“พระองค์ทรงย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็นอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เมื่อปี 2558 เป็นที่ทราบดีในหมู่พนักงานอัยการว่าเป็นกองคดีที่รับคดีใหญ่ และเป็นคดียาเสพติดรายสำคัญรายใหญ่”คำบอกเล่า ดร.ภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล ผอ.สำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด และ ร.ต.ท.หญิงจิตติมา กำธรวิวรรธน์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานยุทธศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุดผู้ที่เคยทำงานใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็น “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ทำงาน “ปิดทองหลังพระ” คดียาเสพติดหลายคดีสำคัญชื่นชมพระปรีชาสามารถวางรูปแบบคดียาเสพติด ก่อนหน้าคดียาเสพติดขยายผลถึงระดับสั่งการเป็นไปได้ยาก เนื่องจากผู้บังคับใช้กฎหมายติดรูปแบบว่าจะต้องยึดของกลางได้ในสำนวนคดีจึงสามารถดำเนินคดีได้ผู้ร่วมกระทำผิดระดับสั่งการหรือเจ้าของยาเสพติดที่จับกุมไม่ได้พร้อมของกลางยาเสพติด มักไม่ได้ถูกดำเนินคดีหรือถูกดำเนินคดี แต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยเพราะตำรวจขาดประจักษ์พยานทรงขอย้ายเข้ามาเป็นพนักงานอัยการคดียาเสพติด ทรงอยากแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่ต้นตอ ทรงศึกษารูปแบบฟ้องคดีเดิมเห็นว่าหากฟ้องคดีแบบเดิม ยึดติดกับยาเสพติดของกลางจะได้ผลลัพธ์ในคดีแบบเดิมพระองค์ท่านทรงศึกษา วิเคราะห์ กำหนดรูปแบบ “การฟ้องคดีแบบใหม่” ไม่ยึดติดของกลางคดี แต่บรรยายฟ้องให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำธุรกรรมการเงิน ติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงผลประโยชน์ที่ผู้ต้องหาได้รับร่างคำฟ้องรูปแบบใหม่นำไปใช้ได้จริงและเห็นผล.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม