ดีเอสไอยุติดำเนินคดีอาญา “ธัมมชโย” คดีฟอกเงินและรับของโจร คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เหตุหมดอายุความ15 ปี ส่วนการติดตามทรัพย์สินในทางแพ่งเยียวยาผู้เสียหายไม่มีอายุความ ทำได้ตลอดหากพบทรัพย์สินเพิ่ม ที่ผ่านมา ร่วมกับ ปปง.ยึดอายัดทรัพย์สินคืนแล้ว กว่า 1,458 ล้านบาท ทรัพย์สินที่เหลือเป็นอสังหา ริมทรัพย์ เช่น สถานปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด และอาคารลูกโลกในวัดพระธรรมกาย อยู่ระหว่างขายทอดตลาดนำเงินมาเฉลี่ยคืนสมาชิก เผยหาก “ธัมมชโย” ปรากฏตัวจะไม่สามารถควบคุมตัวหรือดำเนินคดีฐานความผิดนี้ได้อีกเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่กรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอยุติดำเนินคดีฟอกเงิน-รับของโจร อดีตพระเทพญาณมหามุนี หรือนายไชยบูรณ์ สุทธิผล หรือธัมมชโย อายุ 81 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เหตุหมดอายุความกรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า อธิบดีดีเอสไอสั่งการให้กองบริหารคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมและรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด สำหรับการสั่งยุติดำเนินคดีจะเร่งตรวจสอบตามเอกสาร หรือหนังสือที่ได้ส่งไปยังพนักงานอัยการและหนังสือตอบ กลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำมาพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสรุปผลอย่างชัดเจน ส่วนสำนวนคดีพระธัมมชโยในดีเอสไอ อยู่ระหว่างตรวจสอบให้ ชัดเจน เพราะมีคดีมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดีที่เกี่ยวกับการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน นอกจากนี้ ยังมีคดีฟอกเงินทางแพ่ง สำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมเป็น 3 ส่วนสำคัญ เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนจะจัดทำเอกสารชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไปมีรายงานเพิ่มเติม ว่า ก่อนหน้านี้ ปปง.ได้ยึด อายัดทรัพย์สินในคดีแพ่งจำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท และศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเพื่อนำเงินมาคืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำไปเฉลี่ยคืนสมาชิกหรือผู้เสียหายต่อไป แต่ยังมี ทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น สถานปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด รวมถึงอาคารลูกโลกในวัดพระธรรมกาย อยู่ระหว่างขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งยุติการดำเนิน คดีนั้นไม่มีผลต่อทางคดีแพ่งเพราะทุกอย่างสิ้นสุดกระบวนการแล้วด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษ กล่าวว่า คดีอาญาที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับธัมมชโย มีเพียงคดีฟอกเงินและรับของโจร มีอายุความ 15 ปี หลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับตลอดอายุความตามหมายจับ ได้พยายามติดตามตัวมาตลอด แต่ไม่พบ เมื่อครบอายุความตามหมายจับ อัยการต้องยื่นขอยุติดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการทางแพ่งเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์ ยังดำเนินการได้ตลอด ที่ผ่านมาดีเอสไอยึดทรัพย์คืนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแล้ว 1,458 ล้านบาท หากปรากฏทรัพย์สินเพิ่มเติมสามารถยึดเพิ่มได้อีกโดยไม่มีอายุความ ทั้งนี้ ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันอื่นๆที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ดีเอสไอได้ประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยแล้ว ยอมรับว่าเมื่อคดีหมดอายุความ หากธัมมชโยปรากฏตัว ก็ไม่สามารถควบคุมตัวดำเนินการทางอาญาได้แล้ววันเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจกเอกสาร ชี้แจงกรณีพนักงานอัยการมีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดี พิเศษให้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ พ.ศ.2556 กรมสอบสวน คดีพิเศษได้รับดำเนินคดีอาญา กรณีมีผู้กล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ช่วงระยะเวลาเกิดเหตุระหว่าง พ.ศ.2552-2554 เป็นคดีพิเศษ คดีดังกล่าวได้ดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานและผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมทั้งผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้ง ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นเหตุให้สมาชิกสหกรณ์ ได้รับความเสียหายกว่า 13,000 ล้านบาทเอกสารระบุอีกว่า ต่อมาสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินพบว่าพระธัมมชโย และบุคคลเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปโดยมิชอบ มูลค่ารวมประมาณ 1,458 ล้านบาท กรมสอบสวนคดี พิเศษจึงแยกกรณีดังกล่าวมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ทางคดีสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นควร สั่งฟ้องผู้ต้องหา 5 ราย ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หนึ่งในจำนวนดังกล่าวคือพระธัมมชโย ซึ่งไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และมีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษร้องขอต่อศาลออก หมายจับพระธัมมชโยต่อศาลอาญา และได้มอบหมาย ให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวติดตามจับกุม รวมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตาม จับกุมภายในประเทศ นอกจากนั้นยังประสานความร่วมมือไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงในการประกาศสืบจับไปยังต่างประเทศด้วยสำหรับนายศุภชัยกับพวก ที่ถูกกล่าวหา ในคดีฟอกเงินและอัยการฟ้องต่อศาลแล้ว ปัจจุบันศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริง และในส่วนมาตรการทางแพ่ง วัดพระธรรมกาย ได้คืนเงิน 1,458 ล้านบาท ไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นให้กับผู้เสียหายแล้ว และเนื่องจากคดีนี้เหตุ เกิดระหว่างปี พ.ศ.2552-2554 อายุความฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 95 มีอายุความ 15 ปี และอัยการเห็นว่า สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้อง ระงับไปเนื่องจากคดีขาดอายุความ แจ้งยุติการดำเนิน คดีมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการให้ เป็นไปตามกฎหมายกรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่า ได้ประสานงาน ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดมา และกรณีคำสั่งอัยการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับมาตรการทางแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับผิดชอบดำเนินการ ยังคงยึดอายัดอย่างต่อเนื่องและอยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลเพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ให้กับสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เสียหายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่