สาวโรงงานจับมือแม่ค้าผลไม้ร้องมูลนิธิปวีณาฯถูกมิจฉาชีพ เปิดเพจรับจำนำรถออนไลน์เชิดรถกระบะหนี 2 คันรวด เผยเดือดร้อนเงินติดต่อจำนำรถกระบะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อทำสัญญาและส่งมอบรถ เมื่อขอไถ่คืนติดต่อไม่ได้บล็อกทุกช่องทาง “ปวีณา” ประสานตำรวจล่าจนทราบเบาะแสคนร้ายแล้ว เตือนมิจฉาชีพอาศัยช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง เปลี่ยนรูปแบบหลอกลวงเหยื่อแนะตรวจสอบแหล่งเงินทุนมีระบบรองรับสองสาวร้องมิจฉาชีพเปิดเพจรับจำนำรถออนไลน์เชิดรถกระบะหนี เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี พนักงานโรงงาน และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 41 ปี แม่ค้าผลไม้ เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถูกมิจฉาชีพหลอกจำนำรถออนไลน์ นัดส่งรถเรียบร้อยแต่พอจะไถ่คืนกลับหนีหายบล็อกทุกช่องทางเชิดรถหนีหายติดต่อไม่ได้น.ส.เอเปิดเผยว่า ประสบปัญหาการเงินทำให้ค้างค่ารถกระบะโตโยต้า วีโว่ 4 งวด กระทั่งเจอเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Hiatn40” รับจำนำรถยนต์ โทร.ติดต่อไปขอจำนำรถกระบะ 70,000 บาท คนรับสายอ้างชื่อ “เฮียต้น” ตกลงรับจำนำโดยมีสัญญาต้องเอารถไปจอดที่เขาคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน จากนั้นนัดทำสัญญาและส่งมอบรถ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.69 บริเวณหน้าวัดผลาหาร อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อมาตนยืมเงินญาติเพื่อจะขอไถ่รถคืน แต่กลับถูกบล็อกทุกช่องทางและติดต่อไม่ได้ รู้ตัวถูกหลอก ตัดสินใจไปแจ้งความที่พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้าเช่นเดียวกับ น.ส.บี เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพค้าขายผลไม้จะใช้รถกระบะขนผลไม้จากภาคเหนือมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่เศรษฐกิจไม่ดีหมุนเงินไม่ทันติดต่อเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Hiatn40” เพื่อจำนำรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ จำนวน 150,000 บาท นัดทำสัญญาและส่งมอบบริเวณหน้าเซเว่น สาขาหน้าพระลาน จ.สระบุรี พบว่าคนร้ายคือคนเดียวกันแต่มีผู้หญิงมาด้วย และขับรถกระบะของ น.ส.เอ เหยื่อรายแรก มาเพื่อรับรถของตนแต่จ่ายเงินให้เพียง 100,000 บาท พร้อมอ้างว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือให้ที่รังสิต ก่อนจะใช้อุบายคลาดกันระหว่างทางและบล็อกการติดต่อหลบหนีไปเข้าแจ้งความ สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี ประสานผู้เสียหายรายแรกมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯนางปวีณาเปิดเผยว่า ประสานไปยัง พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง ผกก.สภ.คลองห้า และ พ.ต.อ.เทพนม ก๋งอุบล ผกก.สภ.หน้าพระลาน เพื่อเร่งรัดคดี ล่าสุดตำรวจระบุว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เริ่มทราบเบาะแสคนร้ายแล้วและกำลังเตรียมออกหมายเรียกมาดำเนินคดี ฝากเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนปัจจุบันมิจฉาชีพมักอาศัยความเดือดร้อนในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่มาเป็นเครื่องมือหลอกลวง โดยเปลี่ยนรูปแบบให้ดูน่าเชื่อถือผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนตัดสินใจกู้เงินควรตรวจสอบแหล่งเงินทุนให้ชัดเจนหรือใช้สถาบันการเงินที่มีระบบรองรับ เพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียทรัพย์สินและยังต้องแบกรับหนี้ไฟแนนซ์โดยที่ไม่มีรถใช้ทำงาน พร้อมยืนยันจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่