เป็นอันว่า รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หน้าตาของ ครม.ในรัฐบาลคงไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรกันมากมาย ตรงตามโผ เพียงแต่ชื่อของรัฐมนตรีที่ถูกโฟกัสมากที่สุด เป็นชื่อของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในตำแหน่ง รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดิม รัฐบาลอนุทิน 1 แต่การกลับมารับตำแหน่งใน รัฐบาลอนุทิน 2 มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงโดยเฉพาะข้อครหาเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนซึ่งจะกระทบกับ ธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางการเมือง ในโซเชียลถึงขนาดมีการนำมาเปรียบเทียบการทำหน้าที่ของ กระบวนการยุติธรรม ระหว่าง การถือหุ้นสื่อ ที่ปิดกิจการไปแล้ว กับ การถือหุ้นน้ำมัน ที่ยังดำเนินกิจการอยู่จะมากจะน้อยไม่ใช่สาระสำคัญ ความสำคัญคือหลักของจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนนายกฯอนุทิน ออกมาพูดเองว่า พิพัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้อนุมัติ เพราะเห็นว่า พิพัฒน์ ได้ทุ่มเททำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว เท่ากับเป็นการรับรองการทำหน้าที่ของ พิพัฒน์ เป็นไปด้วยความถูกต้องชอบธรรม เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาข้อกฎหมายใดๆขึ้นในอนาคต นายกฯอนุทิน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้และเจ้าตัว คือพิพัฒน์ก็ยอมรับว่าได้ถือหุ้นบริษัทค้าน้ำมันอยู่จริงในอดีตมีนักการเมืองที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญ เช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีชื่อถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย สิระ เจนจาคะ อดีต สส.พลังประชารัฐ พ้นสภาพ สส.เพราะไปถือหุ้นสื่อ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีต สส.อนาคตใหม่ ภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร สส.อนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองคดีเดียวกัน ส่วน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ถือหุ้น ไอทีวี ซึ่งปิดกิจการไปก่อนวันรับสมัคร ทำให้รอดการถูกตัดสิทธิทางการเมืองในคดีนี้ แต่ไปเจอคดีที่ใหญ่กว่า เลยถูกตัดสิทธิยาวไป สำหรับ ธนาธร จะพ้นจากการถูกตัดสิทธิในปี 2570ส่วนที่ฮือฮาคือการที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องการกล่าวหา ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จปมถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อ้างว่าพยานหลักฐานไม่พอก็เป็นอีกประเด็นกลายเป็นว่า การที่นักการเมืองไปถือหุ้นสื่อ เป็นข้อแสลง แต่ถ้าเป็นเจ้าของสื่อหรือถือหุ้นอื่น ที่สามารถแสวงหาผลประโยชน์ได้มากกว่า กลับรอดทุกรายไม่ว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะมีความสามารถพิเศษ ในการเอาตัวรอดจากนิติสงคราม ไปได้อย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่ อำนาจพิเศษ เอื้อมไม่ถึงคือ อำนาจของประชาชน ที่ทำให้เกิดจลาจลขึ้นในหลายประเทศมาแล้ว ช่วงนี้บรรยากาศเป็นใจเสียด้วยสิ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม