ตำรวจไซเบอร์ถือหมายศาลบุกค้นบ้านพี่ชายเลขานายก อบจ.สมุทรปราการ เจ้าของบริษัทซื้อขายคริปโตฯ พัวพันขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์และฟอกเงินหลังตรวจเส้นทางการเงินเหยื่อที่ถูกหลอกตุ๋นไปเกือบ 4 ล้านบาท ถูกโอนหลายต่อผ่านบัญชีม้าทั้งไทยและเทศก่อนไหลเข้าบัญชีผู้ต้องหาทั้งบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัว แต่เป็นคนละคดีกับคดีที่น้องชายถูกจับกุม ขณะตรวจค้นเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน นัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 16 มี.ค. เผยคดีนี้ศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว 16 รายปฏิบัติการตามล่าขบวนการหลอกลงทุนบุกค้นบ้านพี่ชายเลขานายก อบจ.รายนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 150/2569 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 233/549 ซอยนันทนนท์ 4 ถนนศรีนครินทร์ หมู่ 6 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการเป็นบ้านและที่ทำงานของนายวุฒิไชย เชื้อไทย อายุ36 ปี กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท บีบี อินเวสติ้ง จำกัดดำเนินธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซีอีกทั้งเป็นพี่ชายของนายสิทธิไชย เชื้อไทย อายุ 35 ปีเลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ที่ถูกตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมไปก่อนหน้านี้ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนและฟอกเงินจากการตรวจค้นในบ้านไม่พบตัวนายวุฒิไชยมีเพียงบิดาที่พักอาศัยอยู่ ตำรวจตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารต่างๆจำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบเพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานและหาความเชื่อมโยงว่านายวุฒิไชยมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการหลอกลงทุนและฟอกเงินหรือไม่ หลังพบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายรายหนึ่งที่ถูกหลอกให้ลงทุนออนไลน์ไปเกี่ยวพันทั้งเงินในบัญชีธนาคารของบริษัทและบัญชีส่วนตัวของนายวุฒิไชย แต่เป็นคนละคดีกับคดีของน้องชาย ยังไม่พบความเชื่อมโยงถึงกันการเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ก.ค.66 มีผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ภากร ปรีดาศิริกุล” เข้ามาพูดคุยจนสร้างความสนิทสนม จากนั้นใช้อุบายชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครเป็นสมาชิกเปิดร้านขายสินค้าในแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชื่อดังรายหนึ่ง อ้างว่าจะได้ค่าตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจโอนเงินลงทุนเข้าระบบเพื่อเปิดร้านครั้งแรก 10,000 บาทปรากฏว่าได้รับค่าตอบแทนจริง จากนั้นมิจฉาชีพได้โน้มน้าวให้ผู้เสียหายเพิ่มการลงทุนไปเรื่อยๆ โอนเงินไปรวมทั้งหมด 28 ครั้งเป็นเงินทั้งสิ้น 3,967,719 บาทภายหลังก็ถูกปฏิเสธค่าตอบแทน อ้างเหตุผลต่างๆสุดท้ายรู้ตัวว่าถูกหลอกเข้าแจ้งความตำรวจไซเบอร์ต่อมาชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 สืบสวนจนพบเส้นทางการเงินของผู้เสียหายคดีนี้ถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายบัญชี และบัญชีธนาคารของบุคคลต่างชาติหลายสัญชาติ อาทิ คาซัคสถานและรัสเซียก่อนโอนต่อเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของบริษัทบีบี อินเวสติ้ง จำกัด ที่มีนายวุฒิไชยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท จากนั้นได้ถ่ายโอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของนายวุฒิไชย เข้าข่ายเกี่ยวข้องในขบวนการหลอกลงทุนในลักษณะกระทำผิดการฟอกเงิน อย่างไรก็ตามล่าสุดนายวุฒิไชยได้ประสานมายังตำรวจไซเบอร์เพื่อนัดหมายที่จะเดินทางเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ในวันที่ 16 มี.ค.นี้สำหรับคดีนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 16 รายในความผิดฐาน “กระทำด้วยประการใดอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก (เป็นผู้สนับสนุน) ในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่