สิ่งที่น่าจับตามองและเฝ้าระวัง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. มองไปในเรื่องการย้ายฐานสแกมเมอร์สู่ประเทศที่สามเหตุผลมาจาก “ฐานหลัก” ในเมียนมาถูกกดดันอย่างหนัก จำเป็นต้องย้ายไปตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศที่ยังมีการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอตามข้อมูลที่มีอยู่ในแฟ้มปัจจุบันน่าเชื่อถือว่า มีฐานสแกมเซ็นเตอร์ในประเทศลาวด้วย ขณะนี้ได้เตรียมประสานกับทางการประเทศลาวร่วมกับประเทศจีนร่วมกันปราบปรามและน่าจะเกิดขึ้นในปี 2569 นี้ส่วนรังประเทศกัมพูชามีฐานสแกมเมอร์อยู่แล้ว พล.ต.ท.จิรภพแสดงความเห็นว่า ฐานสแกมเมอร์อาจจะมีการเปลี่ยนจากศูนย์ขนาดใหญ่เป็นศูนย์ขนาดเล็กที่กระจายตัว และเคลื่อนย้ายได้ง่ายตามแนวชายแดนทำให้เกิดความยากในการปราบปรามที่อาจจะมีมากขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.กังวลด้วยว่า การหลอกลวงที่ซับซ้อนทางการเงิน การใช้เทคนิคอำพรางการโอนเงิน และฟอกเงินที่หลากหลายจะเกิดขึ้นในปี 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐติดตามอายัด หรือยึดทรัพย์ได้ทันรวมทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีของแก๊งคนร้ายเองด้วยเจ้าตัวเพิ่งพบกับ นายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน หารือกันที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีแนวโน้มที่จีนจะไล่เก็บสแกมเมอร์คนจีนที่มีฐานในเขมรต่อจากเมียนมา“การทำลายสแกมเมอร์ต้องทำลายที่ฐาน ถึงจะจัดการได้ ทุกวันนี้ในไทยยังมีเหยื่อประมาณวันละเกือบ 1,000 เคส แต่ถือว่าลดลงราว 10 เปอร์เซ็นต์ หลังการปราบปรามสแกมเมอร์ในกัมพูชาอย่างเข้มข้น”แต่ยังไม่ใช่ตอนจบของแก๊งสแกมเมอร์."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม