“รองเต่า” เผย คณะทำงานคดี “รองโจ๊ก” ใช้ทองคำแท่ง 246 บาท ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช.ประชุมพิจารณาว่าจะส่งสำนวนให้ประธานรัฐสภาทั้งหมดหรือไม่ มั่นใจคดีจะกระจ่างภายใน 2 สัปดาห์ หลังทนายความของอดีตรอง ผบ.ตร.ไปยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาเพื่อคัดค้านไม่ให้รับสำนวนคดีจากตำรวจกรณีนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อคัดค้านไม่ให้รับสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวน กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพวก ถูกกล่าวหาใช้ทองคำน้ำหนัก 246 บาทติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งองค์คณะไต่สวน ระบุว่า ตำรวจไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีสินบนทองคำ ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่สามารถส่งสำนวนคดีกลับคืนให้กับตำรวจได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน กลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ม.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เผยว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสังเกตจากทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เท่านั้น ยืนยันว่าคดีนี้ตำรวจดำเนินการอย่างรัดกุมมาตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือ การรับเรื่องร้องทุกข์ การรวบรวมพยานหลักฐาน จนถึงการจัดทำสำนวนส่งไปยัง ป.ป.ช. ต่อมา ป.ป.ช. มีมติส่งสำนวนคดีกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา“วันนี้คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมเพื่อพิจารณาข้อสรุปว่า จะส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปให้ประธานรัฐสภาทั้งหมดหรือไม่ พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวนยังทำหนังสือสอบถามข้อกฎหมายไปถึงสภาทนายความ นักวิชาการด้านกฎหมาย และพนักงานอัยการเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนที่ตำรวจดำเนินการสอบสวน เป็นการใช้อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หากในอนาคตมีการส่งสำนวนคดีไปยังประธานรัฐสภาทั้งหมด จากนั้นจะเป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภาว่าจะดำเนินการกับคดีดังกล่าวต่อไปอย่างไร สำหรับกรอบระยะเวลาที่ใช้พิจารณาเรื่องนี้ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์นับจากนี้” รอง ผบช.ก.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่