บทเรียน 2 คดีเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งให้ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 ขยายผลรวบแก๊งหลอกทองคำเหตุเกิดท้องที่ สน.สายไหม และ สน.ปทุมวัน กับรูปแบบใหม่ของแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีการปกปิดวิธีการและสร้างความยากลำบากในการสืบสวนคลี่คลายคดี ทำเป็นระบบหลอกล่อทำให้เหยื่อเป็นผู้ต้องหา “ม้าแถวที่ 1”เบนความสนใจให้ตำรวจหาตัวบุคคล ก่อนติดตามเส้นทางการเงิน ใช้ AI สร้างตัวตนปลอมเป็นเจ้าหน้าที่หลอกลวงผู้เสียหายว่า เกี่ยวข้องคดีอาชญากรรมออนไลน์ ผู้เสียหายหลงเชื่อส่งมอบทรัพย์สินทองคำตามสถานที่ต่างๆ ตามคำสั่งของคนร้าย และคนร้ายมาหลอกลวงผู้เสียหายอีกคนข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอาชญากรรมออนไลน์บังคับร่วมมือตำรวจสืบสวนคนร้ายมีข้อเสนอให้ทำภารกิจช่วยงานตำรวจรับสินทรัพย์ทองคำ เข้าไปเก็บทองคำของผู้เสียหายคนแรกที่ถูกหลอกให้นำมาวางไว้ตามจุดที่คนร้ายกำหนดส่งให้คนร้าย เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดีเมื่อผู้เสียหายอีกคนมารับทองคำตามจุดที่นัดหมายจากผู้เสียหายคนแรก ส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพอีกทอด คนร้ายนำทองคำมาแปลงสภาพเป็นเงินสด โอนเงินไปบัญชีต่างๆ เพื่อตัดตอนไม่ให้สืบสวนเข้าถึงตัวคนร้ายผู้เสียหายรายแรกเข้าแจ้งความ ตำรวจสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การขออนุมัติออกหมายจับและจับกุมดำเนินคดี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกลับกลายผู้เสียหายคนที่ 2 ตกเป็น “เหยื่อ” ของกลุ่มมิจฉาชีพอีกที ลักษณะแผนประทุษกรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ ทำให้บุคคลที่เป็นผู้เสียหายกลายมาเป็น “ผู้ต้องหา”ประเด็นปัญหาคือ ผู้เสียหายที่เสียทรัพย์สินไปยืนยันแจ้งความกับคนที่รับเอาทรัพย์สินไปเป็นปัญหา “ซ้ำซ้อน” ในการดำเนินคดี.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม