ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” บุกทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวข้ามชาติ รวม 8 จุด 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ราชบุรี จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม พบหลักฐานชัด 6 ใน 8 แห่ง มีความผิด ทั้งใช้ชื่อพนักงานไทยเป็นนอมินีถือหุ้นเพื่อเลี่ยงกฎหมาย ทั้งที่มีนายทุนเป็นชาวจีนคอยสั่งการจากต่างประเทศ ตะลึงพบหลักฐานการโอนเงินกำไรออกนอกประเทศ แต่ทำบัญชีเป็นธุรกิจขาดทุนทุกปีโดยไม่ต้องเสียภาษี ล่าสุดรวมหัวสร้างปัญหาใหญ่ ด้วยการกดราคามะพร้าวเหลือแค่ลูกละ 2-5 บาท แต่ส่งขายต่างประเทศกำไรปลิ้นลูกละ 35-50 บาท เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีทุกความผิด เพื่อปลดแอกมะพร้าวไทยให้มาอยู่ในมือเกษตรกรที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 มี.ค. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. พร้อมด้วยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” ปูพรมตรวจค้นทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ.นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 8 จุด ใน 3 จังหวัด เพื่อค้นหาหลักฐานเอกสารการถือครองหุ้นของนายทุนชาวจีน ประกอบด้วย 1.บริษัทเต๋อ หวั่ง จำกัด 2.บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 3.บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด 4.บริษัทจั่นฮุ่ยราญา จำกัด 5.บริษัท อีซี่ โคโคนัท จำกัด และ 6.บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด ทั้งหมดตั้งอยู่ใน จ.ราชบุรี ส่วนบริษัทหลง แมน โคโค่นัท จำกัด ตั้งอยู่ใน จ.นครปฐม และบริษัท หมู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ใน จ.สมุทรสาครพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย เผยว่า พฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน บิดเบือนราคารับซื้อส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ ปฏิบัติการครั้งนี้จุดเริ่มต้นจากการที่ลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง พบความย้อนแย้งว่าขณะที่ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในตลาดต่างประเทศยังคงมีปริมาณสูง แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับกลับถูกกดราคาจนต่ำลงผิดปกติ“หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนบริษัทงบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น พบนิติบุคคลจำนวนมากมีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 117,000 ราย ถือหุ้นไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่มีพฤติการณ์เข้าควบคุมกิจการผ่านคนไทยที่ถือหุ้นแทน เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการค้าภายในประเทศ” ผบช.ก.กล่าวพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวด้วยว่า สาเหตุเชิงลึก ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ เกิดจากกลุ่มทุนต่างชาติแทรกแซงวงจรการค้ามะพร้าวด้วยการจัดตั้งล้งมะพร้าวอำพราง ใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (นอมินี) เป็นตัวกลางรับซื้อและส่งออก เมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้ควบคุมช่องทางกระจายสินค้าและโรงงานแปรรูปได้เกือบเบ็ดเสร็จ ทำให้อำนาจต่อรองเหนือเกษตรกร นำไปสู่การกดราคารับซื้อต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อกวาดกำไรส่งกลับไปยังต่างประเทศทิ้งความเสียหายไว้ให้เศรษฐกิจฐานรากของไทย ตัดสินใจนำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปรวม 8 แห่งด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.กล่าวว่า จากการตรวจค้นพบมีบริษัทพฤติการณ์น่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ จำนวน 6 แห่ง อีก 2 บริษัท คือ บริษัท เต๋อ หวั่ง จำกัด และบริษัท จั่นฮุ่ยราญา จำกัด ไม่พบการกระทำผิด ส่วนที่พบผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย มีผู้ร่วมกระทำผิดแบ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวจีนจำนวน 7 ราย 6 บริษัท เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคน ต่างด้าว 2542 ตามบัญชีท้ายบัญชีหนึ่งข้อ 2 การทํานา ทําไร่ หรือทําสวนบัญชีสามข้อ 13 14 และ 15 เกี่ยวกับ ผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง ดำเนินการ ผ่านแผนประทุษกรรมดังนี้1.ใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหาร บริษัทหลายแห่งมีชื่อคนไทยถือหุ้นในสัดส่วน 51 เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมาย แต่จากการสอบปากคำพบว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยเหล่านั้นมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างวานมาเพื่อเซ็นชื่อในเอกสาร โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรที่แท้จริง 2.การสั่งการตรงจากต่างชาติ สามารถตรวจยึดหลักฐานสำคัญ เช่น สัญญาเช่าที่ดินสวนมะพร้าวของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี เอกสารการโอนเงินไปยังประเทศจีน รวมถึงเอกสารคำสั่งและบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และวอทส์แอป แสดงให้เห็นว่ามีการสั่งการจากบุคคลต่างประเทศ มีอำนาจสั่งการรับซื้อ กำหนดราคา และจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน และ 3.กลไกการผูกขาดและการบิดเบือนราคาแบบครบวงจรพล.ต.ต.ทัศน์ภูมิกล่าวต่อว่า จากการสืบสวนเชิงลึกพบแผนประทุษกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดมะพร้าวไทย กลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ขยายอิทธิพลเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานอย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวในพื้นที่ เพื่อทำสวนมะพร้าวเอง ทำให้ควบคุมปริมาณผลผลิตได้โดยตรง ต่อเนื่องมายังกลางน้ำด้วยการตั้งสถานประกอบการหรือล้งมะพร้าวอำพรางเพื่อรวบรวมและแปรรูป และส่งต่อไปยังปลายน้ำคือ การส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ“การกินรวบธุรกิจทำให้กลุ่มทุนต่างชาติมีอำนาจผูกขาดการกำหนดราคา พบหลักฐานว่ากดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ เหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศจีนราคาลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้จะถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติโดยตรง พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เกษตรกรไทยถูกตัดออกจากระบบการค้าปกติ แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ำและสูญเสียเสถียรภาพ” ผบก.ปอศ.กล่าวพล.ต.ต.ทัศน์ภูมิกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้หลังวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลขขาดทุนมาตลอด แต่รายบริษัทแต่ละปีกลับสูงขึ้น เป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง และยังเป็นการครอบงำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทย อันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างร้ายแรงด้วยส่วน พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. กล่าวว่า จากการตรวจค้นยึดของกลางใช้เป็นพยานหลักฐานได้จำนวนมาก ประกอบด้วยหลักฐานการซื้อขายมะพร้าว สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารบัญชีและภาษี รวมกว่า 10 กล่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยึดเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การโอนเงินจากต่างประเทศ รวมถึงสัญญาต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่