“อนุทิน” ตั้งกรรมการศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วัน ให้ “เอกนิติ” เป็นแม่งาน กำชับเร่งสื่อสารเคลียร์ให้ชัดทุกประเด็น ยันเป็นงานต่อเนื่อง อยู่ในแผนหาเสียงของ ภท. ตั้งแต่เลือกตั้งปี 62 ตอน “สุริยะ” นั่งคมนาคม ก็เอาด้วย “พิพัฒน์” ย้ำลงพื้นที่เปิดใจ รับฟังความเห็นทุกคน “สิริพงศ์” อ้างเหตุสงครามตะวันออกกลางไม่รู้จบตรงไหน หลายประเทศโขกค่าขนสินค้าผ่านช่องแคบ เล็งลุยดึงเอกชนร่วมลงทุนเพิ่มทางเลือกเส้นทางขนส่งสินค้า ขีดเส้นเร่งคลอด พ.ร.บ. SEC ภายในปีนี้ “สุชาติ” ติงได้ไม่คุ้มเสีย แนะทำรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ก่อนขุดคลองลอย เหมือนคลองปานามาเป็นเฟส 2 “นรเศรษฐ์” ซัด รบ.เหตุผลอ่อนเกิน ไม่หนักแน่น หวั่นลากไทยไปเสี่ยงเป็นพื้นที่ขัดแย้ง เรียก “โกเกี๊ยะ” มาตอบกระทู้ 11 พ.ค. ค่ายสีส้มส่ง “ดร.โจ” ชิงผู้ว่าฯ กทม. ขายนโยบายกรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่า ปชน.รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันความจำเป็นเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ยกเหตุผลสืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ที่จะมีการเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ จึงนำโครงการนี้มาพิจารณา เพื่อดึงนักลงทุนมาร่วมลงทุนโครงการเพิ่มเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้านายกฯตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวก่อนเข้าประชุม สส.พรรค ภท.ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พ.ค.จะมีการพิจารณามาตรการค่าไฟฟ้าหรือไม่ โดยนายกฯไม่ได้ตอบคำถาม แต่ผายมือไปทางนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯตอบว่า “เดี๋ยวประชุมพรรคก่อน” เมื่อถามต่อว่ากรณีที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ยื่นคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลจะทําอย่างไร นายกฯตอบว่า ตอนนี้ได้มีการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้ “เอกนิติ” คุมศึกษาปมร้อน 90 วันต่อมาเวลา 16.25 น. นายอนุทินกล่าวภายหลังประชุม สส.พรรคว่า ได้ประชุม สส. ครม.ของพรรคให้ทุกคนรับทราบและเข้าใจสนับสนุนวาระที่จะเสนอในสภาฯและที่ประชุม ครม. พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง จะเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 5 พ.ค. เราพูดแล้วทำ เมื่อถามถึงสวนดุสิตโพลรายงานผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองล่าสุดนายอนุทินมีคะแนนนำเป็นนักการเมืองโดดเด่นอันดับหนึ่ง นายอนุทินไม่ตอบแต่ยิ้ม ยกมือขึ้นไหว้เหนือศีรษะบอกว่า “สาธุ” เมื่อถามว่าได้เคลียร์มุมมองนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ที่เห็นไม่ตรงกันเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์แล้วหรือยัง นายกฯตอบว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา ได้ตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการนี้ เร่งสรุปกลับมาภายใน 90 วันให้สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน ผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทำมาสมัยก่อน อยู่บนสถานการณ์โลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะทำให้ไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆหรือมีน้อยที่สุด ต้องหายุทธศาสตร์อะไรที่ทำให้ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ ถ้ามีผลกระทบให้มีน้อยที่สุดอยู่ในแผนหาเสียงปี 62 “สุริยะ” ก็เห็นด้วยเมื่อถามว่า รูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ต้องดูทุกรูปแบบทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน รูปแบบโลจิสติกส์ ผลผูกพันโครงการนี้ ถ้าจะไปเอาเฉพาะคาร์โก้ คอนเทนเนอร์ การขนส่งอาจไม่ คุ้มทุน ดูทุนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูความสะดวกมันอาจไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาทำให้ภาพรวม คุ้มค่า นายเอกนิติจะไปศึกษาให้เลือกหน่วยงานต่างๆที่จะมาร่วมศึกษา เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่เกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ เป็นนโยบายจริงๆ เรื่องนี้สำหรับพรรค ภท.หรือสำหรับแฟนๆพรรค ภท.ถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ พูดมาตั้งแต่ปี 62 อยู่ในแผนการหาเสียงปี 62 สมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคมในรัฐบาลที่แล้วได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาและตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้น เป็นงาน ที่ต่อเนื่องกันไม่หวั่นแรงต้าน–ผลศึกษาตัวชี้ขาดเมื่อถามว่า นิด้าโพลระบุประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วย แต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์ นายกฯตอบว่า ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทำอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวมของประเทศ เมื่อถามว่าประชาชนพื้นที่ 14 จังหวัดจะยื่นหนังสือคัดค้านกับ สส.ในพื้นที่ว่า นายกฯตอบว่า “ครับ ก็มีคนเห็นด้วยครับ” ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน หาพาร์ตเนอร์มาลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ให้ได้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยพูด เราไม่มีน้ำมันแต่เรามีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยต้องเริ่มหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้ทั่วโลก โครงการแบบนี้ทำให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด ผลไม้ พืชผลการเกษตร ถ้ามีแลนด์บริดจ์จะไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือไม่การันตีไม่มีเอื้อผลประโยชน์ใคร“ตอนนั้นที่เราพูดกันปี 62 ไม่เคยมีใครขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะเก็บค่าผ่านทาง สิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วต้องมาดูกลไก ทรัพยากรอันไหนที่ทำให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจ จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ไทยกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอด ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง” นายอนุทินกล่าว เมื่อถามว่า มีข้อห่วงใยอาจไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายกฯตอบว่า “เอาแค่ตรงนี้ก่อนดีกว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ไม่เคยเห็นเอื้อใครสักที เข้ามา 7-8 ปีไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทำให้เขาโกรธเพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ ฉะนั้นเรื่องเอื้อ เอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว” นายอนุทินกล่าว“พิพัฒน์” ยันรับฟังความเห็นทุกคนขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ยืนยันเตรียมลงพื้นที่ จ.ชุมพรและ จ.ระนอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกมิติในโครงการแลนด์บริดจ์ ในวันที่ 8 พ.ค.ว่า อย่างที่ได้แจ้งไปแล้ว เมื่อถามว่าขณะนี้ดูเหมือนว่ามีประชาชนเตรียมที่จะยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าว นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนรับฟังทุกคนด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวเพียงสั้นๆว่า เตรียมนำคณะลงพื้นที่กับนายพิพัฒน์รบ.เร่งเครื่องสื่อสารทำความเข้าใจน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ประเด็นการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่ากว่าครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น นายกฯได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ นายกฯเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน เพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับย้ำลงลึกละเอียดทุกข้อสงสัย“ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ ทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้” โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวยกสงครามอ่าวฯเพิ่มทางเลือกขนส่งต่อมาเวลา 13.20 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านมองรัฐบาลเร่งรีบดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง การที่หลายประเทศบอกจะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใด รัฐบาลจึงนำโครงการแลนด์บริดจ์มาเพื่อดึงนักลงทุนมาลงทุนโครงการ สถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลเห็นสมควรหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลาดำเนินการ ทั้งการออก พ.ร.บ.และอีกหลายขั้นตอนใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ระบุโครงการนี้ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่าทางการเงิน เศรษฐศาสตร์ หน่วยราชการไม่ได้ทำลำพัง มีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกมาพูดคุย คำนวณความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ไม่ใช่รัฐบาลบอกว่าดีอย่างเดียว บริษัทเอกชนประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์รับกระทบสิ่งแวดล้อมแลกอยู่ดีกินดีนายสิริพงศ์กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือออกมาตรการให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ถ้าตอบว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กินดีอยู่ดี มีส่วนใช้ประโยชน์จากที่ดินลักษณะนี้ ขั้นตอนการดำเนินโครงการอยู่ในขั้นตอนออก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ กฎระเบียบต่างๆในการดำเนินโครงการ ส่วนข้อสังเกตเงินลงทุนที่สูงเกินในการสร้างท่าเรือ 2 ท่า งบประมาณโครงการนี้ทั้งหมดทั้งทำท่าเรือ ระบบล้อ ระบบราง ระบบท่อ อยู่ที่ 9 แสนกว่าล้านบาท ไม่ได้ใช้งบประมาณรัฐบาล เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)เร่งคลอด พ.ร.บ. SEC ภายในปีนี้“สิ่งที่ต้องเร่งผลักดันลำดับแรกคือ พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นจะเป็นกระบวนการดูความพร้อมสภาพพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเชิญชวนนักลงทุน คาดว่าภายในปีนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเดินหน้าได้ โครงการนี้มีเงื่อนไขปรับเปลี่ยนเรื่อยๆ จากเช่าโครงการ 99 ปี ตอนนี้เป็นการเช่า 50 ปี รัฐบาลฟังเสียงทักท้วงของประชาชน เร็วๆนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่รับฟังและพูดคุย เรามีกระบวนการรับฟังความเห็นทั้งกระทรวงคมนาคม หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น” รมช.คมนาคม กล่าวพท.แนะทำรถไฟความเร็วสูงก่อนนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.คลัง กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า มีงานวิชาการหลายชิ้นประเมินโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า ต้องขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือ 2 ครั้ง โดยใช้ขบวนรถไฟจำนวนมาก มองว่าหากไทยจะทำโครงการเชื่อมมหาสมุทรสองฝั่ง ควรทำเป็นระบบคลองลอยเหมือนคลองปานามา หรือขุดคลองจริงๆ ขอเสนอให้ทำแลนด์บริดจ์เป็นเฟส 2 แล้วใช้การขนส่งทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย แทน ด้วยการขยายและยกระดับท่าเรือระนองให้ได้มาตรฐานสากล แล้วใช้รถไฟจีน-ลาว-ไทย ขนส่งสินค้าไปกลับจากเวียงจันทน์ไปท่าเรือระนอง สินค้าสามารถขนถ่ายที่ท่าเรือระนอง แล้วขนส่งต่อไปคุนหมิงได้โดยตรงเร็วกว่าขนส่งทางทะเลมาก รัฐบาลมณฑลยูนนานเคยเสนอให้ลงทุนโครงการก่อสร้างนี้มาก่อนแล้ว รัฐบาลไทยควรรีบสร้างทางรถไฟจีน-ลาว-ไทยให้เสร็จเปิดเดินรถโดยเร็ว เพราะช้าและเสียโอกาส ไปมากแล้ว ช่วงเวียงจันทน์ ข้ามมาอุดรธานี และโคราช อาจให้ประเทศจีนทำก็ได้ ให้จีนซื้อสินค้าเกษตรไทยเป็นการต่างตอบแทนสว.ติงเหตุผลอ่อนจ่อขุดข้อมูลถล่มนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.กล่าวถึงการยื่นญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค.ว่า สว.หลายคนสนใจเตรียมไปหาข้อมูลมาอภิปราย รัฐบาลให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากภาวะสงคราม ทำให้ช่องแคบการเดินเรือต่างๆถูกปิด หรือจำนวนเรือช่องแคบมะละกามีเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองเป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ไม่หนักแน่น ในภาวะสงครามทุกช่องแคบการเดินเรือและเส้นทางที่เชื่อมโยง มีโอกาสถูกปิดทั้งสิ้น อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ถ้าไม่วางสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจให้ดี ประเทศ ไทยจะไปอยู่บนยุทธศาสตร์ความขัดแย้ง มีโอกาสถูกปิดเส้นทางได้ ถ้าเกิดสงคราม เหตุผลการเร่งผลักดันโครงการคืออะไร ทำไมต้องเร่งรีบผลักดัน ตอนแรกบอกเพื่อขยายตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ ล่าสุดบอกเป็นความเสี่ยงเรื่องช่องแคบทางทะเลชี้ช่องโหว่มากเป็นจุดสลบนายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) ในโครงการแลนด์บริดจ์มีความไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนำมาจากไหน อ้างว่าจะมีเรือมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์มากมายไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ขัดแย้งกับรายงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า โมเดลแลนด์บริดจ์มีรายละเอียดที่เป็นความเสี่ยง ต้องขนของขึ้นลงหลายครั้ง มีต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้เรือไม่มาใช้บริการช่องโหว่ที่มากมายอาจไม่ใช่แค่จุดเสี่ยงแต่เป็นจุดสลบของโครงการ ต้องถามว่าทำไมต้องเร่งผลักดัน เพราะยังมีปัญหาความคุ้มค่าการลงทุน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทราบว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ให้เสร็จในปีนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหากตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาได้ จะช่วยยกเลิกกระบวนการกฎหมายต่างๆได้ ทำให้การตรวจสอบต่างๆอ่อนแอลงเรียก “พิพัฒน์” ตอบกระทู้ 11 พ.ค.นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า วันที่ 11 พ.ค. ได้ยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ให้มาตอบคำถามต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงการเร่งรีบผลักดันโครงการ ถ้านายพิพัฒน์มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่าการลงทุน ขอให้กล้ามั่นใจมาตอบต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย เพราะสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปเทียบกันไม่ได้ และหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ คนที่รับภาระคือประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องได้รับผลกระทบครม.รอยืนยัน ก.ม.อากาศสะอาดนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของ ครม. โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า วิปรัฐบาลประสาน ครม.เรื่องการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่า ครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้านและเสนอเข้ามาทันภายในกำหนดก่อนเดดไลน์วันที่ 12 พ.ค. ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุหากรัฐบาลไม่ยืนยันมาภายในวันที่ 5 พ.ค. จะเชิญเลขาธิการ ครม.ไปชี้แจงในวิปฝ่ายค้าน ไม่น่าเป็นกังวล ต้องรอความชัดเจนสัปดาห์หน้า ที่ประชุม ครม.ว่าจะมีมติอย่างไร มีกฎหมายหลายฉบับกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนใหญ่จะได้รับการยืนยันจาก ครม.เข้ามา ส่วนจะเป็นวันที่ 15 พ.ค.หรือวันที่ 12 พ.ค.เป็นอำนาจ ครม.ไม่รับปากนายกฯมาตอบกระทู้เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านบอกจะตั้งกระทู้ถามนายกฯ สัปดาห์นี้ นายกฯจะไปตอบกระทู้ฝ่ายค้านหรือไม่ นายกรวีร์ตอบว่า เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ฝ่ายค้านถามนายกฯทุกสัปดาห์ เราประสาน ครม.ทุกสัปดาห์ ขอยืนยันฝ่ายค้านอีกครั้งเราอยากเห็นการทำงานร่วมกัน อยากถามประเด็นใดหรือรัฐมนตรีคนใด ให้ประสานมาก่อน วันพฤหัสที่ 7 พ.ค. ไม่แน่ใจว่านายกฯจะติดภารกิจสำคัญหรือไม่ ถ้ามีแล้วจำเป็นต้องมอบหมาย แล้วเรารู้ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะถามเรื่องใด จะประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้แทนได้ ถ้าวางการเมืองลง เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง จะทำให้งานเดินหน้าได้ ประชาชน จะได้ประโยชน์ ไม่มีประโยชน์ใดทำให้กระทู้ตกไปในแต่ละสัปดาห์ เมื่อถามว่าในสภาฯสมัยนี้มีโอกาสหรือไม่ที่นายกฯจะตอบกระทู้ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ตอบกระทู้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว นายกรวีร์ตอบว่า ไม่ทราบ ขึ้นอยู่แต่ละสัปดาห์ว่านายกฯจะมีภารกิจเยอะหรือไม่“ณัฏฐ์ชนน” แจงมือลั่นปัดน้อยใจนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรค ภท.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีออกจากไลน์กลุ่มพรรค ภท.หลังมีข่าวน้อยใจไม่มีชื่อเป็นประธาน กมธ.ว่า มีไลน์กลุ่มค่อนข้างเยอะได้ออกจากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่ม สส.ชุดที่ 25 และชุดที่ 26 หรือกลุ่มภาคใต้เดิมๆ แม้แต่ส่งไลน์ผิดก็มี พอพลาดไปแล้วเลยตามเลย แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การน้อยใจ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนหน้านี้แล้ว เรื่อง กมธ.เป็นกระบวนการของพรรค ยังมีงานอื่นอีกเยอะ หลังจากไลน์หลุดจากความบังเอิญหรือไม่บังเอิญได้รับภารกิจมากขึ้น ถือว่าจังหวะไลน์หลุดเป็นโอกาสเปิดจะได้ทำงานให้พรรคมากขึ้น หลังไลน์หลุดหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้มาคุย บอกว่ามีอะไรให้บอก เลยเป็นช่องของตนว่าถ้ามีอะไรบอกแน่ เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรครับปากว่าจะให้ตำแหน่งอะไรครั้งหน้าหรือไม่ นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่า ยังไม่มี คงทำหน้าที่เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาและงบฯ ปี 2570 ที่กำลังจะเข้า เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นหน้าที่พวกเราทุกคนที่ต้องออกมาสื่อสารให้พี่น้องประชาชนจี้ สส.ส้มรับผิดชอบด่ากำนัน—ผญบ.นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรค ภท. กล่าวถึงกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาฯเมื่อวันที่ 30 เม.ย. เหมารวมเป็นพวกค้ายาเสพติดว่า ก่อนมาเป็น สส.ตนเคยเป็นกำนัน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เคยเป็นอุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ตราด ได้ฟังการอภิปรายแล้วไม่สบายใจ มีพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน โทร.มาหาบอกทำให้เสียขวัญกำลังใจ สะเทือนใจกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ พวกเราคอสิงห์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ไม่มีเงินเดือน มีเพียงค่าตอบแทน มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พรรค ปชน.ต้นสังกัด สส.ที่อภิปราย ควรต้องมีมาตรการรับผิดชอบเรื่องนี้ รวมถึง สส.ผู้อภิปราย เมื่อถามว่าพรรค ปชน.ออกแถลงการณ์เพียงพอหรือไม่ นายพิชานนท์กล่าวว่า ถ้าตนเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านคิดว่าไม่เพียงพอ มาเป็น สส.การจะพูดอะไรต้องพิจารณาให้ดี คำพูดเป็นนาย ผิดพลาดขนาดนี้คนเป็น สส.น่าจะรู้ตัวเองดีว่าต้องรับผิดชอบอย่างไร“รุทธพล” ย้ำ “ทักษิณ” ต้องติดกำไล EMพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระบวนการปล่อยตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 พ.ค.ว่า กระบวนการขณะนี้เรียบร้อยดี ได้ประชุมกันแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 29 เม.ย. โดยเงื่อนไขการปล่อยตัวคือ การพักโทษ และต้องติดกำไล EM ตามที่เป็นข่าวโอ่ปราบนอมินีไม่มีเคลียร์ทุกคดีวันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง ยกระดับมาตรการป้องกัน ขยายผลเชิงรุก และการเพิ่มความรัดกุมของกฎหมาย สกัดการนำสถานะนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ทั้งการฟอกเงินและการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใสและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระยะยาว ทั้งนี้ ภายหลังการยกระดับปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.พบว่าไตรมาสแรกปี 69 บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นายกฯเดินหน้าปฏิบัติการลุยปราบธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท สแกมเมอร์-นอมินี-ทุนเทา โดยเฉพาะธุรกิจนอมินี มุ่งเป้าไปที่ขบวนการที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีทำธุรกรรมแทนกลุ่มทุนต่างชาติ โดยนายกฯประกาศชัดไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี“ดร.โจ” ชูกรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่า ปชน.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ถึงการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. ในนามพรรค ปชน.เป็นทางการวันที่ 5 พ.ค. เวลา 17.00 น. ว่า ล่าสุดเปลี่ยนสถานที่จากที่มิวเซียมสยาม กทม.ไปใช้ที่ The Mitr-ting room ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์ เปิดตัว “ดร.โจ” นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค ปชน. นายชัยวัฒน์เริ่มเดบิวต์ปรากฏตัวต่อสาธารณะในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมของพรรค ปชน.จากสี่แยกบางโพเข้าสู่สภาฯ เมื่อวันแรงงาน 1 พ.ค. นอกจากนี้พรรค ปชน.ปูพรมโพสต์ข้อความสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กว่า “กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน” ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากมั้ย? เหนื่อยเกินไปรึงเปล่า? เพราะเรารู้ว่าเมืองนี้ไม่ง่าย แม้ทุกคนจะต่อสู้ดิ้นรนเต็มที่ ก็ใช่ว่าจะได้มีชีวิตที่ดี ความฝันที่เรียบง่ายอย่างการมีโรงเรียนดีๆ ใกล้บ้านให้ลูก ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ขายของแบบสบายใจไม่ต้องจ่ายส่วย เดินอย่างปลอดภัยในซอยบ้านตัวเอง กลายเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในกรุงเทพ พรรค ปชน. ขอเสนอ “กรุงเทพง่ายๆ” เมืองที่เป็น safety net โอบรับในทุกๆวันของชีวิตคุณตีปี๊บโปร 5 เดือน 5 โปรใหม่ค่ายส้มผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ สส.พรรค ปชน.ต่างโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์โปรโมตโปร 5 เดือน 5 ระบุวันที่ 5 เดือน 5 พบกับ โปรใหม่จากพรรค ปชน. #กรุงเทพง่ายๆ โพสต์ดังกล่าวของเพจ ปชน.กรุงเทพ ระบุว่ากรุงเทพโคตรยากที่เรารู้สึกว่าเมืองนี้ยากจัง อาจจะเพราะมันยากจริง พาพ่อแม่ออกไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐ กลับบ้านหลังเลิกงาน ออมเงินแต่ละเดือนให้ได้สักก้อน เดินกลับบ้านคนเดียวยามวิกาล จะเปิดบริษัททำธุรกิจ กรุงเทพอาจจะมีตึกสวย มีรถไฟฟ้า นักท่องเที่ยวต่างไหลมาที่นี่ แต่เรื่องพื้นฐานที่จะทำให้ชีวิตในแต่ละวันของคนกรุงเทพเรียบง่ายนั้นอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตของคนกรุงเทพ อย่างที่เราเห็นจากข้อความข้างต้นว่า สำหรับคนกรุงเทพหลายๆคน เมืองนี้ยังยากอยู่ 5 พ.ค. 5 โมงเย็น แคนดิเดตผู้ว่าของพรรค ปชน.จะมานำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อกรุงเทพที่ง่ายกว่า พบกันที่ The Mitr-ting room ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์ | กรุงเทพง่ายๆ by ผู้ว่า ประชาชน“ป๊อก” ดึงสติ ปชน.อย่าลืมจุดก่อกำเนิด วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรค ปชน.หลายประเด็น อาทิ เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการแฉรายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมี แสงส่อง ต้องไม่เป็นเพียงกระบอกเสียงให้ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ แต่ต้องขยายชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่างทุน-นักการเมือง-ราชการ โยงใยไปถึงยอดพีระมิดและการกินรวบประเทศ หากวันนี้พรรคไม่ทำภารกิจเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคจะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ นักการเมืองของพรรคย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต ปะผุซ่อมแซม เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด หากเป็นเช่นนี้ ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆเท่านั้นอย่าละทิ้งปฏิรูป ปท.ถึงรากขนานใหญ่นายปิยบุตรกล่าวว่า การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกัน ถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค พิจารณาร่วมกันว่าเหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง หากคำตอบร่วมกันมีว่าสถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่จำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่าสภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรายังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิม พรรคต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่