สารพัดวิชาที่ผมรู้พักลักจำ จาก สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.2529 (สถาบันทักษิณคดีศึกษา) จำได้ตอนดั้นด้นไปซื้อถึงเกาะยอ...หนังสือปกแข็งสิบเล่มใหญ่หนา...กว่าจะเอาลงมาถึงรถ...ปีนั้นยังพอมีแรงอุ้มก็ถึงกับหอบ แต่ความเหนื่อยก็หายไปทุกครั้ง เมื่อไล่เลียงอ่านไปเจอเรื่องที่ตรงใจวันนี้ผมเจอนิทานเรื่อง “จังไหร ฉิบหาย” นายเลื่อน รอดทอง ชาวตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เล่าไว้ตั้งแต่ปี 2527 เนื้อหาตลกแต่มีคติสอนใจ ผมอยากทบทวนให้ลูกๆหลานชาวใต้ได้อ่านกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้วมีครอบครัวมีลูกมาก ไม่เพียงยากจน ยังซ้ำร้ายลูกคนเล็ก ผิดจากเด็กธรรมดา ตั้งแต่ออกจากท้องแม่ เอาแต่ร้องไห้ พ่อแม่คิดว่าลูกคนนี้เป็นตัวจังไรนำเรื่องร้ายมาเข้าบ้านจึงนำตัวไปถวายวัด บอกสมภารเด็กชื่อ “จังไหร ฉิบหาย”เด็กเติบโตในวัด แต่ก็เป็นที่รังเกียจของเพื่อนๆ เข้าใกล้ใครก็ถูกล้อเลียน กลัวความจังไรฉิบหายติดตัวถึงวันนั้นวันที่โตเป็นหนุ่ม เขาทนความรังเกียจไม่ไหวจึงไปกราบลาหลวงพ่อสมภาร ขอไปใช้ชีวิตแบบตายเอาดาบหน้า หลวงพ่อสมภารไม่ทันคิด เขาจะไปตายเอาดาบหน้า...ท่าไหน อนุญาตให้ศีลให้พรไปตามประสาหลวงพ่อท่านคงคิดไม่ถึง เมื่อชายหนุ่มเดินออกจากวัด เขาก็ตรงเข้าป่า...ตั้งใจจะหาเรื่องตายให้ได้จริงๆเขาเจอเสือใหญ่เป็นตัวแรก...โดยธรรมดาเสือเจอคนที่ไหน เป็นต้องกระโจนเข้าตะครุบ แต่ในนิทานเสือมีเวลาเจรจา...ชายหนุ่มบอกเสือ “ข้า คือตัวจังไหร ฉิบหาย” ช่วยกินๆข้าให้ตาย หมดเคราะห์หมดกรรมไปเสียที ชายหนุ่มพูดยังไม่จบ เสือก็ตกใจกลัวกระโจนหนี ชายหนุ่มเดินต่อเจองูใหญ่...เจอยักษ์และเจอนกอินทรี...สามสัตว์นี้ ปกติเจอมนุษย์ก็จับก็จิกกินเนื้อ แต่พวกมันฟังเรื่องของหนุ่ม จังไหร ฉิบหาย งูใหญ่ ยักษ์ นกอินทรี ต่างก็ไม่รั้งรอรีบหนีเรื่องนี้ยืนยัน เชื้อจังไหรฉิบหาย อันตรายจริงๆชายหนุ่มยังมุ่งมั่นจะหาที่ตายต่อ เขาเดินเรื่อยๆไปจนถึงชานเมืองใหญ่ ก็ได้ยินชาวเมืองโจษจันกันถึงเรื่องข้าศึกกำลังประชิดติดเมือง พระราชาสั่งทหารเสือตัวเก่งเรียงหน้ากันออกไปสู้ แต่ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้พระราชาทรงจนพระทัย...ใช้สูตรสำเร็จในนิทาน สั่งทหารตีกลองประกาศ ใครมีวิชาอาสาปราบข้าศึกได้ ท่านจะยกธิดาให้ และยังให้เมืองครอบครองเป็นของแถมโจทย์ตรงหน้าสำหรับชายหนุ่มผู้หวังตายสถานเดียว เขาจึงไม่คิดอะไรมาก เดินเข้าไปอาสาส่วนข้าศึกที่กำลังฮึกเหิมเต็มที่ เสียเวลารอดูท่าทีพระราชา...ไม่นาน เมื่อรู้ว่า นักรบคนล่าที่พระราชาส่งออกมาคือ “เจ้าจังไหร ฉิบหาย” ไม่ทันได้ต่อรบ...แค่เห็นหน้าความกลัวเชื้อจังไหร ฉิบหาย จะเข้ามาติดตัวพวกนักรบข้าศึกก็แตกตื่นกระจัดกระจายหนีเรื่องนี้ก็จบลงตามสูตรนิทานไทย...พระราชายกเมืองให้เจ้าหนุ่มครอบครอง พร้อมยกธิดาให้เป็นมเหสี ชายหนุ่มนึกถึงคุณหลวงพ่อสมภารชวนพระมเหสีไปกราบ...บอกเล่าเรื่องราวพระอาจารย์ไม่เชื่อคิดว่า เขาคงไปทำเรื่องจังไหร ฉิบหาย อะไรเข้าอีกจึงขอให้พิสูจน์เมื่อเขาฉี่รดถาดทองปรากฏรูปราชสีห์ เมื่อเขากรีดเลือดรดถาด ก็ปรากฏรูปปราสาทราชวังตระการตา พระอาจารย์จึงยอมยกมือโมทนา สาธุว่า เรื่องบุญวาสนาไม่ได้มาจากชื่อจังไหร ฉิบหาย แต่มาจากกฎแห่งกรรมแง่คิด...จากนิทานเรื่องนี้ สำหรับพี่น้องชาวใต้...ซึ่งไม่นานมานี้ ก็ได้ชื่อมั่นคงต่อศักดิ์ศรีชาวใต้...เลือกพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว เคยลงโทษ สส.แปรพรรค...ที่พัทลุง ให้ยอมสารภาพ... ปชป.ส่งเสาไฟฟ้าลงสมัคร สส.ก็เลือก8 ก.พ.นี้ ขอให้เลือกเสาไฟฟ้าอีกสักที...ที่เผลอๆเลือกโจรที่ขนเงินมาซื้อเสียง...ไปบ้างแล้ว ก็ขอให้แล้วกันไป ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ขอให้ท่องแค่นี้สี่คำ ศักดิ์ศรีชาวใต้ก็น่าจะพอ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม