ผมเขียนถึงมหาเศรษฐีที่ติดอันดับต้นๆ ของนิตยสารฟอร์บส์ในฐานะคนรวยที่สุดของประเทศไทยที่ถึงแก่กรรมในระยะเวลาใกล้ๆกันในเดือนเมษายนนี้ 2 ท่านไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ได้แก่ คุณชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ผู้ก่อตั้งบริษัทเมืองไทยแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ให้กำเนิดบางกอกแอร์เวย์สและเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ฯลฯเนื่องจากเนื้อหาบางส่วนโดยเฉพาะส่วนที่จะขยายความเพื่อตอบ “คำถาม” ซึ่งกำลังเป็น “ธีม” ของโลกยุคใหม่ที่ว่า “คนรวยต้องช่วยคนจน” นั้นค่อนข้างยาวไปหน่อย ผมเลยต้องตัดออก ทำให้อ่านตะกุกตะกักอยู่บ้างวันนี้ขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับมาเขียนถึงอีกครั้งหนึ่งนะครับผมเชื่อในบทวิเคราะห์ของ โทมัส พิเก็ตตี นักเศรษฐศาสตร์ฝรั่งเศสในหนังสือชื่อ “ระบอบทุนนิยมในศตวรรษที่ 21” หรือ “CAPITAL in the Twenty-First Century” ในภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทย โดย นรินทร์ องค์อินทรี พิมพ์และจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์แสงดาว เมื่อ พ.ศ.2560 (ฉบับอังกฤษ พิมพ์ปี 2556)เชื่อที่หนังสือเล่มนี้สรุปไว้อย่างชัดเจนจากข้อมูลของประเทศต่างๆทั่วโลกว่า ในระบบเศรษฐกิจเสรีนั้น “ยิ่งพัฒนาคนรวยจะยิ่งรวยขึ้น และช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนจะห่างออกเรื่อยๆ...ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ได้ชื่อว่าควบคุมกติกาด้านเศรษฐกิจได้อย่างเข้มงวดที่สุดอย่างสหรัฐอเมริกา”เนื่องเพราะคนรวยเขาเป็นเจ้าของปัจจัยที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ “ทุน” นั่นเองบวกกับโลกยุคใหม่ที่คนรวยมักจะเก่งและสมองดีด้วย คนเราเมื่อมีทั้งเงินอยู่ในมือและสมองเก่งๆอยู่ในศีรษะ ย่อมไม่มีใครหยุดยั้งความรวยได้แน่นอนเมื่อความจริงของโลกเป็นเช่นนี้ และโลกก็ได้พิสูจน์แล้วว่า “ระบบเศรษฐกิจเสรี” เป็นระบบที่ดีที่สุด...แม้มันจะเข้าทางคนรวย แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะการพัฒนาด้วยระบบอื่นๆ โดยเฉพาะ “ระบอบสังคมนิยม” ก็พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวเราจึงต้องเดินหน้าพัฒนากันต่อไปด้วยระบบนี้ดังนั้น หน้าที่ของรัฐในระบบเศรษฐกิจเสรีก็คือ จะต้องจัดเก็บภาษีทุกเม็ดจากคนรวย อย่าให้หลุดรอดไปได้ รวมทั้งการวางกติกาการแข่งขันให้เป็นไปอย่างเสรีจริงจัง ไม่มีการผูกขาด ตัดตอน และไม่มีใครได้เปรียบใครในสังคมรวมทั้งพยายามหาทางปลูกฝังจิตใจของคนรวยทางอ้อมจะด้วยวิธีการอย่างไรก็ได้ให้เขามีจิตใจรักสังคม รักประเทศชาติ รักเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติที่ยังอดอยากยากจน...พร้อมกับขอให้เขาปันความรวยของเขามาช่วยสังคม ช่วยประเทศ และช่วยคนจนๆบ้างเท่าที่เขามีความเต็มใจและตั้งใจที่จะช่วยเหลือหลังจากรํ่ารวยแล้วซึ่งคนรวยทั่วโลกก็หันมาบริจาคและตั้งองค์กรการกุศลมากขึ้นดังที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้...โดยจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำอย่างจริงใจ...หรือทำเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำเพื่อหลีกเลี่ยงการจับตามองของสังคม ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยสำหรับทั้ง 2 ท่านที่เพิ่งอำลาจากประเทศไทยไปในเวลาใกล้ๆกัน อันได้แก่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และคุณชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) นั้นผมมีหลักฐานและประจักษ์พยานอย่างชัดเจนว่าท่านคือคนรวยที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่จะช่วยคนจนอย่างจริงจังจริงใจและมีผลงานมากมาย โดยเฉพาะทางด้านการ “สาธารณสุข”ซึ่งยังมีช่องว่างและมีความต้องการความช่วยเหลือสูงมากจึงได้เขียนขอบคุณท่านทั้ง 2 ด้วยความหวังว่าจะส่งผลในการช่วยสร้างกระแส “คนรวยช่วยคนจน” ให้กว้างขวางออกไปอีกในประเทศ “ทุนนิยม” ที่กฎกติกาหย่อนยาน และผู้ควบคุมกฎเต็มไปด้วยคอร์รัปชัน ทำให้การแข่งขันขาดความเป็นธรรม และก่อให้เกิด “คนรวย” ไร้คุณธรรม มีเงินทุนมีความเก่งแต่ก็โกงและเอารัดเอาเปรียบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่นประเทศไทยของเรานั้นการยกย่องคนรวยที่มีความเก่งแต่ไม่โกง และมีความจริงใจที่จะแบ่งปันให้คนจนเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับคนรวยรุ่นใหม่ทั้งหลายให้หันมาเป็นคนรวยที่ดีมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกันดำเนินการคนละมือคนละไม้นับแต่บัดนี้.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม