จากอดีตนักต่อสู้ที่เคยถูกทหารควบคุมตัว เพราะฝ่าฝืนคำสั่งคณะรัฐประหาร ผันตัวมาสู่แวดวงนิตยสาร จนมาเดินในสายสื่อสารมวลชนวันนี้ คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือ “พี่จอบ” ของน้องๆกลับมาที่ Thai PBS (ไทยพีบีเอส) อีกครั้งในตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเดิม คือ ผู้อำนวยการ Thai PBS ยอมรับว่าในฐานะสื่อสาธารณะย่อมมีแรงเสียดทานสูงคุณวันชัย เท้าความหลังจากวันที่จบการศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ ใหม่ๆ ด้วยความเป็นเด็กทำกิจกรรมเยอะ เป็นเด็กละคร เพื่อนบอกว่าควรไปทำบริษัทโฆษณา เป็นครีเอทีฟ แต่กลายมาเป็นการบุกเบิก นิตยสารสารคดี ตอนนั้นเงินเดือนประมาณ 3,000 บาท แต่ถ้าเป็นครีเอทีฟนี่ประมาณเกือบหมื่นเพราะเชื่อว่าอาชีพในโลกนี้มี 2 อย่าง อาชีพที่เขาถากถางมาแล้ว แล้วก็ทำตามสิ่งที่เขาทำมาก่อน ก็ปลอดภัยดี กับอีกอาชีพที่ต้องถากถางเอง สร้างขึ้นมาเอง บุกเบิกขึ้นมาใหม่เอง อาจจะเจ๊งก็ได้ แต่มันภูมิใจที่เราได้เป็นคนที่ถากถางสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ๆก็เลยเลือกที่จะมาทำสื่อตอนทํานิตยสารสารคดี เป็นครั้งแรกที่โดนไล่ยิง จากการตามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปจับคนลักลอบตัดไม้เถื่อนที่ จ.แพร่ เจ้าหน้าที่ให้ถือปืนลูกซองคนละกระบอก แต่ไม่มีลูก เพราะว่าลูกไม่มีงบซื้อ ปรากฏว่าฝ่ายนั้นยิงเอ็ม 16 สวนมา เราก็วิ่งหนีตายเลย ก็รู้สึกว่า เออ...ทำสื่อมันก็ไม่ใช่ถากถางด้วยกลับมาที่บทบาท ผอ.ไทยพีบีเอส การกลับมารอบนี้ เพราะมองว่าไทยพีบีเอสมีโอกาสที่จะทําอะไรได้อีกเยอะ แต่ต้องค่อยๆดู ที่นี่มันเหมาะกับสถานการณ์ที่มันวิกฤติ และเชื่อว่ามันจะวิกฤติขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องภัยพิบัติ คิดว่าโดยบุคลิกของไทยพีบีเอสจะโดดเด่นเรื่องพวกนี้ด้วยเงื่อนไขที่ได้เปรียบคนทำโทรทัศน์ช่องอื่น ตรงที่หนึ่ง มีรายได้ไม่ต้องกังวลเรื่องโฆษณา และไม่มีเจ้าของธุรกิจคอยมาชี้นิ้วให้ไปทางไหน ทำให้ความรู้สึกของคนที่นี่ไม่รู้สึกว่าจะต้องแข่งขันกับช่องอื่น ซึ่งต่างจากตอนเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายของ PPTV ที่เป็นช่องเชิงพาณิชย์ ต้องแข่งตลอดเวลา ตื่นเช้ามาก็ต้องดูเรตติ้ง“แต่ผมคิดว่าการแข่งขันมันจะทำให้เร้าใจ แต่ถ้าคุณทำข่าวไปเรื่อยๆ ทำงานกันไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคู่แข่ง ก็จะทำให้มันไม่สนุก แต่การแข่งมันทำให้รู้สึกว่าอย่างน้อย ถ้าเรตติ้งเราดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็ภูมิใจว่าช่องนี้ช่องดี ช่องที่มีคุณภาพ มีเนื้อหาดี มีคนดูด้วย”ก่อนเข้ามาไทยพีบีเอส อยู่อันดับ 14 ตอนนี้ขึ้นมา 13 ขยับขึ้นมาหนึ่งอันดับภายใน 2 เดือน ตั้งเป้าไว้ที่อันดับ 10 คือจะชนะ PPTV ของเดิม ภายใน 3–4 ปีกับคำถามสังคมไทย คนเสพข่าว คนเสพละคร อันดับหนึ่งคือเรื่องดราม่า กระทั่งข่าวก็ต้องเป็นข่าวดราม่า คุณวันชัย ยก BBC, NHK สื่อสาธารณะของอังกฤษ และญี่ปุ่น ขึ้นมาเปรียบเทียบอยู่ 2 อันดับแรก มายาวนาน รู้สึกว่ามันต้องมีทางสิ ด้วยคอนเทนต์ที่ดี ข่าวทุกวันนี้ไม่มีช่องไหนที่จะลงทุนทำ ข่าว investi gative หรือข่าวสืบสวนมาก เพราะมันลงทุน เยอะ แล้วมันเสี่ยง ก็เป็นโอกาสของไทยพีบีเอสที่ทำได้ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ภายใน 4 ปี คือ OTT หรือสตรีมมิง ที่เรียกว่า VIPA หรือจะเรียกว่า Netflix ประเทศไทยแบบหนึ่งก็ได้ คิดว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า เราอยากให้ VIPA เป็นทางเลือกของคนในสังคม คือเป็น OTT หรือเป็นสตรีมมิงระดับชาติ ที่คนในสังคมสามารถเสพได้หลากหลายมากขึ้น เปิดดูได้ฟรีอย่างช่วงเกิดน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ไทยพีบีเอสล้มผังรายการทั้งวันเพื่อเสนอข่าวรายงานความเดือดร้อนของประชาชน ตั้งศูนย์ร้องทุกข์ เปิดสายเป็นศูนย์รับเรื่องสมบูรณ์แบบเลย ก็มีคนจากข้างนอกมาช่วยเยอะต้องขอบคุณไทยรัฐที่ช่วยเหลือเอารถมาช่วยขนของไปด้วย มันก็เป็นที่น่าเสียดายว่าการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องภัยพิบัติ มันเป็นเรื่องของความรู้ มันไม่ได้เป็นเรื่องของการเมืองเลย แต่ที่ผ่านมาเกือบทุกครั้ง เราใช้การเมืองนำตลอด กระทรวงที่ดูแลทางด้านนี้เป็นกระทรวงเกรดซี ไม่มีใครสนใจ คนมาเป็นรัฐมนตรีก็จะเป็นคนที่ไม่ได้อยู่เกรดเอโดนรับน้องตั้งแต่วันแรกที่มารับตำแหน่ง 25 ก.ค. เกิดการสู้รบกันของไทย–กัมพูชา บอกน้องๆทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ สิ่งที่ถูกฆ่าก่อนคือข้อเท็จจริง หน้าที่ของสื่อสาธารณะคือการรายงานข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ เพราะในทุกครั้งที่เกิดสงคราม ทุกฝ่ายจะพยายามทำให้ข้อ เท็จจริงมันหายไป เพื่อที่ตัวเองได้ผลประโยชน์เยอะที่สุด เราก็ควรทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไทยพีบีเอสยิ่งต้องทำ เราเป็นแหล่งที่เมืองนอกอ้างอิงเยอะมาก เรามี Thai PBS World สงครามไทย-กัมพูชา มีหลายช่องสื่อต่างประเทศอ้างอิงพอสมควรเลย รวมถึงขอภาพด้วยมันเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งนะคุณวันชัยทิ้งท้ายด้วยการให้กำลังใจแก่คนทำสื่อในปัจจุบัน การจะเป็นนักข่าวที่ดีคำถามที่ดีมีค่ามากกว่าคำตอบที่ได้รับ คำถาม ที่ดีมันล้มรัฐบาลมาแล้วในบางประเทศนะ...คุณจะสมาร์ทมากเวลาคุณถามคำถามหนึ่ง แล้วทำให้นายกฯชะงัก หรือคนมีอำนาจชะงัก แล้วอาชีพไหนที่ทำให้คุณฝึกอย่างนี้ได้ ตั้งคำถามกับนักการเมืองได้ ก็คืออาชีพสื่อ...ติดตามได้ทางช่อง YouTube ช่อง Thairath TV Original ออกอากาศ วันพุธที่ 7 ม.ค.นี้.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่