รายการ Thairath Front Page ทาง “ไทยรัฐทีวี ช่อง 32” ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 6 พ.ค.นี้ เป็นการสัมภาษณ์ “ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่ม ปตท. มายาวนาน ที่จะมาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิกฤติพลังงานในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งสิ่งที่ ปตท. ได้ทำมาตลอดช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา ตอกย้ำว่า ปตท. ยืนเคียงข้างประชาชนเสมอมาดร.คงกระพัน กล่าวว่าที่ ปตท. ได้มีการซ้อมแผนฉุกเฉินต่างๆอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมัน พลังงาน หรือเรื่องอื่นๆ เราจะซ้อมเป็นประจำ การปิดช่องแคบเพิ่งซ้อมไปเมื่อปีที่แล้ว การซ้อมมีข้อดีคือทำให้ทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ เพราะการจัดการปัญหาเพื่อไม่ให้พลังงานหรือเชื้อเพลิงขาดแคลน ต้องมีการซ้อม ต้องทราบว่าใครทำอะไรตั้งแต่เรื่องการจัดหาน้ำมัน การผลิต การสื่อสาร และการคุยกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากการซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอแล้ว ปตท. ยังจำเป็นต้องลงทุนล่วงหน้าในสองด้านสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจเทรดดิ้ง โดยขยายเครือข่ายสำนักงานไปยังหลายประเทศทั่วโลก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดหาน้ำมันจากหลายแหล่ง และการลงทุนในโรงกลั่นด้วยงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท เพื่อให้โรงงานสามารถเดินเครื่องได้เกิน 100% สามารถรองรับการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อเสริมความพร้อมในการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นในช่วงภาวะวิกฤติ“บทบาทของ ปตท. คือต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพราะฉะนั้น เราต้องไม่ให้ของขาด ราคาสูงหรือไม่สูงยังไงเราก็ต้องหาของมาให้ได้”เริ่มจากน้ำมันดิบ ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ 90% ของทั้งประเทศ มีของในประเทศประมาณ 10% ปตท. ก็ต้องไปหาแหล่งอื่นๆ เราคงไม่รอว่ารบกันแล้วอีกกี่วันจะจบ ช่องแคบจะปิดหรือไม่ปิด เพราะผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียมันต้องมีอยู่แล้ว ไม่ช้าก็ขาด ดังนั้นเราต้องไปหาจากที่อื่น ทั้งอเมริกา แอฟริกาตะวันตก หาจากประเทศในเอเชีย หลายที่มากๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอ่าวเปอร์เซีย เรามีน้ำมันพอใช้ตลอดปตท. ได้เพิ่มสภาพคล่องไป 200,000 กว่าล้านบาท ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 600 กว่าล้านบาท แต่เราไม่ได้ผลักภาระไปที่ราคา เรารับไว้เพราะมองว่าเป็นค่าบริหารความเสี่ยง ถ้าเราเลือกที่จะไม่ซื้อ ทำแบบโรงกลั่นอื่นในเอเชีย คือลดกำลังการผลิต ก็ไม่ต้องเสียเงินเยอะ แต่เราต้องทำ เพราะเป็นนโยบายและหลักการที่เราจะต้องไม่ให้ของขาดพอของมาแล้ว พวกโรงกลั่นน้ำมันในเครือก็มีอยู่ 60% ก็ต้องเดินเครื่องให้เต็มที่ เพื่อให้น้ำมันที่ใช้ในประเทศหลักๆ คือน้ำมันดีเซลและเบนซินไม่ขาด แต่อย่าลืมว่าโรงกลั่นไม่ได้ผลิตแค่น้ำมัน ยังผลิตวัตถุดิบปิโตรเคมี แก๊สหุงต้ม LPG ด้วย เพราะฉะนั้นก็ช่วยส่วนอื่นๆที่อาจจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหา พอรันเครื่องเต็มที่แล้ว การส่งออกไปหาปั๊มน้ำมัน ออกไปทางท่อหรือทางต่างๆ ก็ต้องให้แน่ใจว่าส่งได้เต็มที่ในซัพพลายเชนตอนนั้นเราลดน้ำมันสำเร็จรูปในถังให้ต่ำที่สุด เพื่อให้ส่งน้ำมันถึงมือผู้บริโภคได้มากที่สุด และให้แน่ใจว่าทุกอย่างโปร่งใส เราดูเรื่องธรรมาภิบาล ให้แน่ใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การกักตุน เราต้องส่งออกให้เต็มที่ไปถึงประชาชนเรามีออฟฟิศอยู่ในลอนดอน เท็กซัส อาบูดาบี สิงคโปร์ พวกนี้จะมีการซื้อขายน้ำมันและแก๊สอยู่ตลอด เรากระจายความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในวันแรก สมมติเราซื้อจากอเมริกาในปริมาณเท่านี้อยู่แล้ว เราเป็นลูกค้าเขา เราขอเพิ่มอีกหน่อยก็ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยซื้อเขาเลย เพราะในยามวิกฤติทุกคนวิ่งไปหาของนอกอ่าวหมด แต่เรามีการลงทุน มีพันธมิตรอยู่แล้ว เราจึงสามารถซื้อของได้เลย ของจึงไม่เคยขาด“เราไม่เคยบริหารการผลิตโดยรอพึ่งพาว่าเรือจะออกมาได้เมื่อไหร่ ถ้าเราคิดแบบนั้นของก็ขาด”ถ้าไปดูโรงกลั่นในเอเชีย ช่วง 2-3 อาทิตย์แรกจนถึงวันนี้ เขาลดกำลังการผลิตกันนะครับ เพราะสั่งของไว้แล้วแต่น้ำมันดิบไม่มาก็ต้องลดกำลังการผลิต ใครจะไปซื้อเพิ่มในเมื่อรู้ว่าซื้อของเดิมค้างไว้แล้ว แต่ของเราตั้งใจทำเพราะไม่อยากให้ของขาด เราทราบอยู่แล้วว่าเมื่อเรือออกมาได้เราก็ต้องยอมขาดทุน“เราต้องเตรียมพร้อม ไม่ใช่ว่าเปิดปุ๊บติดปั๊บ ต้องเตรียมเงิน เตรียมสภาพคล่อง อย่างเรื่องสภาพคล่อง ปตท. ต้องไปซื้อน้ำมันแพงๆ นี่คือการซื้อล่วงหน้า แปลว่าเราตกลงราคาวันนี้ สมมติ 100 กว่าเหรียญ ส่งเดือนมิถุนายน ถ้าจากอเมริกาจะนานกว่านั้นอีก แต่มิถุนายนไม่รู้ราคาผลิตภัณฑ์จะเป็นเท่าไร อาจจะขาดทุนแต่ก็ต้องซื้อ”ปตท. มีบทบาทเป็นรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังถือหุ้นเกิน 50% ปตท. ต้องเป็นกลไกของรัฐบาลในการทำงานให้ประเทศ ในอีกมุมหนึ่ง ปตท. ก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็ต้องดูแลผู้ถือหุ้นรายย่อยและสร้างความสมดุลความสมดุลไม่ได้แปลว่าต้อง 50-50 เท่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับบริบท อย่างตอนนี้คือวิกฤติพลังงานโลก เราต้องเน้นช่วยประเทศเป็นหลัก ปตท. ต้องสนับสนุนรัฐบาล สนับสนุนกระทรวงพลังงาน ให้ประเทศมีพลังงานใช้ ส่วนราคาน้ำมัน เรานำเข้า 90% มันเป็นราคาตลาดโลก เราก็ต้องรับไป“ปตท. มีข้อดีคือเราลงทุนหลากหลาย ตั้งแต่ต้นน้ำคือสำรวจและผลิตแก๊ส กลางน้ำ โรงกลั่น ปิโตรเคมี เราสามารถกระจายความเสี่ยงได้ ในวิสัยทัศน์ของ ปตท. เราบอกว่า “แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” คีย์เวิร์ดคือแข็งแรงคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน การจะยั่งยืนต้องไม่ดูกำไรระยะสั้น แต่ต้องดูภาพระยะยาว ถ้าประเทศไม่มั่นคงเรื่องพลังงาน คนไม่มีของใช้ มันไม่มีทางยั่งยืนได้ครับ”อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม