ตำรวจบุกล็อกกลางดึก "ตั้น สรวีย์" ร่วมกับสาวลูกพี่ลูกน้อง บงการจ้างอุ้มฆ่าผจก.ขายเครื่องมือแพทย์ ขณะไปปรึกษาคดีที่บ้านทนายดังย่านวังทองหลาง ผบช.น.บี้สอบเอง เจ้าตัวเปิดปากจ้างอุ้มจริง ปมจากเรื่องชู้สาวหลังไปมีอะไรกับ ภรรยาเก่าที่เลิกมาหลายปี แต่ไม่ได้ให้ถึงตาย ตำรวจไม่เชื่อเตรียมขยายผลประเด็นอื่น เพราะจากพฤติการณ์เชื่อว่าน่าจะมีมูลเหตุมากกว่านี้ ขณะที่ผู้การ น.2 รับยอดจ้างอุ้มเหยื่อสูง 2.8 ล้านบาท พนักงานสอบสวน มีหลักฐานเส้นเงินจริงแต่ขออุบไว้ก่อน แฉชนวนสั่งตาย มาจากลูกสาวนำเรื่องแม่ไปเล่าให้พี่เลี้ยงฟังก่อนเรื่อง ไปถึงหูพ่อโกรธร่วมวางแผนชำระแค้นจากเหตุอุกอาจใจกลาง กทม. กลุ่มคนร้ายวางแผนอุ้มนายรุทธ์ หรือท็อป มณีประเสริฐ อายุ 46 ปี ผู้จัดการขาย บริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์แห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร จากลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ.69 วันรุ่งขึ้นแม่นายรุทธ์ แจ้งความคนหายที่ สน.สุทธิสาร เพราะติดต่อไม่ได้ ตำรวจขอศาลออกหมายจับแก๊งทมิฬ 8 ราย จับกุมและมอบตัว 7 ราย เหลือว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี ผู้รับงานอุ้ม คาดหลบหนีไป สปป.ลาว กระทั่งวันที่ 3 มี.ค. ชุดสืบสวนพบศพนายรุทธ์ถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูกอยู่ในห้องน้ำบ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนายสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา ผู้ว่าจ้าง และหญิงคนสนิทที่ว่าจ้างนักสืบเอกชนติดตามเหยื่อ นำหลักฐานไปยื่นเสนอต่อศาลอาญารัชดา ขอออกหมายจับ หลังการตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าเป็นศพของนายรุทธ์ ตามที่เสนอข่าวไปนั้นล่าสุดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 5 มี.ค.69 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต. เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร นำกำลังจับกุมนายสรวีย์ หรือตั้น รัฐพิทักษ์ถิรดา อายุ 46 ปี และ น.ส.เบญญาภา หรือเบญ รัฐพิทักษ์ อายุ 45 ปี ลูกพี่ลูกน้องนายสรวีย์ เป็นแม่บ้าน น.ส.อพันธุดา หรือจีน่า รัฐพิทักษ์ถิรดา อดีตภรรยานายสรวีย์ ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1293, 1294/2569 ลงวันที่ 5 มี.ค.69 ตามลำดับ ข้อหา ร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ปล้นทรัพย์ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย รื้อทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย อั้งยี่ ซ่องโจรมีรายงานว่า ตำรวจจับกุมนายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ได้ที่บ้านพักทนายดังรายหนึ่งในหมู่บ้าน B SQUARE ซอยสหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. ขณะทั้งคู่ไปปรึกษาคดีความที่จะถูกออกหมายจับ จากนั้นชุดสืบสวนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจค้นรถเก๋งนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีเทาดำ ทะเบียน 6 ขษ 5841 กรุงเทพมหานคร ของนายสรวีย์ พบบัตรประจำตัววิทยาลัยทนายความ, ชุดเครื่องแบบทหารบก, เอกสาร และบัตรราชการอื่นๆจำนวนมาก รวมทั้งหน้ารถติดโลโก้ของตราทหารบก และตรารัฐสภา ยึดไว้เป็นหลักฐานสำหรับนายสรวีย์เป็นอดีตสามีสาวคนดังที่เคยขับรถชนรถตู้บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า มีผู้เสียชีวิต 9 ราย เมื่อปี 2553 สาวคนดังกล่าวขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารประจำทางสาย มธ.ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ นายสรวีย์ยังเคยเป็นอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในปี 2562 ได้ทำงานด้านการเมืองร่วมกับพรรคพลังประชารัฐต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า ขณะจับกุมพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ไปปรึกษาทนายความเตรียมซักซ้อมต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม การที่ศาลอนุมัติออกหมายจับให้แสดงให้เห็นแล้วว่าพยานหลักฐานเพียงพอ เชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง เนื่องจากผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ยืนยันแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นนายรุทธ์ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต อยู่ระหว่างชันสูตรศพอย่างละเอียด สำหรับพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ เพียงพอที่จะดำเนินคดีผู้ต้องหาในเบื้องต้น 10 คนได้ ถึงแม้ว่า ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรือนายอาร์ท ผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ยังหลบหนีอยู่ เพราะตัวการหลักคดีนี้คือนายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ส่วนจะมีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่อยู่ระหว่างขยายผล และยังมีมูลเหตุอื่นๆที่ยังสงสัยอยู่ ไม่ได้จบแค่ประเด็นขัดแย้งเรื่องชู้สาวและปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากพฤติการณ์นายสรวีย์ จ้างคนกว่า 10 คน ให้มาร่วมกระทำผิด พฤติการณ์ค่อนข้างน่าเชื่อได้ว่าจะมีมูลเหตุมากกว่าเรื่องชู้สาว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำขยายผล ผู้ต้องหายังคงไม่ให้การในเรื่องของมูลเหตุที่แท้จริงพล.