ปิดล้อมปะทะเดือดจับตายโจรใต้เป็นศพคาบ้าน หลังเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านพบชายต้องสงสัยเข้ามาหลบซ่อนตัว ระดมกำลังปิดล้อมเจรจาแต่ไม่เป็นผล ส่งโดรนบินเข้าไปตรวจสอบในบ้านถูกสอยร่วง 2 ลำ ขณะเจ้าหน้าที่จะจู่โจมถูกกราดยิงสวนออกมาพร้อมปาไปป์บอมบ์ถล่มจนเกิดการยิงปะทะดวลสนั่น สุดท้ายคนร้ายพลาดท่าถูกยิงปลิดชีพพร้อมปืน 2 กระบอก เอ็ม 16 กับ .38 ที่ปล้นฆ่ามาจากเจ้าหน้าที่ เช็กประวัติมีหมายจับคดีความมั่นคง 1 หมาย เร่งสืบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีกหรือไม่ หวิดวุ่นที่ รพ. ชาวบ้านฮือขวางรถเจ้าหน้าที่นำศพส่งกลับบ้าน ถูกนายทหารผลักล้มจนเกิดชุลมุนเหตุการณ์ปิดล้อมยิงปะทะจับตายโจรใต้รายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.ปัตตานี ว่า ได้ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 70/2 ริมถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี หมู่ 2 บ้านปรัง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีบุคคลต้องสงสัยเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน กำชับให้หน่วยกำลังใช้การปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก จากนั้นไปอำนวยการในที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รอง ผวจ.ปัตตานี นายนูรดี อับดุลราฮิม นอภ.หนองจิกที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวหลังใหญ่ เจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมพร้อมปิดเส้นทางเข้าออกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเรียกให้คนในบ้านออกมาแสดงตัว 3 คน แต่ยังมีอีก 1 คนที่หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาเบื้องต้นก่อนจะขอความร่วมมือผู้นำท้องที่ช่วยเจรจาให้ออกมาแสดงตัวแต่ไม่เป็นผล ต่อมาใช้โดรนบินเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน เมื่อบินเข้าไปในห้องนอนปรากฏว่าคนร้ายใช้ปืนยิงโดรนจนตกเสียหาย ต้องนำโดรนอีกลำบินเข้าไปในบ้านอีกครั้ง พบตัวคนร้ายหลบอยู่ในห้องน้ำและใช้ปืนยิงใส่โดรนตกเสียหายเป็นลำที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังไม่ละความพยายามส่งโดรนลำที่ 3 เข้าไปอีกครั้ง พร้อมพยายามจู่โจมบุกเข้าไปในบ้าน ครั้งนี้คนร้ายใช้ปืนสงครามกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายปาระเบิดแบบไปป์บอมบ์แต่พลาดตกในครัวจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่ตัดสินใจล่าถอยออกมา คนร้ายยังปาระเบิดไปป์บอมบ์ตามมาอีกลูก โชคดีไม่มีใครได้รับอันตรายต่อมาเวลา 19.50 น. เจ้าหน้าที่ตัดสินใจยิงถล่มใส่ผนังบ้านจุดที่เป็นห้องน้ำที่คนร้ายหลบซ่อนตัวเพื่อกดดันให้ออกมา คนร้ายเห็นท่าทีไม่ดีวิ่งออกจากห้องน้ำไปหลบในห้องครัวและกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้งจนเกิดการยิงปะทะกันอีกระลอกเสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่ต้องหลบกระสุนที่คนร้ายกราดยิงออกมาอย่างหนัก มีการยิงตอบโต้กันไปมาเป็นระยะ จนกระทั่งคนร้ายพลาดท่าขณะหลบอยู่หลังตู้ในครัวถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่ยิงเข้าที่ลำตัวจนเสียชีวิตคาที่ หลังเสียงปืนสงบลงเข้าเคลียร์พื้นที่ พบศพคนร้ายทราบชื่อภายหลังคือนายมะสะกรี เลาะดีสม อายุ 28 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ข้างตัวพบปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ปืน .38 จำนวน 1 กระบอก ตกอยู่ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบข้อมูลพบว่าปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายเป็นปืนที่ปล้นมาหลังลอบยิงตำรวจ สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.66 จากนั้นนำปืนไปลอบยิงพระได้รับบาดเจ็บ ส่วนปืน .38 อีกกระบอกเป็นของอดีตกำนันและ ชรบ.บ้านลุ่มลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ถูกคนร้ายปล้นเอาไปหลังก่อเหตุบุกโจมตีป้อม ชรบ.เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เช็กประวัติผู้ตายมีหมายจับคดีความมั่นคง 1 หมาย อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีใดอีกบ้าง สอบถามเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุอ้างว่า ไม่รู้จักกับผู้ตาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 มี.ค.ผู้ตายมาขอพักอาศัยที่บ้าน ไม่รู้จะตอบปฏิเสธอย่างไรเลยอนุญาตให้อยู่ 1 วัน กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมยิงปะทะกันจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ควบคุมตัวเข้าไปยังหน่วยซักถามเพื่อสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งจากนั้นเวลา 20.30 น. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ภายหลังดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องหาตามหมายจับ แม่ทัพภาคที่ 4 รับฟังรายงานจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ยึดหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องกับผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นประชาชนในพื้นที่หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นำศพนายมะสะกรี ไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.หนองจิก มีญาติและชาวบ้านทยอยเดินทางมาที่โรงพยาบาล หลังแพทย์ชันสูตรเสร็จแล้วทหารเข้ามาแจ้งญาติว่าจะนำศพไปส่งให้ที่บ้าน แต่กลุ่มชาวบ้านต้องการนำกลับไปเอง เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับครอบครัวผู้ตายเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจตามหลักการให้ความช่วยเหลือจนญาติยินยอมให้นำศพขึ้นรถพยาบาลเพื่อไปส่งบ้าน มีรถทหารนำขบวน แต่ขณะที่รถจะเคลื่อนออกจากโรงพยาบาล มีกลุ่มชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงออกมาขวางรถไว้ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอีกรอบระหว่างนั้นมีนายทหารยศ พ.อ.นายหนึ่งได้แหวกกลุ่มเจ้าหน้าที่เข้ามาใช้คำพูดเสียงดังและมีการกระทบกระทั่งผลักกันทำให้ชาวบ้านล้มลงกองกับพื้นจนเกิดการชุลมุน ชาวบ้านไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทหารนายดังกล่าวยังตะโกนขู่ว่า “จะให้ปิดล้อมทั้งหมู่บ้านหรืออย่างไร หรือจะให้เดือดร้อนทั้งหมู่บ้าน” ยิ่งทำให้ชาวบ้านโกรธแค้น ในช่วงชุลมุนเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนรถที่บรรทุกศพกลับไปส่งที่บ้านของผู้ตาย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่แค่เสียงจากชาวบ้าน แม้แต่เจ้าหน้าที่ด้วยกันยังไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของทหารนายดังกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่