดหนุนของดีชุมชน ช่วยคนไทย สร้างรายได้ให้ชุมชนไทยและทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการสืบสาน ต่อยอด และเปล่งประกายไปได้ไกลยิ่งขึ้นภายในงาน นอกจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการได้นำสินค้ามาแสดงและจำหน่ายอย่างหลากหลายแล้ว ความพิเศษของการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ในปีนี้ ที่ต่างจากปีที่ผ่านมา คือ 4 โซนใหม่ ที่เปิดมุมมองสินค้า OTOP ให้กว้างและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ได้แก่ OTOP มูเตลู นำความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ OTOP Craft & Design ยกระดับงานหัตถกรรมและจักสานด้วยการออกแบบ OTOP Luxury นำเสนอเครื่องประดับและงานฝีมือระดับพรีเมียม และ OTOP Spirits Tasting เปิดพื้นที่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้สร้างประสบการณ์และโอกาสทางการตลาดใหม่นอกจากนี้ยังมี OTOP Next พื้นที่ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของ OTOP ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การตลาด เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงภูมิปัญญาจากต่างชุมชน เพื่อทำให้ของดีท้องถิ่นสามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ และเรื่องราวของชุมชนไว้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของงานที่ต้องการเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วม ชม ชิม ช็อป และสัมผัสคุณค่าภูมิปัญญาไทย จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการทั่วประเทศในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 สิงหาคม ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่