“รักชนก” ลุย สตง.เกาะติดทวง ถามตรวจสอบเหตุตึกถล่ม-สร้างตึก สตจ.หลายจังหวัดทิ้งร้าง ปิดห้อง คุยผู้บริหาร สตง. 3 ชั่วโมง ไล่บี้ผู้รับเหมาทิ้งงาน “มณเฑียร” โอดมีปัญหาติดขัดข้อกฎหมาย หลังขอ งบฯไปเจอวิกฤติโควิด-19 ผู้รับเหมาสะดุด เลิกจ้างรายใหม่ทันทีไม่ได้ ต้องเข้ากระบวนการบอกเลิก แถมของบฯปี 70 ไปรัฐบาลขอลดงบฯก่อสร้าง “ไอซ์” บี้ “ไชยชนก” จ่ายค่าปรับพับ TH-AI Passport แฉขนคนขึ้นรถตู้จัดเวทีฟอกขาวโครงการ “ธีระชาติ” หยันติดกระดุมผิดส่อทุจริต ยกแอปพลิเคชัน AI ของ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ลักษณะเดียวกันใช้งบฯแค่ 2.4 ล้านบาท ศาลตัดสิทธิ เลือกตั้งน้องสาว “ซาเล้ง” ตลอดชีวิตพรรคประชาชน (ปชน.) ขยายผลติดตามตรวจสอบโครงการส่อทุจริต ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ นำทีมไปติดตามการก่อสร้างอาคารของสำนักงาน สตง.ทั่วประเทศที่ถูกทิ้งร้างและทวงถามความคืบหน้าการสืบสวนกรณีตึก สตง.ถล่ม“ไอซ์” นำทีมกัดติดตรวจสอบ สตง.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ พร้อมนายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน และทีมนโยบายดิจิทัลพรรค ปชน.ยกคณะเข้าติดตามโครงการก่อสร้างอาคารของสำนักงาน สตง.ทั่วประเทศ และความคืบหน้าการสืบสวนกรณีตึก สตง.ถล่ม ก่อนเข้าร่วมประชุมกับ สตง. น.ส.รักชนกกล่าวว่า มาติดตามประเด็นสำนักงาน สตง.แต่ละแห่งทั่วประเทศถูกทิ้งร้าง ทั้งที่ยังสร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมาทิ้งงาน ประเด็นที่สองติดตามสอบถามความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอาคาร สตง.ถล่ม สิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษคือการสืบสวนสอบสวนเล่มสมบูรณ์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นเอกสารตีลับ ในฐานะ กมธ.ติดตามงบประมาณอยากได้ความร่วมมือให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าเดิม นอกจากนี้คงได้ติดตามความคืบหน้าการเยียวยาทั้งชาวไทยและแรงงานชาวต่างชาติเป็นอย่างไรถก 3 ชม.บี้ถามปมผู้รับเหมาทิ้งงานต่อมา น.ส.รักชนกแถลงภายหลังการหารือกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกว่า 3 ชั่วโมง ในประเด็นเกี่ยวกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด หรือ สตจ. ที่สร้างหลายจังหวัด แต่บางจังหวัดถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จว่าได้ทราบความคืบหน้าว่าแต่ละสถานที่จะบริหารจัดการอย่างไรต่อไป สตง.ขอความร่วมมือจากสภาฯว่างบฯปี 2570 ขอพิจารณาด้วยเหตุผล อีกประเด็นความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ขณะที่อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีปัญหาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อาจปี 2571 ที่จะตั้งงบฯเข้ามาเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะติดขัดว่าปีนี้รัฐบาลมีนโยบายลดงบฯสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ สตง.ยังไม่ได้ยื่นคำขอส่วนนี้ ทั้งที่ถูกตั้งคำถาม สตง.จังหวัดพะเยา นครนายก ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือมีปัญหา ทราบข้อมูลล่าสุดว่าที่ จ.นครนายก เสร็จสิ้นแล้ว เปิดใช้งานแล้ว ที่ จ.พะเยา มีช่วงแรกที่เกิดปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่สองเกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานน้ำมัน ทำให้การได้มาซึ่งผู้รับเหมา ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเลิกสัญญาร่วมถอดบทเรียนเหตุตึกถล่มน.ส.รักชนกกล่าวว่า ผู้ว่าการ สตง.ยืนยันไม่ว่าใครใน สตง.ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุ หรือไม่ได้ปกป้องเมื่อมีการส่งเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. หรือกระบวนการใด ยินดีให้ความร่วมมือ ได้มีการถอดบทเรียนเรื่องอาคารขนาดใหญ่ถล่ม และได้เสนอต่อคณะ กมธ.ติดตามงบฯ เพื่อทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ และผู้รับจ้างควรมีวิชาชีพที่สูงกว่าปกติ และคนรับผิดชอบต้องมีมาตรฐานสูงกว่าปกติ สตง.ให้ข้อมูลเบื้องต้นต่อ กมธ.แล้ว ส่วนเอกสารที่จะเสนอกรมบัญชีกลางจะนำส่งต่อให้ กมธ.ร่วมผลักดัน“มณเฑียร” แจงข้อติดขัดทาง ก.ม.ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า อาคารสำนักงานจังหวัดของ สตง. ได้ของบฯไป ที่ผ่านมาเผชิญปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้กระทบเฉพาะ สตง.เท่านั้น แต่ส่วนราชการทั้งหมดได้รับผลกระทบ เมื่อพ้นสถานการณ์จะกลับมาดำเนินการ ตัวผู้รับงานเกิดปัญหา ลูกจ้างไม่สามารถเข้าทำงานก่อสร้างได้ ขณะนี้เหลือเฉพาะ จ.พะเยา ที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะดำเนินการได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการของข้าราชการไม่สามารถบอกเลิกแล้วจ้างผู้จ้างรายใหม่ได้ทันที แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบอกเลิกตามกฎหมาย การก่อสร้างตึกที่ภูตาหลวง จ.ชลบุรี มีปัญหาข้อกฎหมายต้องเพิกถอนโดยใช้เวลา และต้องให้ได้เป็นพื้นที่ของหน่วยงานก่อนถึงจะของบฯ ได้ เพิ่งได้เพิกถอนที่เป็นของ สตง.เมื่อปี 68 ตั้งเป้าจะของบฯปี 70 ก่อสร้าง แต่รัฐบาลขอความร่วมมือลดงบฯก่อสร้าง จึงยังไม่สามารถของบฯได้สตง.เป็นโจทก์ร่วมเข้าถึงสำนวนคดีนายมณเฑียรกล่าวถึงเรื่องการสร้างตึก สตง.ใหม่ว่ารัฐบาลตั้งคณะตรวจสอบฯ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคทั้งหมด และสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิศวกรรม และสภาวิชาชีพเป็นกรรมการตรวจสอบ ได้มีการแถลงผลการตรวจสอบแล้ว โดยนายกฯและโฆษกรัฐบาล เมื่อ 30 มิ.ย.68 คือการก่อสร้างผิดแบบ การออกแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักการ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน มีการเรียกสอบสาเหตุตึกถล่มว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทั้ง สตง.และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงมีใครประมาทร่วมหรือไม่ ตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังอัยการ ฟ้องเฉพาะผู้มีวิชาชีพคือบริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ก่อก่อสร้าง บริษัทผู้ควบคุมงาน ฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้วส่งอัยการ ศาลประทับรับฟ้อง และเมื่อ 2 มิ.ย.ไต่สวนปากแรกแล้ว นี่คือผลสอบของรัฐบาลที่ออกมา และส่งให้พนักงานสอบ อัยการ ศาลดำเนินคดี ส่วนเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือผิดหรือไม่ มีคนไปร้องที่ DSI และส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. เพราะอำนาจอยู่ที่ ป.ป.ช.เรื่องนอมินีส่ง DSI ทำเรื่องส่งฟ้องศาลไปแล้วในสำนวนนอมินี สตง.ขอเอกสารต้องการได้สำนวนการสอบทั้งหมด แต่ได้รับแจ้งว่าเป็นสำนวนในคดี ไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ สตง.ได้ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในการพิจารณาของศาล จะได้รู้ข้อเท็จจริงในสำนวนคดี รายละเอียดทั้งหมดในสำนวนคดี ยังไม่ได้เอกสารขยี้ต่อหวังล้มเลิก TH–AI Passportจากนั้น น.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินหลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ธงที่ กมธ.ยึดมั่นคือต้องการให้มีการล้มเลิก ยุติและยกเลิกโครงการดังกล่าวทันที มีข้อเสนอแนะโดยตรงถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ผู้ออกนโยบายว่า เป็นอำนาจของฝ่ายการเมืองที่สามารถตัดสินใจและสั่งปลัดกระทรวงได้ว่าไม่ควรเดินหน้าต่อกับโครงการแบบนี้ ใช้วิธีพับโครงการแล้วจ่ายค่าปรับบางส่วนให้บริษัทเอกชน จากนั้นนำงบฯที่เหลือส่งคืนกลับเข้ากองทุน หากรัฐบาลตั้งใจจะดำเนินโครงการพัฒนา AI เพื่อประเทศจริง ควรถอนโครงการนี้ออกจากงบฯกองทุน แล้วนำเสนอเข้ามาในระบบงบฯปกติ เพื่อให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาฯอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แนวทางนี้จะสง่างามต่อตัวรัฐมนตรี สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือตลอดกระบวนการของเงิน 1,600 ล้านบาท พบความผิดปกติทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เข้าใจรัฐบาลยังฝืนเดินหน้าดันทุรัง โครงการนี้ต่อไปเพื่ออะไรแฉขนคนขึ้นรถตู้ ฟอกขาวโครงการน.ส.รักชนกกล่าวถึงความผิดปกติในเวทีเสวนาโครงการ TH-AI Passport ว่า บรรยากาศภายในงานมีลักษณะเกณฑ์คนมาร่วมงานเพื่อฟอกขาวโครงการ หลักฐานหลังจบงานพบว่ามีการเกณฑ์ผู้เข้าร่วมงานกลับขึ้นรถตู้ที่เหมามาด้วยกัน สังคมลองนำรายชื่อบุคคลที่นั่งตอบคำถามอยู่บนโพเดียมในงานวันนั้น ไปสืบค้นข้อมูลดูอย่างละเอียดว่ามีความเกี่ยวโยง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆกับบริษัทที่เป็นเจ้าของสัมปทานจอดิจิทัล และบิลบอร์ดโฆษณาทั่วประเทศหรือไม่ หากไปค้นดูจะพบของดีแน่นอนฮึ่มลงทะเบียนเมื่อไหร่เรื่องถึง ป.ป.ช.น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า การปล่อยภาพผู้บริหารบริษัท Plan B ร่วมงานวันเกิดตระกูลชิดชอบ ต่อมามีการปล่อยภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ถ่ายคู่กับผู้บริหารคนดังกล่าวจากอีกฝั่งเหมือนกันว่า ไม่ว่าคนในพรรคจะมีความสัมพันธ์รูปแบบใดกับใครก็ตาม สส.กว่า 100 คนของพรรค ปชน.ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน เดินหน้าทำงานตรวจสอบงบฯแผ่นดินเต็มที่ ตรงไปตรงมาโดยไม่นำเรื่องส่วนตัวมาพิจารณา ต่อให้บุคคลนั้นเป็นญาติ เพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการีหรือเป็นใครก็ตาม แต่ถ้ามีพฤติกรรมการใช้งบฯแผ่นดินส่อทุจริตคอร์รัปชัน หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง กล้าพูดได้เลยว่าจะไม่ไว้หน้าใคร หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับ สส.พรรคอื่นมีภาพถ่ายคู่กับอดีตผู้นำพรรคหรือผู้นำจิตวิญญาณ พวกเขาจะยังยินดีหรือกล้าเดินหน้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสต่อไปเช่นนี้หรือไม่ แต่พรรค ปชน.ขอยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบต่อแน่นอน เจอแน่ ถ้าเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ มีคนลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่น ป.ป.ช.แน่นอนฉะโครงการแบบเดียวกันใช้แค่ 2.4 ล้านด้านนายธีระชาติกล่าวว่า ในเวทีรับฟังความเห็นของกระทรวงดีอีถามเอกชนว่าถ้ามีปัญหายกเลิกได้หรือไม่ แต่ปลัดกระทรวงดีอีบอกว่าด้วยอำนาจท่านไม่อนุญาต ลืมไปหรือไม่ว่าอำนาจท่านเป็นอำนาจของท่านหรืออำนาจประชาชนเจ้าของประเทศ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกฯมีแอปพลิเคชัน AI ลักษณะเดียวกันกับโครงการ TH-AI Passport ให้ประชาชนเข้าไปดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีอยู่แล้ว ตั้งแต่วันนี้ใช้งบฯ เพียง 2.4 ล้านบาท เปรียบเทียบกับโครงการ TH-AI Passport ใช้งบฯสูงถึง 1,600 ล้านบาทแต่กลับไม่มีรายละเอียดชัดเจน ติดกระดุมเม็ดแรกผิดคือส่อทุจริตอยู่แล้ว เราไม่เคยต่อต้าน AI หรือห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ แต่คุณกำลังเอาประชาชนเป็นตัวประกันว่าถ้าอยากใช้ต้องช่วยกันดันของที่ทุจริต เป็นค่านิยมที่ผิดควรดูเนื้อหา การบอกว่าพรรค ปชน.กำลังต่อต้านเป็นเรื่องที่ผิด ยังงงทำไมกล้าทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้นายกฯถกทูตเยอรมนีมุ่งมั่นเข้า OECDเมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้อนรับนายแอ็นสท์ ว็อลฟ์กัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสพ้นหน้าที่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอขอบคุณบทบาทสำคัญส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันสร้างสรรค์ระหว่างไทยกับเยอรมนี ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ขอชื่นชมความทุ่มเทของเอกอัคร ราชทูตเยอรมนีฯผลักดันความร่วมมือหลากหลายมิติ ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรปให้บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาวพร้อมใช้มติ ครม.-พ.ร.ก.จับคนโกงต่อมาเวลา 13.30 น.ที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทินไปเป็นประธานการแถลงข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญและการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล มี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธาน ปปง. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ร่วมแถลงข่าว นายอนุทินกล่าวว่า หลังเราแถลงผลปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติดเครือข่ายนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดาหรือหนูเฉิน และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด ปราบปรามยาเสพติด กระบวนการฟอกเงินและกระบวนการสแกมเมอร์อาชญากรรมข้ามชาติลอตใหญ่ การยึดและอายัดทรัพย์สินมิจฉาชีพนำไปคืนผู้เสียหายสำคัญมาก ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งแรกจนถึงรัฐบาลที่สอง ได้ยึดทรัพย์กว่า 4 หมื่นล้านบาท จะเร่งแก้ไขกฎหมายให้นำไปอุดช่องโหว่ให้รัดกุมมากที่สุด ตนกับ รมว.ยุติธรรมและ ผบ.ตร.ตกลงกันแล้วตรงไหนมีช่องโหว่ จะใช้มติ ครม.อุดช่องโหว่ ออกเป็นประกาศสำนักนายกฯเป็น พ.ร.ก.หรือใช้คำสั่งนายกฯช่วยสนับสนุนภารกิจให้ครบถ้วน จากนี้ไปผู้กระทำผิดต้องคอตก สลด สำนึกและรู้สึกเสียใจในการกระทำของตัวเอง ต้องไปชดใช้หนี้กรรมในที่คุมขังเด็ก “โสภณ” โต้ สส.มีหัวไว้คั่นหูพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณี สส.วิจารณ์การทำงานของประธานสภาฯทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่และเน้นเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ ว่า ข้อเท็จจริงแล้วโครงการแก้ปัญหายาเสพติด นายโสภณทำไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ เมื่อมีตำแหน่งการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์คือติดตามงานหน้าที่ประธานสภาฯเหมือนกับ สส.ที่ต้องลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชน งานแก้ปัญหายาเสพติด ได้ประชุมร่วมกันหลายหน่วยงานไม่ได้ทำเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ จะมีขึ้นอีกหลายพื้นที่ ที่มีคนวิจารณ์นโยบายของประธานสภาฯที่ให้เคารพธงชาติช่วงเวลา 08.00 น. และเวลา 18.00 น.ขอถามว่าไม่ดีอย่างไร เพราะเป็นการแสดงความเคารพธงชาติเป็นสัญลักษณ์ของเอกราชอธิปไตยไทยและรำลึกถึงความเสียสละบรรพบุรุษ ถือเป็นเรื่องถูกต้อง คนที่ออกมาพูดตำหนิคิดน้อยไป ใช้อะไรคิด ไม่ใช่มีหัวไว้คั่นหู“ดร.โจ” หาเสียงซอยอารีย์เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ลา วิลล่า อารีย์ กทม.นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคปชน. พร้อมนายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพญาไท ลงพื้นที่หาเสียงในซอยอารีย์ 1 นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหลือเวลาอีก 15 วัน ต้องปรับหรือเพิ่มนโยบายอะไรอีกหรือไม่ในการหาเสียงโค้งสุดท้ายว่า หลังจากขึ้นเวทีดีเบตไปแล้ว 2 เวที และ ส.ก.ทั้ง 50 คน 50 เขต ได้ขายนโยบายแล้ว การหาเสียงหลังจากนี้จะเน้นย้ำวาระแต่ละเขตว่าหากประชาชนเลือกผู้ว่าฯและ ส.ก.พรรค ปชน.เข้าไปทำหน้าที่ สิ่งที่ท่านจะได้เห็นเป็นรูปธรรมว่ามีอะไรบ้าง เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ขณะนี้เริ่มมีวลีเลือกผู้ว่าฯ เป็นนายชัชชาติ แต่จะเลือก ส.ก.พรรคส้ม นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องนี้ สมัยที่แล้ว ส.ก.เราเคยทำงานกับนายชัชชาติมาก่อน แต่นโยบายและวาระต่างๆอยู่กับผู้ว่าฯ หากอย่างเห็นกรุงเทพฯเป็นเมืองที่แคร์คนเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากผู้ว่าฯพรรค ปชน.เมินครหารุม “ชัชชาติ”เมื่อถามว่า มองว่ากระแสที่นายชัชชาติถูกรุมโจมตีในขณะนี้ จะทำให้ได้รับคะแนนไปเทที่นายชัชชาติหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ไม่เห็นว่ามีเรื่องถูกรุมเรื่องอะไร เราแค่นำข้อเท็จจริงที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. เคยพูดไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขในหลายเรื่อง เช่น สิทธิบัตรทองที่มีประชาชนเข้าชื่อ 400 คน ร้องผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2567 แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่ได้เพิ่มสิทธิบัตรทองให้บุคคลเหล่านั้น เราแค่พูดถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่เรานำมาทำนโยบายต่างๆ เช่น AI จับโกง ขอย้ำว่าตอนนี้เราแค่พูดเรื่องข้อเท็จจริงเพิ่งรู้พญาไทย้ายหน่วย ลต. 44 หน่วยด้านนายวรวิทย์กล่าวว่า เขตพญาไทมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 80 หน่วย โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการย้ายหน่วยเลือกตั้งถึง 44 หน่วย ลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนอุทัยรัตน์ ท้ายซอยประดิพัทธ์ 15 พบว่า มีผู้คนสูงอายุในชุมชนบ่นถึงการย้ายหน่วยเลือกตั้งจากท้ายซอย 15 ไปยังศูนย์เด็กเล็กในซอยประดิพัทธ์ 19 ระยะทางไกลเกือบ 1 กม. ปกติแล้วประชาชนเดินไปเลือกตั้งได้ แต่เลือกตั้งรอบนี้ไม่สามารถเดินไปได้ระยะทางไกลขึ้น อีกทั้งในซอยสี่แยกวิภาวดีย้ายหน่วยเลือกตั้งไปที่โรงเรียนรุจิ ห่างถึง 2 กม. เป็นไปได้ยากที่ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ และประชาชนส่วนใหญ่ที่ลงพื้นที่พูดคุยมา มักบอกว่าไม่อยากออกมาใช้สิทธิ เมื่อถามว่านายชัยวัฒน์จะรับปัญหาหน่วยเลือกตั้ง อาจมีผลกระทบจำนวนผู้ใช้สิทธิไปปรึกษากับพรรคหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เพิ่งได้ทราบปัญหานี้จาก ส.ก.เช่นกัน จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับพรรค เพื่อหาทางออกต่อไปศาลตัดสิทธิ ลต.“จุฑามาศ ซารัมย์”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ (น้องสาวนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ) นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ กรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน 847,654.71 บาท และสลากออมสินมูลค่า 2 ล้านบาท จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ผู้ถูกร้องต่อสู้ว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชาย เป็นบุคคลไร้ความสามารถในความดูแล ศาลพิเคราะห์รายการเดินบัญชีและพยานหลักฐานเห็นว่าข้อต่อสู้ฟังไม่ขึ้นและมีพิรุธหลายประการ รายการฝากถอนเงินบำนาญของพี่ชายในบัญชีเดิมไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินที่นำมาซื้อสลากออมสิน และเงินฝากใน 2 บัญชี พบมีพฤติกรรมจงใจแต่งเส้นทางการเงินให้สอดคล้องคำให้การ ไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อได้ว่าเงินมาจากพี่ชาย จึงเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน พิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ นับแต่วันที่ 27 พ.ค.69 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำพิพากษาและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่