บรรยากาศทุกมุมในสนามพระช่วงนี้มีหลายรส คุยกันตั้งแต่เรื่องรถไฟชนรถเมล์, หน่วยงานติดอันดับเรียกรับสินบน จนเป็นเหตุให้รัฐมนตรีพูดประโยคตกตะลึง “รู้จักกูหน่อยไป” และขาดไม่ได้คือ เซียนพระ ที่กำลังเป็นข่าวเน่าเหม็น ว่าใช้วิชามารกับ เจ๊เก่ง แม้แต่ละคนจะพยายามอธิบาย แต่เท่าที่ได้ยินมาบอกว่า อมพระมาพูด กรูก้อม่ายเชื่อเมิงแต่เรื่องดีๆก็มีนะจ๊ะคือ ไทยช่วยไทย พลัส ที่ นายกฯหนู ให้ รองฯเอกนิติ และ กระทรวงการคลัง ต่อยอดมาจาก คนละครึ่ง เพราะเห็นผลว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนได้ดี คราวนี้ก็จะได้คนละ ๔,๐๐๐ บาท--ซึ่งในวงการพระก็ได้รับผลจาก ไทยช่วยไทย พลัส ด้วย คือบรรดาครอบครัวของเซียนพระที่ขายน้ำขายอาหารอยู่ตามสนามพระนั่นยังไงวันนี้เราเริ่มที่ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังฯ องค์ดัง พระแชมป์ องค์ครู เพอร์เฟกต์ ๑๐๐% เด่นสุดที่ผิวเนื้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เพราะมีการลง “น้ำยางหมาก” จนรู้จักในชื่อองค์ “น้ำหมาก”ตรงนี้ขอตอบ คำถามสนามพระ ว่า น้ำยางหมาก เป็นยางไม้จากต้นหมาก เป็นภูมิปัญญาโบราณที่ใช้ในการ เคลือบพระเครื่อง เพื่อ รักษาเนื้อพระ ไม่ให้ชื้น แตกหักง่าย และกันกัดแทะ กับทำให้เนื้อพระสีเข้มสวยเป็นเงา--พอมายุคหลังก็มีสารอื่นๆที่ใช้เคลือบแทน ยางหมาก ได้ เช่น ยุคพระผงของขวัญ วัดปากน้ำ ก็ใช้ ชะแล็ก แล็กเกอร์ เคลือบพระ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ องค์ “น้ำหมาก” วัดระฆังฯ ของ “เฮียหนึง” ปรีดา อภิปุญญา.ประวัติเดิมเป็นพระของ คุณสนาน นักนิยมพระฯ ซึ่งนำเข้าวงการพระยุคแรก ที่ชุมนุมส่องซื้อชายกันอยู่ที่ สนามพระหน้าศาลอาญา สนามหลวง ราว พ.ศ.๒๕๓๕ จนเป็นที่เลื่องลือถึงหูมืออาชีพคุณฉลี ยงสุนทร ที่คว้าไป ก่อนไปอยู่กับ อ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ--และย้ายไปจำวัดในรัง “เฮียหนึง” เสี่ยปรีดา อภิปุญญา นายทุนนักนิยมพระฯแถวหน้าตอนนี้ว่ากันว่าพระดังๆ หลักๆ หลายรังฝากอยู่ที่ เฮียหนึง มากสุด โดยเฉพาะ พระสมเด็จฯ Top 10 อย่างพิมพ์ใหญ่ “องค์ครูเอื้อ” กับ “องค์น้ำหมาก” นี้ด้วย-- และยังมี พิมพ์เจดีย์ ชื่อองค์ “เจ๊แจ๋ว” ตามชื่อ กิ๊ก ของ “จอมพลผ้าขาวม้า แดง” ด้วยนานทีปีหนคนคุ้นเคย ถึงจะได้ชมองค์จริง ล่าสุดเดือนก่อนในงานสวดพระอภิธรรม อาจารย์ลำเนา ภรรยา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่เขตบางบอน เฮียหนึง ก็คล้องพระสมเด็จองค์นี้ไปร่วมงาน เพราะชัวร์ว่างานนี้โจรไม่กล้าบุกแน่--ประเมินราคากันว่าหลักร้อยล้าน และมีบางคนอยากจ่าย แต่เจ้าของขี้เกียจนับเงิน พระขุนแผน พิมพ์ทรงพลเล็ก กรุวัดบ้านกร่าง ของโต้ง คนสุพรรณ.องค์ที่สองเป็น พระขุนแผน พิมพ์ทรงพลเล็ก กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี พระพิมพ์เนื้อดินเผา พุทธศิลป์อยุธยา มีพิมพ์แยกเป็นพิมพ์ทรงพลใหญ่-เล็ก พิมพ์อกใหญ่-เล็ก พิมพ์แขนอ่อน และอื่นๆ องค์นี้ของ เสี่ยโต้ง คนสุพรรณ–พิเชษฐ์ ฉิมวัย เจ้าถิ่น สภาพสวยสมบูรณ์เดิมๆ รายละเอียดชัด หูตากะพริบ ผิวพรรณวรรณะ สีเนื้อเดิมๆ ไร้รอยสัมผัสแบบนี้ ราคาสวนกระแสยังว่ากันที่หลักหมื่นปลายขึ้นแสนต้นๆ เหรียญเสด็จประพาสยุโรป ร.๕ ร.ศ.๑๑๖ ของสมชาย สัญญรัตน์.ตามมาด้วย เหรียญเสด็จประพาสยุโรป ร.ศ.๑๑๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เหรียญที่ระลึกครั้งในหลวง ร.๕ เสด็จประพาสยุโรป เมื่อปี ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) ผลิตจากโรงงานกษาปณ์ฝรั่งเศส Monnaie de Parisออกแบบเป็นเหรียญปั๊ม ห่วงกลมเชื่อมติด ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปองค์ท่านทรงเครื่องแบบทหารบก มีอักษรบอกพระนาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พื้นเหรียญเหนือไหล่ขวามีตอกนามศิลปิน Aug. Patey ด้านหลังมีอักษรบอกวาระ ในการเสด็จฯตั้งแต่วันที่ ๗ เดือนเมษายนถึงวันที่ ๑๖ เดือนธันวาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๖ เนื้อเหรียญมีเงิน เงินกะไหล่ทอง บรอนซ์ พระ ราชทานผู้รับเสด็จ ผู้ตามเสด็จ--อันนี้ของ เสี่ยสมชาย สัญญรัตน์ เป็นเนื้อเงิน สภาพสมบูรณ์เดิมๆ หายากมาก ราคาเคยสูงถึงหลักล้าน ปัจจุบันหลักแสนต้นถึงกลาง พระพิมพ์ปรกโพธิ์ เศียรโล้นสะดุ้งกลับ เนื้อดิน หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ของสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์.อีกสำนักเป็น พระพิมพ์ปรกโพธิ์ เศียรโล้นสะดุ้งกลับ เนื้อดิน หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม พระพิมพ์นิยม ที่เชื่อมั่นว่า มีอานุภาพบันดาล เรื่องร้ายกลายเป็นดีมี เนื้อผงยาวาสนา นิยมสุด เนื้อผงพุทธคุณ และ เนื้อดิน ที่มากสุด ย้อนไป ๓๐ ปี มีให้เห็นทุกแผงพระ ไปวัดก็ยังมีให้บูชาราคาหลักร้อย สภาพสวยเยี่ยมเดิมๆ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ แต่ก่อนหลักร้อยปลาย--แต่วันนี้หาองค์หน้าใหม่ก็ยาก และราคาก็ถึงหลักหมื่นไปแร้ว แพะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกะบอก ของพู่กัน เครื่องราง.ถัดไปคือ แพะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกะบอก ระยอง ที่สร้างขึ้นตามตำรับวิชาที่รับถ่ายทอดจาก หลวงพ่อแดง วัดอ่างศิลา พระอาจารย์ ที่กำหนดให้สร้างด้วย เขาสัตว์ที่โดนฟ้าผ่าตาย ที่ตำราบอกว่ามีอานุภาพของเทวดา ที่ส่งมากับกระแส “ฟ้าผ่า”นำมาแกะเป็น ตัวแพะ เพราะเป็นสัตว์ที่มีเมตตาบารมีสูง ขจัดปัดเป่าเคราะห์กรรมได้ จึงมีคำว่า “แพะรับบาป” และเป็นเครื่องรางที่มีเมตตามหาเสน่ห์ เพราะตัวผู้ ๑ ตัว มีตัวเมียได้เป็น ๑๐ โบราณาจารย์จึงนำเคล็ดวิชามาสร้าง แพะเครื่องราง ปลุกเสก จารอักขระเลขยันต์ได้ชื่อเป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ โดยเฉพาะ แพะยุคแรก ที่ชาวบ้านนำ เขาควายเผือก ที่โดนฟ้าผ่าตาย ไปถวายท่าน ท่านจึงให้ “ครูพลับ” แกะขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์--ปัจจุบันตัวงามๆ สวยเดิมแบบนี้ ของ พู่กัน เครื่องราง หลักแสนกลาง-ปลาย ที่หาของแท้ถึงยุคได้ยาก แหนบสกรีนหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ของ ต้อม สำนักจันทร์.อีกรายการเป็น แหนบสกรีน รูปถ่ายหลวง พ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) ชัยนาท เครื่องรางที่สร้างพิเศษเฉพาะบุคคล ของ เสี่ยต้อม สำนักจันทร์ ที่บอกว่า เจอในงานประกวดเมืองลพบุรี ๑๐ ปีก่อน เพียงชิ้นเดียว เป็น ๑ ใน ๒ รูปแบบแหนบภาพสกรีนที่มีในวงการมาถึงเรื่องปิดท้าย ในขณะที่นักนิยมพระคุยเรื่องเซียนพระกับนายทุนว่าทำให้สนามฯซบเซาหนักกว่าที่เป็นอยู่ เสี่ยสมนึก ก็ค้านว่า ผมเห็นต่างว่าเรื่องนี้จะทำให้วงการกลับมาคึกคักซื้อขายคล่องอีกครั้ง เพราะยังไงคนไทยก็เลิกเล่นพระไม่ได้แน่.....n ก็มีเสียงหนับหนุนว่า ใช่เลย เพราะคนไทยเราเชื่อความศักดิ์สิทธิ์ แต่ เซียนนึก ส่ายหน้า บอกยิ้มๆว่า ม่ายช่ายเรื่องอานุภาพอานุเพียบอะไร แต่เพราะคนไทยชอบของลดราคา มหกรรม Sale ต่างหาก เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม