เด็กนักเรียนชายแดนไทย-กัมพูชายิ้มเริงร่าได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง หลังเหตุปะทะกัมพูชา 20 วัน ด้าน “อนุทิน” ไม่สนอีกฝ่ายโวยไม่ยอมรับการปักปันเขตแดน ลั่นไทยไม่ยอมให้ใครคุกคามอธิปไตย ปัดกระแสการปะทะรอบใหม่ ขอรอฟัง สมช.รายงาน ส่วนการประชุม JBC ที่กัมพูชาเรียกร้อง ตอบชัด ช่วงนี้ทำไม่ได้ เหตุประธานพ้นหน้าที่แล้ว แต่ระดับคณะทำงานยังทำงานกันอยู่เปิดทำงานเต็มระบบวันแรกของปี 2569 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังเงียบสงบ ไร้เสียงปืน ทำให้นอกจากร้านค้ากลับมาเปิดขายตามปกติแล้ว โรงเรียนต่างๆที่เคยปิดช่วงเหตุปะทะเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ได้กลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ถือเป็นวันแรกของการกลับมาเปิดเรียนอีกครั้งของโรงเรียนต่างๆ ทุกระดับชั้นที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อาทิ ที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศในการเปิดเรียนวันแรก มีผู้ปกครองเดินทางพาบุตรหลานมาส่งที่หน้าโรงเรียนอนุบาลบ้านกรวดกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ และที่นั่งรถรับส่งนักเรียน รวมถึงขี่รถจักรยานยนต์เดินทางมาโรงเรียนด้วยตนเอง โดยมีคณะครูมายืนรอต้อนรับเด็กนักเรียนที่ประตูทางเข้าอย่างพร้อมเพรียง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านกรวด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอำนวยความสะดวกจัดระเบียบการจราจรหน้าโรงเรียน เพื่อระบายรถผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน และรถของประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ในขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ต่างมีความสุขที่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง และมีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนและครู บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเช่นเดียวกับที่ จ.สุรินทร์ ที่โรงเรียนบ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง อยู่ติดกับชายแดนช่องจอม ที่ผู้ปกครองต่างเดินทางมาส่งเด็กนักเรียนมาเรียนหนังสือตั้งแต่เช้าก่อนที่เด็กๆจะพากันช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียน กวาดใบไม้เก็บขยะต่างๆ จากนั้นถึงเวลาเคารพธงชาติและสวดมนต์ ครูพาเด็กนักเรียนไปยืนเข้าแถวที่กลางสนามฟุตบอล เพื่อร่วมกันชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาก่อนจะสวดมนต์จากนั้นคุณครูได้ประกาศให้เด็กนักเรียนและคุณครูทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยและสดุดีทหารกล้าของไทยที่พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินให้คนชายแดนและเด็กๆนักเรียนได้มีที่อยู่และเรียนหนังสืออย่างปลอดภัย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่เด็กๆจะร่วมกันปฏิญาณตนในการรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นการปลูกฝังความรักความสามัคคีของคนในชาติให้กับเด็กๆต่อไปขณะที่บรรยากาศในย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง พบว่าพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยยังคงเปิดร้านขายของสินค้าอุปโภค-บริโภคกันตามปกติ ต่างจากบริเวณตลาดชุมชนโอรเสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ที่มีคลิปเผยแพร่ออกมาต่อเนื่องว่าชาวกัมพูชาพากันมาขนของที่บ้านและร้านค้าอย่างเร่งรีบ ขณะที่สื่อของกัมพูชารายงานว่า มีการประกาศให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่สีแดง ทางการไม่อนุญาตให้ประชาชนกลับเข้ามา และมีการเตรียมพื้นที่ให้พักพิงและปลูกพืชผักให้อีกด้วยส่วนที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ร้านค้าภายในหมู่บ้านต่างทยอยเปิดให้บริการ และประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติในเช้าวันทำงานวันแรกของปีใหม่นี้ โดยป้าแดง อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ช่วงที่เกิดการปะทะที่ผ่านมา ตนมีความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและรายได้หลัก หลังจากสถานการณ์เริ่มสงบลงจึงรีบกลับเข้าไปเก็บผลผลิตพืชผักสวนครัว เพื่อนำไปจำหน่ายและเก็บเงินไว้เป็นทุนสำรอง เผื่อกรณีเกิดเหตุปะทะรอบใหม่ จะได้มีเงินติดตัวไว้ใช้ในการอพยพ ยืนยันผืนแผ่นดินบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วเป็นของประเทศไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่อยากให้มีการยอมให้กัมพูชายึดพื้นที่กลับไปได้ พร้อมฝากกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้าทุกนายให้สู้และปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของทหารในรอบปีที่ผ่านมาว่า ถ้าพูดถึงเรื่องทหารวันนี้ พวกเราได้ฉลองปีใหม่กันโดยที่ไม่ต้องมีความกังวลต่ออันตรายใดๆของประเทศ ต้องถือว่าเรามีทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของเราไว้ และยังรักษาชายแดนตลอดแนวในช่วงข้ามปี คือเหตุผลที่พอพ้นปีใหม่วันที่ 1-2 ม.ค.ตนต้องไปขอบคุณทหารที่เฝ้าตามแนวชายแดนนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวในพื้นที่ชายแดนว่าทหารกัมพูชาเริ่มจะขยับว่า ขอให้เลิกพูดคำว่ากระแสข่าวเถอะ กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานปกครอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ เรามีอยู่ เราไปทำตามกระแสคนโน้นคนนี้ เราต้องอาศัยงานด้านการข่าว งานข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศจากหน่วยงานที่รัฐบาลรับผิดชอบอยู่นายกฯยังกล่าวถึงกรณีกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าทางกัมพูชาเริ่มมีการขยับแล้วด้วยว่า เขารายงานตามสายงานผู้บังคับบัญชา เดี๋ยวผู้บังคับบัญชาจะต้องรายงานมาที่ สมช. ตนรอฟัง สมช. ส่วนจะมีการปะทะกันรอบใหม่หรือไม่นั้น รอฟัง สมช.ก่อน ตอนนี้ทุกที่เรียบร้อยดีและที่น่ายินดีคือทหารมีขวัญกำลังใจดี มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นเสียสละทุ่มเท การที่กัมพูชาไปร้องนานาชาติเกี่ยวกับเรื่องกำลังทหารไทยที่เข้าไปยึดพื้นที่นั้น แต่ละประเทศมีสิทธิที่จะไปทำอะไรก็ได้ ประเทศไทยเราก็ปกป้องอธิปไตยของประเทศ และขอขอบพระคุณแทนทหารที่ทุกคนเป็นห่วงทหารหมดนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีกัมพูชาไม่ยอมรับการปักปันเขตแดนที่มาจากการใช้กำลังทหารว่า “ไม่เป็นไรครับ” ทุกคนต่างมีอธิปไตยของตัวเอง ประเทศไทยไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคามและเข้ามาก้าวล่วงอธิปไตยของเราก็เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาตนมีหน้าที่รับผิดชอบอธิปไตยและเกียรติภูมิของประเทศไทย ตนก็ว่าตนได้ทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ ส่วนการพูดคุยแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ระดับเจ้าหน้าที่มีการแลกเปลี่ยนและหารือกัน แต่ในเรื่องการลงนามร่วมกันในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ทำ ไม่ได้ เพราะตอนนี้ประธาน JBC พ้นหน้าที่ตามรัฐบาล ต้องรอ แต่ในระดับคณะทำงาน เขาทำงานกันอยู่ต่อมาเวลา 16.50 น. กองทัพภาคที่ 1 ออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้าการปฏิบัติภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) เมื่อ 27 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมาว่า กองทัพ ภาคที่ 1 โดย กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันได้ดำเนินการในการจัดระเบียบพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา พื้นที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีรายละเอียดดังนี้ การสร้างพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 และชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 21 บชร.1 (ทลร.พัน.สพ. กระสุน .21) ได้เก็บกู้ทุ่นระเบิดสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย และอนุญาตให้ประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้านกลับเข้าที่พักอาศัยได้การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีการรุกล้ำมายังอธิปไตยไทย ชุดทหารช่างได้ปรับพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่ เรียบร้อยแล้ว การวางตู้คอนเทนเนอร์ริมแนวชายแดน ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนและมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ในพื้นที่ บ.หนองจาน และหนองหญ้าแก้ว ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของ บ.คลองแผง อยู่ระหว่างเตรียมลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อเข้ามาวางริมแนวชายแดนตามแผน การทำที่มั่นและเสริมสร้างความแข็งแรงของที่มั่นทั้ง 3 พื้นที่ ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เพื่อจัดเตรียมพื้นที่และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนเพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน ส่วนราชการท้องถิ่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตลอดจนพี่น้องประชาชนพื้นที่ชายแดนที่เข้าใจสถานการณ์และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจและเร่งให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว เป็นไปตามการปฏิบัติในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement และยืนยันดำเนินการในพื้นที่อธิปไตยของไทย เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่