ต.ท.สยามกล่าวว่า ในชั้นนี้นายสรวีย์ยอมรับว่าจ้างวาน ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรืออาร์ท ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ แต่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการที่จะเอาชีวิต และไม่เคยพบหน้าผู้เสียชีวิตสักครั้ง ส่วนมูลเหตุเป็นความโกรธแค้นปัญหาในครอบครัว รายละเอียดเชิงลึกขอไม่เปิดเผยเนื่องจากจะกระทบต่อสำนวนคดี โดยสถานะนายสรวีย์กับ น.ส.เบญญาภา เป็นแค่พี่น้องที่พักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน น.ส.เบญญาภา มีหน้าที่รับส่งลูกสาวที่อยู่กับ น.ส.จีน่า ภรรยาเก่าไปโรงเรียน มีหลักฐานชัดเจนว่า น.ส.เบญญาภา เป็นคนจัดหานักสืบเอกชนไปหาข้อมูลผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ทำให้ตำรวจต้องขอศาลออกหมายจับด้วยผบช.น.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือผู้เสียชีวิต ผู้ต้องหายอมรับว่าให้แก๊งอุ้มเอาโทรศัพท์เหยื่อมาให้ได้ ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ของกลางดังกล่าว ส่วนภายในโทรศัพท์จะมีคลิปลับอีกหรือไม่ รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจะค้นหาเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี หากพบว่ามีบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนกรณีที่ น.ส.จีน่า มีคลิปลับอยู่ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัวจะขอมาตรวจสอบในภายหลังหรือไม่ เพื่อเทียบเคียงพยานหลักฐานอยู่ระหว่างการพิจารณาพล.ต.ท.สยามกล่าวต่ออีก ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ชุดแรก อยู่ระหว่างแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหา 2 คน ที่ศาลให้ประกันตัวตำรวจยังติดต่อได้ให้มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม หลังพบนายรุทธ์เสียชีวิต ข้อหาหลักคือ ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และวันที่ 7 มี.ค. เวลา 09.00 น. จะนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญารัชดา คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญก่อเหตุกลางเมือง คดีมีโทษหนัก กลัวหลบหนี ส่วนญาติผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกันตลอดตั้งแต่วันรับแจ้งเหตุกระทั่งจับผู้บงการได้ สำหรับศพสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจเก็บและชันสูตรเรียบร้อยแล้ว คาดว่าวันนี้จะนำศพไปประกอบพิธีศาสนาได้ด้าน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เปิดเผยว่า นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ยังคงให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงแค่ว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัวเท่านั้น หลังจากนี้จะสอบปากคำขยายผลเพื่อให้ทราบพฤติการณ์ที่แน่ชัดของแต่ละบุคคลว่ามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ส่วนรายงานการสืบสวนที่ออกมาระบุว่า การจ้างวานอุ้มฆ่าครั้งนี้สูงถึง 2,800,000 บาทนั้น ยอมรับว่าพนักงานสอบสวนมีหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินจริง รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงได้ ทั้งนี้มีรายงานข้อมูลที่น่าสนใจ เหตุในครั้งนี้ ลูกสาว น.ส.จีน่า อดีตภรรยานายสรวีย์ นำเรื่องดังกล่าวไปบอกแม่บ้าน แล้วแม่บ้านนำไปบอกต่อให้นายสรวีย์รับรู้ ทำให้นายสรวีย์รู้สึกโกรธวางแผน มีน.ส.เบญญาภา เป็นผู้ช่วยสืบหาว่าผู้ชายคนดังกล่าวเป็นใครขณะที่ทนายความของนายสรวีย์ กล่าวยืนยันว่า นายสรวีย์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่เกี่ยวข้องกับภรรยาที่ชื่อ จีน่า เพราะแยกกันอยู่มานานแล้ว แต่ดูแลกันในฐานะพ่อแม่ลูก สาเหตุที่ตำรวจคุมตัวนายสรวีย์มา เพราะใกล้ชิดจีน่า ตำรวจตั้งเป้าว่า เป็นนายสรวีย์ สำหรับนายสรวีย์ รู้จักกับนายอาร์ท หัวหน้าทีมอุ้มฆ่า เนื่องจากเคยเรียนหลักสูตรทางราชการด้วยกัน รายละเอียดอื่นไม่ทราบ ส่วนเรื่องการซื้อตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ ยอมรับว่าจริง นายสรวีย์มีกำหนดการอยู่แล้ว ไม่ทราบรายละเอียดว่าเดินทางเมื่อไรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่