ผบช.ก.ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ เปิดปฏิบัติการบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวโสมขาวภาค 2 ขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติมอีก 11 ราย หลบหนีจากกัมพูชามาก่อคดีในไทย เช่าบ้านหรูใน กทม.ย่านรามอินทราใช้เป็นฐาน ตรวจค้นพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และมือถือเพียบ พร้อมทั้งบทสนทนาใช้พูดและพิมพ์ อ้างตัวเป็นอัยการ โทร.ไปหลอกเหยื่อเพื่อนร่วมชาติว่า ถูกดำเนินคดีอาญา ก่อนขู่ให้โอนเงิน พบมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 65 ล้านบาทตำรวจ ปอท.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยขึ้น ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศ ไทย แถลงผลปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chains EP.2 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ จับกุมผู้ต้องหา 11 ราย ประกอบด้วย นายกอนโก อายุ 25 ปี นายดงฮวา อายุ 25 ปี นายจุนกี อายุ 35 ปี นายนูรี อายุ 35 ปี นายซอกอู อายุ 31 ปี นายฮยอนอู อายุ 33 ปี นายจองกู อายุ 31 ปี นายกวังมิน อายุ 19 ปี นายยงกยู อายุ 39 ปี นางยุนคโย อายุ 27 ปี และนางฮเยรี อายุ 32 ปี ข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ VoIP จำนวน 11 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 33 เครื่อง บทสคริปต์ใช้หลอกลวง เงินสด และเอกสารหลายรายการพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองหัวหน้า ศปอส.ตร. ได้จัดตั้ง War room ACSC ประสานงานร่วมกับฝ่ายต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย สืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลต่อเนื่องตลอดปี 68 พบว่า มีขบวนการคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้หลบหนีจากกัมพูชาเข้ามาตั้งฐานในไทย ก่อนหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการ “Thailand-Korea Breaking Chains” จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ 17 ราย เข้ามาตั้งออฟฟิศในพื้นที่ จ.ชลบุรีและ กทม. หลอกลวงเหยื่อเพื่อนร่วมชาติ จากการขยายผลทราบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการเช่าบ้านหรูย่านรามอินทรา กทม. เปิดสำนักงานใช้หลอกลวงเหยื่อชาวเกาหลีใต้ ขออนุมัติหมายค้นนำกำลังเข้าจับกุม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวต่างชาติถึงไม่ได้หลอกคนไทย ก็จะไม่ยอมให้ใช้บ้านเราตั้งเป็นฐาน รวมทั้งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วยจากการตรวจค้นที่เกิดเหตุพบว่า ดัดแปลงบ้านเช่าเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ จัดวางโต๊ะทำงาน 11 จุด พร้อมอุปกรณ์โทรศัพท์ VoIP อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต (Router) เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจอมีข้อความบทสคริปต์ เอกสารสคริปต์การหลอกเหยื่อวางอยู่บนโต๊ะใช้ในการพูดและพิมพ์ข้อความหลอกลวงทางออนไลน์ รายชื่อเหยื่อพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และเอกสารปลอมแอบอ้างเป็นหนังสือทางราชการของอัยการประเทศเกาหลีใต้ สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าโทร.ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) ติดต่อสื่อสารกับเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้อุบายปลอมเป็นอัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐเกาหลีใต้ โทร.ข่มขู่เหยื่อหลอกว่ามีคดีเพื่อให้เหยื่อโอนเงินให้ พบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายรายมูลค่าความเสียหายกว่า 3 พันล้านวอน หรือประมาณ 65 ล้านบาท นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง สน.โคกคราม ดำเนินคดีด้านนายลี ยองกอน ตำรวจเกาหลีใต้ กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้ถือว่าเป็นแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ลำพังประเทศเกาหลีใต้ประเทศเดียวคงไม่สามารถกวาดล้างได้หมด ต้องแสวงหาความร่วมมือจากหลายๆประเทศ จากการตรวจสอบยอดความเสียหายปีที่แล้ว พบมีมากถึง 600 ล้านวอน ส่วนจะเชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชาหรือไม่ต้องรอผลการสอบสวนอย่างละเอียดก่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่