เป็นงานต่อเนื่องของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.และ ผอ.ศจร.ตร. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. และหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร เปิดเผยว่า ข้อมูลอุบัติเหตุช่วงที่ผ่านมาพบว่าการขับรถย้อนศรเป็นสาเหตุประการหนึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงหลายครั้งต้นเหตุสูญเสียร้ายแรงการขับรถย้อนศรไม่เพียงแต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความประมาทของผู้ขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อผู้อื่นความผิดฐาน “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือโทษทั้งจำทั้งปรับ เพื่อสร้างมาตรการป้องปราบและยับยั้งพฤติกรรมเสี่ยงไม่ให้ก่อเกิดอันตรายกับประชาชนบนท้องถนนพล.ต.อ.สำราญ กำชับในทุกกรณีที่มีการจับกุมคดี “รถย้อนศร” ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสนอพนักงานอัยการพร้อมความเห็นขอให้ศาลพิจารณาริบรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดทุกคดียับยั้งพฤติกรรมเสี่ยงพล.ต.อ.สำราญ ยกตัวอย่างเหตุการณ์วันที่ 22 ม.ค. ศูนย์ควบคุมดูแลจราจรบนทางพิเศษตรวจพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับย้อนศรจากจุดพักรถ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ฝั่งขาออกมุ่งหน้ากาญจนบุรี แจ้งตำรวจทางหลวงเข้าสกัดรถที่ขับย้อนศร ก่อนเกิดอุบัติเหตุผู้ใช้ทางรายอื่นพล.ต.อ.สำราญ ย้ำว่า “การขับรถย้อนศรบนทางหลวงพิเศษถือว่าเป็นพฤติกรรมอันตราย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ความเร็วสูงและมีปริมาณรถมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ได้มีคำสั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ให้บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น”ป้องกันอันตรายไม่ให้ไปถึงประชาชนบนท้องถนน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม