ไม่ถึงระดับมิคสัญญี แต่ภาพบรรยากาศโกลาหล ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ถือแกลลอนน้ำมันต่อแถวยาวเหยียดแย่งกันตุนน้ำมันดีเซลไปใส่เครื่องสูบน้ำ เติมรถไถ เครื่องยนต์ทำการเกษตร แย่งกับรถยนต์ที่ต่อแถวยาวเป็นกิโลเมตรแบบข้ามวันข้ามคืน รอเติมน้ำมันที่หมดเกลี้ยงปั๊มสะท้อนระดับความเชื่อมั่นรัฐบาล ที่แทบจะเกลี้ยงถัง ณ จุดที่ชาวบ้านไม่ฟังเสียงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ นำทีมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเกณฑ์หน่วยงานกำกับดูแลพลังงาน ไปจนถึงผู้ประกอบการน้ำมัน แถลงยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยยังมีให้ใช้ได้ใน 100 วัน ในภาวะวิกฤติสงคราม ไม่ถึงขั้นขาดแคลนนั่นก็ต้องโทษรัฐบาลเองที่ไม่มีแผนรองรับวิกฤตการณ์ ทั้งๆที่จับสัญญาณสงครามตะวันออกกลางได้ล่วงหน้า แต่หน่วยงานหลักอย่างกระทรวงพลังงานกลับบริหารแบบไร้วิสัยทัศน์ ไม่มีการเตรียมช่องทางจัดหาน้ำมันสำรองนอกเหนือจากแหล่งตะวันออกกลางที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จุดอันตรายที่รู้อยู่ต้องมีปัญหาจากการสู้รบรอจนสถานการณ์สู้รบหนักขึ้น ถึงได้ตื่นรับมือแบบไฟลนก้น ตามข้อมูลตัวเลขที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จากทีแรกนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ระบุ น้ำมันสำรองประเทศใช้ได้ 60 วัน จัดหาแหล่งใหม่ส่งมอบได้ในสิ้นเดือนเมษายน โดนด่าหนักก็ปรับเป็น 95 วันล่าสุด ยืนยันตัวเลข 100 วัน แต่นั่นก็ไม่ทันแก้สังคมแพนิกจุดชนวนวิกฤติซ้อนวิกฤติด้วยมาตรฐานการบริหารแบบรัฐราชการ ประกอบกับวิถีธรรมชาติสังคมแบบไทยๆ ที่ “ตื่นตูม” มากกว่า “ตื่นรู้” การสื่อสารที่ขาดๆ เกินๆ ทำให้เกิดความตื่นกลัวแย่งเติมน้ำมัน จนกระทบกลไกขนส่งน้ำมันปกติ ซ้ำร้ายยังเข้าเหลี่ยมกลุ่มทุนการเมืองและผู้ประกอบการ ฉวยโอกาสกักตุนเก็งกำไรกลายเป็นภาพจำซ้ำๆ ฉากเหมือนวันสิ้นโลกในประเทศไทย วนกลับไปเหมือนครั้ง วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ไม่ต่างจากบรรยากาศในภาวะโรคระบาดโควิด ปี 2563 เกิดสภาพโกลาหล ประชาชนแห่ตุนอาหาร แย่งสินค้าอุปโภคบริโภคจนเกิดภาวะขาดแคลน ขณะที่รัฐบาลไร้แผนบริหารจัดการที่ดี ปล่อยให้มีการกักตุนเก็งกำไรณ จุดที่เสียดแทงหัวใจ แต่ต้องยอมรับสภาพความจริง ประเทศไทยยังขาดคำว่า “ชาติสปิริต” เมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลกที่เผชิญวิกฤติพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางเช่นกัน แต่ไม่มีเหตุโกลาหล รัฐบาลบริหารไร้แผน กลุ่มทุนการเมืองฉวยโอกาสเก็งกำไร ประชาชนแย่งเติมน้ำมันจนหมดปั๊มให้เห็นในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม