“แมวส้มคลั่ง” อาละวาดบนรถไฟสายใต้ไล่กัดเจ้าของ ส่งผลให้ขบวนรถล่าช้า เหตุเกิดบนขบวน 169 รถเร็ว กรุงเทพอภิวัฒน์–ยะลา (14 เม.ย.69) ข่าวนี้...กลายเป็นเรื่องราวที่เหล่า “ทาสแมว” พูดถึงกันในโลกโซเชียลเป็นอย่างมากเอาว่า...ความร้อนระดับ “องศาเดือด” ในปีนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นักวิชาการและสัตวแพทย์ประสานเสียงเตือนว่า สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวมีกลไกการระบายความร้อนที่ “ด้อยกว่าคน” มาก เนื่องจากไม่มีต่อมเหงื่อทั่วตัวเหมือนมนุษย์ แต่ใช้การ “หอบ” และระบายผ่านอุ้งเท้าเป็นหลักให้รู้ไว้ด้วยว่า...เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะเกิดสภาวะเลือดข้น ระบบอวัยวะภายในล้มเหลว หรือฮีทสโตรก “Heatstroke” “สัตว์ที่อ้วน ขนยาวหรือหน้าสั้น เช่น บูลด็อก ปั๊ก แมวเปอร์เซียเสี่ยงสูงกว่าปกติหลายเท่าเพราะระบบทางเดินหายใจสั้น ระบายความร้อนช้า หากเจ้าของชะล่าใจปล่อยตากแดดนานๆ อาจถึงขั้นช็อกหมดสติ”นี่คือข้อมูลสำคัญที่สัตวแพทย์ระบุ พร้อมย้ำว่าสัตว์เลี้ยงรับรู้ความรู้สึกและเผชิญความทุกข์ทรมานจากความร้อนไม่ต่างจากมนุษย์ เพียงแต่เขาเป็นสัตว์ “พูดไม่ได้”เนื่องจากสัตว์สื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ เจ้าของต้องเป็นหูเป็นตาแทนผ่านจุดสังเกตตามชนิดสัตว์ อาทิ สุนัข...หอบรุนแรง ลิ้นห้อยยาวแผ่กว้าง น้ำลายเหนียวข้น เหงื่อออกอุ้งเท้าจนพื้นเปียก หากเหงื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดจนถึงม่วงคล้ำ นั่นคือสัญญาณอันตรายถึงชีวิตแมว...สัตว์ลึกลับที่ซ่อนความทรมาน หากเห็นแมว “อ้าปากหายใจ” เหมือนสุนัขเมื่อไหร่แปลว่าวิกฤติแล้ว รวมถึงการพยายามหาที่เย็นจัด เช่น นอนแนบพุงกับกระเบื้องในห้องน้ำ ไม่ยอมลุก กระต่าย...หนู สังเกตที่เส้นเลือดใบหูจะขยายตัวชัดเจน หูร้อนจัด หากนอนนิ่งไม่กินอาหารและจมูกเปียกโชก แปลว่าใกล้จะน็อกประเมินสังเกตอาการระดับความรุนแรงสัตว์จาก “เครียด” ถึง “ตาย”...นับหนึ่งเริ่มจากระดับ “เริ่มร้อน” สัญญาณเตือนเบาๆ...ในระยะนี้ร่างกายสัตว์เลี้ยงเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว อุณหภูมิในร่างกายเริ่มสูงขึ้นจนเกิดความเครียดในระดับเซลล์ พฤติกรรมที่เห็นน้องจะเริ่มเดินหาสนามหญ้าที่ร่มๆ หรือพื้นกระเบื้องเย็นๆ แล้วนอนแผ่พุงเพื่อเอาพื้นที่หน้าท้องสัมผัสความเย็น มีอาการหอบเบาๆ เพื่อระบายอากาศสิ่งที่เขาเจ็บปวด...หัวใจของเขาจะเริ่มเต้นเร็วขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไประบายความร้อน ร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียดสอง...ระดับ “เพลียแดด” สัญญาณอันตรายเมื่อความร้อนสะสมมากขึ้นจนระบายไม่ทัน ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที พฤติกรรมที่เห็น...หอบรุนแรงมากจนตัวโยน ลิ้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด น้ำลายไหลยืด เริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และที่สังเกตชัดที่สุดคือ “เดินโซเซ” เหมือนคนเมาสิ่งที่เขาเจ็บปวด...ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง เลือดจะเริ่มหนืดและข้นขึ้น ทำให้การไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทำได้ยากลำบาก เขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าและทรมานอย่างมาก สาม...ระดับ “ฮีทสโตรก” ระยะสุดท้ายของชีวิต ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไปเกิน 40-41°Cนี่คือจุดที่อุณหภูมิร่างกายพุ่งทะลุ ซึ่งถือเป็น “จุดตาย” ของสัตว์เลี้ยง พฤติกรรมที่เห็นน้องจะหมดสติ ชัก ลิ้นที่เคยแดงจัดจะกลายเป็น “สีม่วงคล้ำ” เนื่องจากขาดออกซิเจน บางตัวอาจมีอุจจาระปนเลือดสิ่งที่เขาเจ็บปวด...ระบบอวัยวะภายใน ทั้งตับ ไต และหัวใจเริ่มล้มเหลว เซลล์สมองถูกทำลายจากความร้อนจัด ซึ่งหากถึงขั้นนี้โอกาสรอดชีวิตจะริบหรี่มากถามถึงวิธีคลายร้อน เบาทุกข์เป็น “ร่มเงา” ให้ลูกรัก เพราะความสุขของเขาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ 100% ในช่วงหน้าร้อนนี้ควรปฏิบัติดังนี้ เริ่มด้วยการเช็กหูและหน้าท้อง หากสัมผัสแล้วร้อนจี๋ ให้รีบใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตามขาหนีบและรักแร้ทันทีจำไว้ว่า...ห้ามใช้น้ำแข็งประคบ การใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งโปะทันทีจะทำให้เส้นเลือดหดตัวจนช็อกหนักกว่าเดิม ที่สำคัญ...น้ำสะอาดห้ามขาด ให้วางจุดดื่มน้ำไว้หลายๆที่และคอยเปลี่ยนให้น้ำเย็นอยู่เสมออย่าลืมว่า...วินาทีที่คุณสังเกตเห็นความผิดปกติ และยื่นมือเข้าไปช่วยทันที นั่นหมายถึงการรักษาชีวิตทั้งชีวิตของเขาไว้ได้ตอกย้ำ...“คาถา 5 อย่า (สัตว์เลี้ยงแสนรัก) ฝ่าวิกฤติลมร้อน” 1.อย่าทิ้งในรถ จอดกลางแดดเพียง 10 นาที รถจะกลายเป็น “เตาอบ” ทันที 2.อย่าล่ามตากแดด ร่มเงาเปลี่ยนทิศตามเวลา ต้องตรวจสอบจุดพักให้ดี 3.อย่าขาดน้ำ ต้องมีน้ำสะอาดตั้งไว้หลายจุด และหมั่นเปลี่ยนให้น้ำเย็นเสมอ4.อย่าพาวิ่งเที่ยงวัน งดออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงแดดจัด ให้เปลี่ยนเป็นเช้ามืดหรือค่ำ 5.อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน หากพบอาการผิดปกติ ให้รีบปฐมพยาบาลด่วน เทคนิคปฐมพยาบาล ช่วยชีวิตก่อนส่งหมอ กรณีหากพบสัตว์เลี้ยง “น็อกแดด” ให้ย้ายเข้าที่ร่มทันที ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตามตัว ขาหนีบ และรักแร้...ห้ามใช้น้ำแข็งประคบหรืออาบน้ำเย็นจัดทันที เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวจนช็อกหนักกว่าเดิม จากนั้นรีบส่งโรงพยาบาลสัตว์ทันทีคำว่า “สัตว์พูดไม่ได้แต่เขารู้สึกได้” ไม่ใช่เพียงประโยคกินใจ “ความรัก” คือการสังเกต วารสารทางสัตวแพทยศาสตร์ เช่น Cornell University College of Veterinary Medicine ระบุว่า ความรวดเร็วในการช่วยเหลือ คือตัวตัดสินความเป็นความตาย...“สัตว์เลี้ยง” ไม่สามารถเลือกย้ายที่อยู่หรือหาน้ำดื่มเองได้ตลอดเวลา “ความสุข” และ“ความอยู่รอด” ของเขาจึงขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจ”...ของเจ้าของร้อยเปอร์เซ็นต์.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม