กรมควบคุมโรควางมาตรการป้องกันโรคไวรัสติดเชื้อ “นิปาห์” อย่างรัดกุม ตั้งด่านป้องกันเชื้อเข้าไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ คัดกรองคุมเข้มผู้โดยสารเครื่องบินที่มาจากรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ปลัดท่องเที่ยวฯย้ำไทยปลอดเชื้อไวรัสนิปาห์ คัดกรองเข้มทุกสนามบิน ททท.ชี้สถานการณ์อินเดียยังไม่กระทบท่องเที่ยวไทย ตลาดอินเดียยังโตสวนกระแส คาดทั้งเดือนแตะ 2 แสนคนไทยตั้งการ์ดป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างเต็มที่ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ไปตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ติดตามความพร้อมการดำเนินมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในผู้ที่เดินทางมาจากรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดียป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ไทย เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางสาธารณสุขแก่ประชาชนนพ.มณเฑียรกล่าวว่า ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่ออันตราย จึงกำหนดมาตรการควบคุมโรคที่รัดกุม ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทางและเมื่อเดินทางถึงไทยเพื่อให้ปฏิบัติได้จริงในทุกขั้นตอน กรมจะติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขอความร่วมมือจากสายการบิน ท่าอากาศยาน ประชาชนผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สังเกตอาการสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมป้องกันการแพร่กระจายของโรคในประเทศไทยขณะที่ นพ.โรม บัวทอง ผอ.กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคกำหนดมาตรการสำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาด แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ มาตรการก่อนและระหว่างการเดินทาง ให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน สวมอุปกรณ์ป้องกันโรค หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูงหรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอินหรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (fit to fly certificate) ระหว่างเดินทางหากพบผู้โดยสารป่วยให้นั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่งและแจ้งหอบังคับการบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง ทั้งให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนจากพื้นที่ที่มีการระบาด กรอกข้อมูลให้เสร็จก่อนเครื่องลง เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง มีการตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ กรณีพบผู้ป่วยสงสัยต้องฆ่าเชื้อบนเครื่องบินก่อนทำการบินต่อ กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่ระบาดเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย การจัดการสัมภาระและสายการบินต้องส่งข้อมูล Passenger Manifest และ General Declaration Form ให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศนพ.โรมกล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการส่งผู้ป่วย ข้ามประเทศจากอินเดียและบังกลาเทศที่ประสงค์จะเข้ามารักษาในไทย ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมจากโรงพยาบาลต้นทางก่อนเข้าประเทศทุกครั้ง ให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วย ประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. เวลา 00.01 น.เป็นต้นไป ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทวันเดียวกัน น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ยังไม่พบการเล็ดลอดของเชื้อไวรัสนิปาห์เข้าสู่ประเทศและยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ กระทรวงประสานงานร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง กักกันโรคผู้เดินทางจากต่างประเทศอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล ณ ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศและท่าอากาศยานทุกแห่ง ทั้งการคัดกรองอุณหภูมิ การซักประวัติการเดินทางและอาการเจ็บป่วย ตลอดจนการแยกกักและส่งต่อผู้ต้องสงสัยเข้าสู่ระบบสาธารณสุขทันทีตามแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ป้องกันการแพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศ กระทรวงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพ สื่อสารข้อมูลถูกต้องแก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นว่าการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงมีความปลอดภัย ภายใต้ระบบสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานสากลขณะที่ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ ในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ทางการอินเดียประกาศล็อกดาวน์พื้นที่ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.ล่าสุดยังไม่พบผลกระทบที่ชัดเจนต่อภาพรวมการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศเดินทางเข้าไทย และไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อจากสถานการณ์ดังกล่าว จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรายวันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผ่านระบบ TATIC ณ วันที่ 26 ม.ค. พบว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมระหว่างวันที่ 1—25 ม.ค. อยู่ที่ 2.62 ล้านคน หดตัวเฉลี่ย 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 2.92 ล้านคน การชะลอตัวมีสาเหตุหลัก จากการหดตัวของตลาดเอเชียตะวันออก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 32% อาเซียน ลดลง 20% และโอเชียเนีย ลดลง 7% จากปัจจัยด้านภูมิภาคอื่นมากกว่าสถานการณ์ไวรัสนิปาห์น.ส.ฐาปนีย์กล่าวอีกว่า ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ยังมีทิศทางเติบโตช่วงวันที่ 1—25 ม.ค. มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยสะสม 189,000 คน เพิ่มขึ้น 20% ช่วงสัปดาห์ที่เกิดเหตุการณ์ (20—26 ม.ค.) ยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35% สะท้อนว่ายังไม่เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง การเดินทางทางอากาศของตลาดอินเดียยังเป็นบวก ท่าอากาศยานดอนเมืองมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 15% สุวรรณภูมิเพิ่มขึ้น 33% ภูเก็ตเพิ่มขึ้น 51% ตามลำดับ คาดว่าตลอดเดือน ม.ค. จะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยประมาณ 2 แสนคน เพิ่มขึ้นราว 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่