จากกรณีที่มีข่าวการทุจริตของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในเรือนจำต่างๆผุดขึ้นมาให้เห็นเป็นระยะ ทำให้สังคมมองภาพลักษณ์ของเรือนจำ สถานที่คุมขังนักโทษเด็ดขาด และผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล เป็นแดนสนธยา ที่เอื้อต่อการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับความสะดวกสบายของนักโทษโดยเฉพาะหลังเกิดข่าวฉาว กรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ ตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 68 พบห้องลับที่ทำเป็นห้อง VIP อำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังชาวจีน อาชญากรรมข้ามชาติ โดยให้ญาติเข้าเยี่ยม และใช้บริการทางเพศล่าสุดนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ได้แถลงถึงผลการตรวจสอบกรณี คุก VIP ว่า กสม. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์โดยมิชอบ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน การกระทำของเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อหลักความเสมอภาค และหลักสิทธิมนุษยชนจึงมีมติว่าการที่เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์โดยมิชอบต่อผู้ต้องขังชาวจีน ทำให้ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไป ขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ และหลักสากล ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยจะส่งรายงานให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไปรวมทั้งมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงยุติธรรม ให้เร่งรัดคณะกรรมการสอบสวน รายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชนเป็นระยะ เพื่อสร้างการรับรู้ และไว้วางใจต่อระบบงานราชทัณฑ์ และให้กรมราชทัณฑ์สั่งกำชับให้บุคลากรของเรือนจำปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบราชทัณฑ์ ว่าด้วยการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก พร้อมทั้งขอให้กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ขยายผลการดำเนินการเข้าตรวจสอบลักษณะเดียวกับที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กับเรือนจำ และทัณฑสถานทุกแห่ง เพื่อขจัดปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง และพฤติกรรมที่ไม่ชอบของเจ้าหน้าที่เรือนจำทั่วประเทศทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรือนจำทั่วประเทศ ที่คุมขังนักโทษเด็ดขาดตามคำพิพากษาของศาล ราชทัณฑ์ จึงถือเป็นหน่วยงานยุติธรรมท้ายน้ำที่ต้องควบคุมดูแลนักโทษภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน มิใช่ใช้อำนาจคุมคุกมาเป็นเครื่องมือเรียกรับผลประโยชน์จากนักโทษ ทำให้ความยุติธรรมบิดเบี้ยว.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม