“ปวีณา” จี้คดีพ่อเลี้ยงโหดทุบตีเด็กชายวัย 3 ขวบดับสลด หลังย่าเด็กโร่ร้องหลานชายตายมีเงื่อนงำ รีบอายัดศพส่งชันสูตรสถาบันนิติเวชฯ แพทย์ระบุเกิดอาการช็อกเสียเลือดมาก ลำไส้เล็กฉีกขาดมีเลือดออกในช่องท้อง ถูกของแข็งกระแทก มีรอยช้ำที่หัว และตามลำตัว เผยเหตุเกิดขณะแม่เด็ก ไปทำงานโรงงานตอนกลางคืน ปล่อยลูกชายอยู่กับพ่อเลี้ยงที่บ้านเพียงลำพัง จนเช้ามืดเด็กอ้วกชักเกร็ง พ่อเลี้ยงโทร.ไปบอกแม่เด็กรีบกลับมาพาลูกส่งโรงพยาบาล แต่เด็กหมดลมหายใจแล้ว แพทย์ปั๊ม หัวใจไม่เป็นผล ย่าเห็นสภาพศพหลานมีรอยช้ำทั่วตัว เชื่อถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต หอบหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ย่า อายุ 50 ปี ยาย อายุ 43 ปี และแม่ อายุ 22 ปี ของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ เดินทางจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ หลังส่งเรื่องร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกรณี ด.ช.เอ เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ย่าเด็กเผยว่า เลี้ยงดูหลานชายมาตั้งแต่เกิด กระทั่งอายุ 1 ขวบ 2 เดือน พ่อแม่เด็กเลิกรากัน แม่พา ด.ช.เอ ไปให้ยายกับลุงเลี้ยงที่กรุงเทพฯ ต่อมาแม่ไปมีสามีใหม่เพิ่งรับลูกชายกลับไปเลี้ยงเองที่บ้านในพื้นที่หมู่ 5 ต.บึง อ.ศรีราชา ได้ไม่ถึง 2 เดือนก็มาเสียชีวิตย่าเด็กเผยต่อไปว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค. ขณะแม่เด็กไปทำงานโรงงาน ปล่อยให้ลูกชายอยู่กับพ่อเลี้ยงที่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณตี 5 วันที่ 26 มี.ค. พ่อเลี้ยงโทร.ไปบอกว่าลูกอาเจียน แม่รีบกลับมาอาบน้ำแต่งตัวจะพาลูกไปหาหมอ หันมาเห็นลูกชักเกร็งรีบพาส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ตอนนั้นเด็กไม่หายใจแล้ว แพทย์พยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้และเสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันเดียวกัน แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นว่าภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หลังน้องเอเสียชีวิตแม่เด็กโทร.มาบอกตนไปดูที่โรงพยาบาล เห็นสภาพศพหลานชายมีรอยเขียวช้ำที่หน้าผาก ใต้ตาขวา หน้าท้อง มีเลือดออกปากและจมูก อีกทั้งมีร่องรอยคล้ายถูกบุหรี่จี้ทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ตามตัว มั่นใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับหลานแน่นอน เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ย่าพาน้องเอมาเล่นที่บ้าน หลานบอกว่าถูกพ่อใหม่ตีและตอนแม่จะมารับน้องเอร้องไห้ไม่อยากกลับบ้าน เชื่อว่าถูกพ่อเลี้ยงทุบตีจนเสียชีวิต รีบโทรศัพท์สายด่วน 1134 ขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณาฯด้านยายเด็กเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 ตอนที่เลี้ยงหลานอยู่กรุงเทพฯ แม่มารับกลับไปเที่ยวบ้านประมาณ 10 วัน เมื่อพาหลานมาส่งพบตามร่างกายมีรอยไหม้เป็นจุดทั้งที่ตัว ขา และฝ่าเท้า สอบถามหลานบอกว่าพ่อใหม่เอาบุหรี่จี้ ยายโทรศัพท์ไปถามแม่เด็กถูกต่อว่ากลับมาว่ายายไปหาเรื่อง อ้างเด็กซนวิ่งเล่นล้มไปเหยียบก้นบุหรี่เอง แต่ยายไม่เชื่อ กระทั่งหลานชายมาเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ อยากให้มีการชันสูตรศพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเพราะเชื่อว่าเป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติหลังรับเรื่องนางปวีณาโทรศัพท์ประสานไปยัง พ.ต.อ.คมกริช มั่นจิตต์ ผกก.สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา พื้นที่เกิดเหตุ และ พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สภ.แหลมฉบัง ที่ศพเด็กอยู่โรงพยาบาล เพื่อขออายัดศพและส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ก่อนที่ย่า ยาย และแม่เด็กจะเดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯ จากนั้นนางปวีณาพาทั้งหมดเดินทางไปยังสถาบันนิติเวชฯเพื่อรับผลการชันสูตรศพและขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ชลบุรี โดย นพ.ปิยะพงษ์ สาครเย็น แพทย์สถาบันนิติเวชฯเผยผลชันสูตรสาเหตุการตายของ ด.ช.เอ เกิดจากอาการช็อกเสียเลือดมาก พบเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมากจากขั้วยึดลำไส้และลำไส้เล็กฉีกขาด มีรอยช้ำจากการโดนกระแทกด้วยของแข็งที่ศีรษะ หน้าท้อง ตามลำตัว และมีแผลพุพองที่ลูกอัณฑะต่อมาเวลา 16.00 น. นางปวีณาพาย่า ยาย และแม่ ด.ช.เอ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.คมกฤช มั่นจิตต์ ผกก.สภ.หนองขาม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงของ ด.ช.เอ ที่อยู่กับเด็กทั้งคืนเป็นคนสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิต โดยนำเอกสารผลชันสูตรสาเหตุการตายจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ มามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐานด้วย ขณะเดียวกันนางปวีณาได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เพื่อเร่งรัดคดี และประสาน น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พัฒนาสังคมฯ จ.ชลบุรี เดินทางมาร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯเพื่อติดตามคดีและให้ความช่วยเหลือครอบครัวเด็กต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่