สงครามสหรัฐฯยิวถล่มอิหร่านหนนี้...จะจบง่ายๆหรือจะไปต่อถึงสงครามนิวเคลียร์...ผมเริ่มได้ยินเสียงฝ่ายยิวเขาอ้างคัมภีร์วันสิ้นโลก...เขาว่า คุณทรัมป์เป็นซาตานถูกกำหนดให้เป็นตัวการ จิ๊กซอว์จะต่อๆไปถึงวันที่พระเยซูจะฟื้นคืนมาโปรดโลกเรื่องเล่าตะเภาเดียวกัน จะว่าไปของพี่ไทยก็มีอยู่ในคัมภีร์ไตรภูมิโลกวิตถาร ผมอ่านจาก คอคิดขอเขียนชุดที่ 2 (บำรุงสาส์นพิมพ์ พ.ศ.2514) อาจารย์ “กาญจนาคพันธุ์” บรรยายไว้ว่าก่อนจะเกิดไฟประลัยกัลป์ ฝนตกใหญ่ทั่วแสนโกฏิจักรวาล มนุษย์ดีใจจัดแจงหว่าน พอข้าวกล้าทำท่าจะดีฝนก็แล้ง ฟ้าร้อง เมฆตั้งมืดมาแล้วก็หาย ฝนตก ฝนแล้งอย่างนี้ร้อยปี พันปี...ต้นไม้เหี่ยวแห้งตายไม่มีเหลือต่อไปพระอาทิตย์ก็ขึ้นสองดวง ผลัดกันเดินสว่างตลอดเวลา น้ำในแม่น้ำ (เล็กๆ) ทั่วไปแห้งหมด ต่อมาพระอาทิตย์เพิ่มสามดวง น้ำในห้าแม่น้ำใหญ่แห้งหมด พระอาทิตย์ขึ้นสี่ดวง น้ำเจ็ดสระในป่าหิมพานต์ ต้นกำเนิดแม่น้ำใหญ่ห้าสายก็แห้งตามพระอาทิตย์ขึ้นห้าดวง น้ำในมหาสมุทรแห้ง จักรวาลเกิดเป็นควันตลบ พระอาทิตย์ขึ้นเป็นเจ็ดดวง ไฟก็ลุกพรึบไหม้จักรวาลทั้งแสนโกฏิ ขึ้นไปถึงสวรรค์...นี่ล่ะ ไฟประลัยกัลป์ไฟไหม้รุ่งโรจน์โชตนาการจนไม่มีอะไรเหลือให้ไหม้แล้วก็ดับ คราวนี้มีแต่อากาศเปล่ามืดตื้อถึงเวลาฝนตั้งโลก เริ่มตกเป็นฝอย แล้วเม็ดฝนก็ใหญ่ขึ้นเท่าภูเขา น้ำท่วมเต็มแสนโกฏิจักรวาล คราวนี้ลมก็มา พัดน้ำตะล่อมเข้าเป็นก้อน เหมือนหยาดน้ำในใบบัว น้ำถูกลมโชยงวดลงๆ ตอนบนแห้งเกิดเป็นสวรรค์ ต่อมาก็ยุบงวดลงเป็นวุ้น กลายเป็นแผ่นดินมีกลิ่นหอมเกิดกอบัว บัวนั้นถ้าไม่มีดอกก็หมายความว่า ไม่มีพระพุทธเจ้ามาเกิด เรียกว่าสูญกัป คือกัปว่างเปล่า ถ้าดอกหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็มาเกิดองค์หนึ่ง สองดอกก็สององค์ ไปจนถึงห้าดอกก็ห้าองค์ตอนนี้พวกพรหมบนสวรรค์จุติลงมาเกิดบนพื้นดิน เห็นดินแปลกสีสวยกลิ่นหอม เอานิ้วควักมาแตะปลายลิ้น รู้สึกว่าโอชารสอร่อยเลยพากันกิน รัศมีพรหมที่เคยสว่างออกจากกายก็หายไปโลกเลยมืดบังเกิดพระอาทิตย์ พระจันทร์ส่องสว่าง แต่ดินที่เคยมีรสอร่อยก็หายไป เกิดง้วนดินงอกมาเหมือนดอกเห็ด พรหมที่เป็นมนุษย์ก็กินเห็ด ไม่ช้าเห็ดก็หาย เกิดเครือดินเลื้อยเหมือนผักบุ้งหรือแพงพวย คนก็กินเครือดินไม่ช้าเครือดินหาย เกิดข้าวสาลี (เพราะมนุษย์กินข้าวสาลี) เกิดกามราค มีเพศหญิงเพศชาย ได้เป็นผัวเมียกัน กลายเป็นสังคมมนุษย์ เป็นบ้านเป็นเมือง มีหัวหน้าปกครองเป็นลำดับมาตั้งแต่ไฟประลัยกัลป์ล้างโลกจนตั้งแผ่นดินใหม่ เกิดมนุษย์กินเวลาเป็นล้านๆโกฏิๆปียังมีเรื่องต่อเครือเดียวกับไตรภูมิโลกวิตถาร เรียกว่า อนาคตวงศ์ ว่าถึงกัปนี้ เมื่อตั้งแผ่นดินขึ้นมาแล้ว ก็เกิดมีดอกบัวห้าดอกเรียก ภัทรกัป แสดงว่ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสห้าพระองค์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสมาแล้วสี่องค์ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และ พระสมณโคดม คือพระพุทธเจ้าของเราเวลานี้ต่อไปเมื่อสิ้นพระสมณโคดม ก็จะมีมาตรัสอีกองค์ พระศรีอารยเมตไตรย หรือพระศรีอารย์ ยุคนี้ถือว่าวิเศษสุด มีกล่าวไว้ในสมุดมาลัยว่าแผ่นดินเหมือนคนปราบ ราบกว่าราบดังหน้ากลองสี หญ้าอ่อนสี่องคุลี เขียวขจีอันบรรจง น้ำไหลขึ้นข้างหนึ่ง อีกฟากหนึ่งก็ไหลลง เต็มเปี่ยมเหลี่ยมสระสรง เพียงขอบฝั่งอยู่อาจิณนี่แค่ตัวอย่าง โลกยุคพระศรีอารย์ ที่มนุษย์เวลาทุกข์ยาก มโนหาทางออกให้ตัวเอง เลิศหรูวิไลแค่ไหน อย่างไร อาจารย์กาญจนาคพันธ์ ท่านพรรณนาไว้ยืดยาว พรุ่งนี้ค่อยๆอ่านต่ออีกที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม