3 เดือนนำเข้าทอง 3 แสนล้าน คุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัวดีเกินคาด จีดีพีขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 2.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 4 ของปี 2568 โดยเฉพาะการลงทุนขยายตัวสูงถึง 9.9% สูงสุดในรอบ 11 ปี หรือ 44 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 1/58 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 10.1% เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/68 การลงทุนภาครัฐก็ขยายตัวได้ 9.4% ภาคการส่งออกสินค้าและบริการ ก็ขยายตัวร้อยละ 12.6 ถ้าแยกเฉพาะการส่งออกสินค้าอย่างเดียวจะขยายตัวสูงถึง 17.8% เลยทีเดียว ถือเป็นตัวเลขที่พลิกความคาดหมายอย่างมากแม้การส่งออกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ไทยกลับขาดดุลการค้า 9,600 ล้านบาท เป็นการขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 3 ปีเศษหรือ 14 ไตรมาสสาเหตุที่ขาดดุลการค้า คุณดนุชา เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เป็นเพราะไทยนำเข้าทองคำในไตรมาสแรกสูงถึง 300,000 ล้านบาท หลังจากที่ราคาทองคำในช่วงไตรมาสแรก สามารถทำกำไรให้นักลงทุนได้มากกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ คนไทยจึงหันมาซื้อทองคำกันเยอะมาก บางวันมีมูลค่ามากกว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อหักมูลค่าทองคำออกแล้ว ไตรมาส 1/2569ไทยยังคงเกินดุลการค้าอยู่ข้อมูลจาก สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ไตรมาส 1 ของปี 2569 ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญในประเทศไทยพุ่งขึ้นสูงแตะ 10 ตัน เป็นไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2562 มูลค่าทองคำก็เติบโตสูงถึง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คนไทยนิยมซื้อทองคำมากขึ้น เพื่อเก็งกำไรและเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คุณดนุชา เลขาธิการสภาพัฒน์ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2 โดยคาดว่าช่วงขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5–2.5 สูงกว่าที่ แบงก์ชาติ และกระทรวงการคลัง ประเมินไว้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 2% สภาพัฒน์คาดว่า การอุปโภคบริโภค จะขยายตัวร้อยละ 2.4 การลงทุนภาคเอกชน จะขยายตัวร้อยละ 3.7 มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์ จะขยายตัวร้อยละ 9.6 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย อยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0 และ ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลร้อยละ 1.0 ของจีดีพีแม้จีดีพีไตรมาสแรกจะขยายตัวดีเกินคาด แต่เมื่อเทียบกับ 6 ชาติชั้นนำของอาเซียนแล้วไทยยังอยู่ในอันดับท้ายแถว อันดับ 1 เวียดนาม ขยายตัว 7.8% สูงกว่าไทย 2.7 เท่า อันดับ 2 อินโดนีเซีย ขยายตัว 5.6% อันดับ 3 มาเลเซีย ขยายตัว 5.4% อันดับ 4 สิงคโปร์ ขยายตัว 4.6% อันดับ 5 ไทย ขยายตัว 2.8% เท่ากับ ฟิลิปปินส์ ที่ขยายตัว 2.8%เท่ากันคาดการณ์จีดีพีปี 2569 ของสภาพัฒน์ ผมเข้าใจว่า ยังไม่ได้บวกรายได้จาก 2 อีเวนต์ใหญ่ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้ ซึ่งมีการจองห้องพักโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไปกว่า 50,000–70,000 ห้อง งานแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 15–18 กันยายนนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา คือ งาน “Gastech 2026” งานประชุมและนิทรรศการระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติ, LNG, ไฮโดรเจน และพลังงานคาร์บอนตํ่า โดยมี กระทรวงพลังงานและ ปตท. เป็นเจ้าภาพ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมและชมการแสดงงานมากกว่า 50,000 คน ห้องพักโรงแรม 5 ดาวจองกันมาล้นแล้วงานใหญ่อีกงานที่ตามมาติดๆคือ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2569 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meeting ระหว่าง 12–18 ตุลาคม ที่ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมี กระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี คาดว่าจะมี รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ นายธนาคาร นักการเงิน จากทั่วโลกกว่า 190 ประเทศบินมาร่วมงานกว่า 15,000-17,000 คนแค่ 2 บิ๊กอีเวนต์นี้ ก็รวยกันไม่ไหวแล้ว ทุกคนมาแบบเศรษฐี นอนโรงแรม 5 ดาว กินอยู่หรู และอยู่เที่ยวต่อเมืองไทยอีกหลายวัน สิ้นปีนี้จีดีพีไทยอาจโตเกิน 2% ก็ได้.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม