จุดกระแสชาตินิยมนำการเมือง การทหาร ไม่มีนโยบายต่างประเทศเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง และยุทธศาสตร์การทหาร พยายามส่งสัญญาณถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง หลังยกเลิก MOU 44 ล่าสุดตัดสินใจ ทำจดหมายเปิดผนึก 5 ฉบับถึงนายกฯ เริ่มตั้งแต่ปัญหาแผนที่ปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาทางบก-ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลและ MOU 44-บทเรียนพื้นที่ปราสาทพระวิหาร-การจัดวางตัวบุคคลในคณะกรรมการ JBC-ปรัชญาศาลโลกและคำเตือนสำหรับปี 69พร้อมย้ำหัวหมุด “เกาะกูดเป็นของสยาม”ไม่มีเหตุผลไปถกกันว่าเป็นของสยามหรือไม่ แต่ถือเป็นประเด็นใหญ่ ต้องยอมรับว่าคนไม่เข้าใจ ตาม MOU 44 เส้นที่ลากมาแล้วก็อ้อมข้างล่างเกาะกูด “เส้นไม่ได้ผ่าเกาะกูด”ข้อดี MOU 44 ที่ใหญ่ที่สุด คือถ้าเกิดข้อพิพาทตั้งกรอบชัดๆ “คุยสองฝ่าย” เป็นจุดยืนของไทยมาตลอดว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา ปัญหาไทยกับเพื่อนบ้าน ไทยอยากคุยเป็นแบบทวิภาคี พอไทยเลิก MOU 44 เท่ากับ “รื้อกลไกสองฝ่ายทิ้ง” อีกทั้งยังบังคับให้ “สำรวจทรัพยากร” คู่ขนาน “เส้นเขตแดนทะเล”“แต่น่าประหลาดใจคนที่พูดว่าเกาะกูดไม่ใช่ของสยามกลับเป็นบรรดาปีกขวาจัด “ชาตินิยมสุดโต่ง” ที่ยังตั้งสมมติฐานในอีกหลายเรื่องทั้งเคลื่อนปม MOU 43–44 ว่าข้อมูลผิด แผนที่ มาตราส่วนแผนที่ก็ผิด โดยรับเอาข้อมูลที่ไม่เป็นจริงมาสร้างเป็นจินตนาการของตัวเองปัญหาใหญ่อยู่ที่นายกฯ ไม่แน่ใจใครเป็นคนบรีฟข้อมูลเส้นเขตแดน ในวันนี้มีรองนายกฯ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นคนใกล้ตัวที่สุดไม่เคยเห็นท่าทีคัดค้าน MOU ทั้งที่น่าจะเป็นคนที่สนับสนุน MOU จะบอกว่ากรมสนธิสัญญา กต.ไม่รู้เรื่อง MOU ผมว่าคือรายการโกหกทั้งเพสิ่งที่เกิดขึ้นอยากถามคุณสีหศักดิ์ ได้มีโอกาสนำเรียนนายกฯหรือไม่ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”นับจากนี้การสำรวจทรัพยากรทำได้โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเส้นเขตแดนทางทะเลหรือไม่ ทาง กต.ประสานเสียงกลุ่มปีกขวาจัด “ต้องขีดเส้นแดนทางทะเลก่อนถึงสำรวจได้”ถึงอยากล้ม MOU 44 ถือว่า กรมสนธิสัญญา กต. และกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เป็นหนึ่งในจำเลยใหญ่ MOU 44ที่ผ่านมากองทัพเรือไม่กล้าพูด น้ำท่วมปาก ละเลยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ขอตั้งข้อสังเกตว่ากำลังของบประมาณเพื่อซื้อเรือฟรีเกตหรือไม่ที่ผ่านมาการปลุกกระแสในระยะสั้นจนชนะได้เป็นรัฐบาล แต่หลังชนะต้องคิดถึงความสัมพันธ์กับกัมพูชา อย่าไปหวังจุดกระแสเป็นคะแนนเสียงรัฐบาลให้อยู่นานๆ ถ้าเอากระแสเป็นตัวนำอยู่มันได้ความสะใจบนข้อมูลที่พูดกันในหลายเรื่องที่ไม่ตรงปกรัฐบาลไทยถึงเวลาต้องคิดนโยบายต่างประเทศโดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง ถ้าใช้ข้อมูลที่ไม่จริง ไทยจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งใช้ข้อมูลที่เป็นจริง ถึงได้เปรียบโดยเงื่อนไขของตัวข้อมูลเหมือนปี 2505 รัฐบาลไทยขึ้นศาลโลกรอบแรก แนบแผนที่ที่ใต้แผนระบุว่าเป็นแผนที่ที่ผู้เชี่ยวชาญไทยทำขึ้น แปลว่าเป็นแผนที่ใหม่ แต่รัฐบาลกัมพูชายื่นแผนที่ที่เป็น “แผนที่ปักปัน” หรือ “แผนที่แนบท้ายสนธิสัญญา”หลักฐานทางประวัติศาสตร์คำว่า “แผนที่ปักปัน” พ่วงอยู่กับสนธิสัญญา 3 ฉบับ ที่รัชกาลที่ 5 ได้รับการให้สัตยาบันร่วมกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฉะนั้นแผนที่มีมาตราส่วนเท่าไหร่ ไม่มีนัยสำคัญ เพราะในข้อพิพาทเส้นเขตแดนแผนที่มีฉบับเดียว คือ “แผนที่ปักปัน”แต่ไม่เข้าใจทำไมกลุ่มขวาจัดหรือคนรุ่นหลัง ไปดึงเอาแผนที่ทหารที่บังเอิญมีมาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ในแผนที่นี้สยามในปัจจุบันได้เปรียบ ก็อ้างอิงอยู่กับแผนที่นี้ แต่แผนที่นี้ระบุในตัวของเขาเอง ไม่อนุญาตให้ใช้ในการทำเส้นเขตแดนระหว่างประเทศถ้าไปสู้บนศาลโลกก็ถูกตีตกตั้งแต่ต้น เพราะเป็นหลักฐานปักปันไม่ได้เหมือนในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ยื่นต่อศาลโลกก็แพ้ รวมถึงศาลโลกชี้ปี 56 ตามคำอุทธรณ์ของรัฐบาลกัมพูชา วันนี้รัฐบาลไทยกล้าเปิดคำตัดสินเพื่อชี้แนวหรือไม่ แนวนี้เกินกว่าแนวที่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ลากเส้นในปี 05 หรือไม่ ถ้าเกินแปลว่า เกิดการเสียดินแดนต่อให้ยกเลิก MOU43 แต่ยกเลิก“แผนที่ปักปัน”ไม่ได้เพราะถูกล็อกโดยสนธิสัญญา 3 ฉบับ ขอให้คนรุ่นหลังต้องทำความเข้าใจ แม้ปีกขวาจัดตีโต้อย่างไร แต่คำตีโต้ไม่มีน้ำหนัก และผิดข้อเท็จจริงปกติกรมสนธิสัญญา กต. และกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ต้องยืนยันถึง MOU 44 มีประโยชน์ ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บอกว่าใช่ เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง กรณี MOU 43 พอรับรู้ได้ว่ากองทัพบกยัน เพราะรู้ว่า 11 ระวางของเส้นเขตแดนจาก จ.เชียงราย ลากยาวถึง จ.ตราดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่ขอลงลึกในรายละเอียดทั้งหมดปกติหน่วยงานเหล่านี้จะรายงานที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือมีอะไรที่มีผลประโยชน์ ถึงพยายามฉีกการพัฒนาแยกจากการสำรวจเขตแดนทางทะเล ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บอกว่า เมื่อรัฐบาลตั้งธงโดยฟังจากคำพูดของนายกฯ ระหว่างหาเสียงเลือกตั้งเสนอล้ม MOU 43-44 ผ่านทำประชามติ พร้อมปลุกกระแสชาตินิยมตกลงนายกฯเดินไปทิศทางเดียวกับกลุ่มขวาจัด ไม่แน่ใจนายกฯรับฟังข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน ทำไมกรมสนธิสัญญาและกรมอุทกศาสตร์ถึงไม่ยืนยันข้อมูล พอนายกฯปักธงแล้ว ผบ.ทร. และรมว.กต. ควรมีความรับผิดชอบมากกว่า หรือเพียงห่วงตำแหน่งจำเป็นต้องเล่นไปกับกระแสตามที่นายกฯปักธง“คุณสีหศักดิ์ ในฐานะปลัด กต. ที่ทำงานอยู่กับอาจารย์สุรเกียรติ เสถียรไทย อดีต รมว.กต. ไม่เคยเห็นท่าทีต่อต้าน MOU 2 ฉบับวันนี้เป็น รมว.กต.โชว์ไม่เอา MOU พร้อมอธิบาย MOU ไม่ดีอย่างไร ทำไมวันที่เป็นปลัด กต.ไม่เสนอทำเรื่องล้ม MOU ถ้าคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ เมื่อเป็นแบบนี้แสดงว่า กต.เป็นลิเกคณะหนึ่ง”ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังเดินตามเกมรัฐบาลกัมพูชาหลังยกเลิก MOU 44 สะท้อนให้เห็นท่าทีรัฐไทยอย่างไร ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บอกว่า ทั้งหมดเอากระแสเป็นเข็มทิศนำทาง ไม่ใช่นโยบายต่างประเทศ ขอให้ยอมรับว่า คดีเส้นเขตแดนไทยแพ้กัมพูชามา 2 รอบ ในปี 05 และปี 56 ไม่อยากเห็นไทยขึ้นศาลโลกรอบที่ 3ขอฟันธงขึ้นศาลโลกรอบ 3 ไทยแพ้กัมพูชาอีกเพราะเงื่อนไขกฎหมายไม่เอื้อต่อไทย ไทยไม่ยอมทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสนธิ สัญญา คำตัดสินศาลโลกปี 05 โดยเฉพาะศาลโลกมองเส้นเขตแดนต้องไม่ใช่สาเหตุของสงครามระหว่างรัฐเพื่อนบ้านไทยสู้ด้วยกระแสและจินตนาการที่เราสร้าง เชื่อว่าไทยมีพลังอำนาจมากกว่ากัมพูชา โดยเฉพาะมีกองทัพที่ใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า ขอให้ดูรัสเซียใหญ่กว่ายูเครน 5 ปียังไม่จบ รัสเซียสูญเสียไม่น้อยรวมถึงเศรษฐกิจด้วย อิหร่านกับสหรัฐฯ ทำไมสหรัฐฯชนะไม่ได้ ทั้งหมดเป็นพลวัตสงครามศตวรรษที่ 21 รัฐใหญ่จะไม่ชนะรัฐเล็กขอเตือนอย่าคิดทำนโยบายพึ่งพลังอำนาจทหาร รบแค่พอหอมปากหอมคอแล้วต้องหยุดปลุกกระแสชาตินิยม ถ้าไม่ลงไทยจะอยู่กับเพื่อนบ้านอย่างไรหลังยกเลิก MOU 44 สะท้อนถึงไทยชนะศึก แต่กำลังพ่ายแพ้สงคราม ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บอกว่า รัฐบาลไทยชนะกระแสชาตินิยมในบ้าน แต่ไม่ชนะกระแสนอกบ้านขอให้ยอมรับว่าเราต้องแปลงชัยชนะทางยุทธวิธีในการรบที่ไม่เป็นผลหรือชนะทางยุทธศาสตร์จริง ต่อให้มีสงครามรอบที่ 3 ก็ไม่มีชัยชนะทางยุทธศาสตร์ เพราะไม่ได้อยู่ที่เงื่อนไขของพลังอำนาจทหารสุดท้ายชัยชนะทางยุทธศาสตร์อยู่ที่เงื่อนไขระหว่างประเทศแต่รัฐบาลไทยอ่อนหัดมาก โดย รมว.กต.เดินตามเกมกัมพูชาข้อดีมีอย่างเดียว นายกรัฐมนตรีไทยไม่บ้าจี้ยกเลิก MOU 43โดยมีคนที่ยันเอาไว้มากที่สุด ขออนุญาตให้เครดิต ผบ.ทบ.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม