ชุดสืบสวนนครบาลปิดจ๊อบ ลากคอ “โจรหมวกฟาง” ควงปืนชิงทองรูปพรรณร้านทองออโรร่า 198 บาท ได้แล้ว ในพื้นที่เขื่อนแม่สรวย จ.เชียงราย ระหว่างกำลังจะเผ่นข้ามแดนไปประเทศเมียนมา สืบพบเป็นคนไทยที่ราบสูงเข้ามาทำงานก่อสร้างตามแคมป์คนงานในกรุงเทพฯ แกะรอยตามกล้องวงจรปิดไปหลายพื้นที่ ถึงรังห้องเช่าในซอยอุดมสุข 51 เค้นสอบเพื่อนจนยอมเปิดปากว่าหนีไปอยู่กับกลุ่มแก๊งในพื้นที่เขื่อนแม่สรวยจนตามลากคอได้ อ้างของกลางทั้งหมดเอาไปขายให้เพื่อนชาวเมียนมาแล้ว นัดรับเงินวันที่ 7 มี.ค. แต่ตำรวจไม่เชื่อคุมตัวกลับมาสอบเค้นที่กรุงเทพฯแล้วกรณีคนร้ายฉายา “โจรหมวกฟาง” ควงปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ในห้างเทสโก้โลตัส ซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เหตุเกิดเวลา 23.30 น. วันที่ 30 ม.ค. ได้ทองรูปพรรณหนัก 198 บาทหลบหนีไป โดยใช้พาหนะรถ จยย. ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายนำรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีแดงคาดน้ำตาล ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี ที่โจรกรรมมาแล้วพ่นสีแดงทับสีเดิม และปืนปลอมที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งคลองประเวศบุรีรมย์ ย่านประเวศ ก่อนว่ายน้ำหลบหนีเพื่ออำพรางตัวจากกล้องวงจรปิดจนสามารถหลบหนีไปได้ แต่ชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สง.ผบ.ตร.ปฏิบัติราชการ บช.น.ยังไล่ล่าคนร้ายอย่างต่อเนื่องความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สง.ผบ.ตร.ปฏิบัติราชการ บช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.จับกุมนายจะลอ กุ่ยแก้ว อายุ 29 ปี บริเวณเขื่อนแม่สรวย ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขณะเตรียมหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศเมียนมา หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ห้างโลตัส สาขาสุขุมวิท 50 ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยผ่านสิ่งกีดกันสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆโดยมีอาวุธ ใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปเบื้องต้นจากการสอบสวนนายจะลอให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่าในห้างโลตัส สาขาสุขุมวิท 50 จริง ชุดจับกุมอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม และนำตัวกลับมาที่ สน.พระโขนง เพื่อสอบปากคำและขยายผล เป้าหมายเพื่อติดตามทองรูปพรรณของกลางทั้งหมด 198 บาทกลับคืนมาสำหรับการคลี่คลายคดีของชุดสืบสวนนครบาล หลังเกิดเหตุชุดจับกุมแกะรอยตามตัวผู้ต้องหาจากจุดที่นำรถ จยย.ไปทิ้งในคลองประเวศบุรีรมย์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายว่ายน้ำอยู่ในคลอง ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจลงไปถีบหรือยันรถ จยย.ให้ไหลลงไปในน้ำ หรือแสร้งว่ายน้ำหนีเพื่อพลางกล้องวงจรปิดตามแกะรอยจับตัว หลังไล่กล้องวงจรปิดจากจุดดังกล่าวพบว่าผู้ต้องหาหนีไปที่แคมป์คนงานย่านบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.ไล่กล้องวงจรปิดต่อจนทราบว่าคนร้ายเช่าห้องอยู่ในซอยอุดมสุข 51 ตามไปสอบปากคำเพื่อนของคนร้ายจนทราบว่าคือ นายจะลอ กุ่ยแก้ว เป็นคนไทยที่ราบสูง หนีไปอาศัยอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงราย ชุดสืบสวนจึงตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าวระหว่างคุมตัวกลับมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ ผู้ต้องหายังให้ข้อมูลเกี่ยวกับทองรูปพรรณ 198 บาท มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาทว่า หลังชิงทรัพย์ร้านทองได้มาจากนั้นเอาทองของกลางไปขายเพื่อนที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 7 ก.พ. เพื่อนคนดังกล่าวนัดเอาเงินที่ขายทองได้มาให้ในวันที่ 7 มี.ค. แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การผู้ต้องหา เนื่องจากทองคำสามารถเอาไปขายในตลาดได้ง่าย ผู้ต้องหาไม่น่าจะใจเย็นใช้เวลารอรับเงินนานนับเดือนแบบนี้นอกจากนี้ชุดจับกุมอยู่ระหว่างสอบปากคำขยายผลว่า ผู้ต้องหาเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดังย่านพระราม 4 เมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 ได้ทองคำรูปพรรณไปประมาณ 200 บาทด้วยหรือไม่ ครั้งนั้นคนร้ายเป็นผู้ชาย แต่พรางตัวแต่งเป็นผู้หญิงแล้วหลบหนีไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่