เรื่องที่ 23 “กับดักหนูฆ่าแม่ไก่พ่อหมูและแม่วัวได้อย่างไร?” ใน “ชวนม่วนชื่น 2” (อักษรสัมพันธ์ พิมพ์ครั้งที่ 2 แจกเป็นธรรมทาน พ.ศ.2558) พระอาจารย์พรหม ตั้งใจเล่า สอนธรรมะข้อรู้รักสามัคคีครับนี่เป็นเรื่องหนึ่งในชวนม่วนชื่นทั้งสองเล่ม หลายๆปีมานี้ ผมเอามาเล่าต่อบ่อยมากบ้านเมืองเรายามทุกข์ยากถ้วนหน้า จนไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครอย่างนี้ ผมอยากเล่าอีกสักครั้งเรื่องเริ่มต้นว่า...ในฟาร์มห่างไกลจากชนบททั่วไปแห่งนั้น สองผัวเมียชาวนาเลี้ยงแม่ไก่หนึ่งตัว พ่อหมูหนึ่งตัว และแม่วัวหนึ่งตัวเอาไว้...แต่ยังมีหนูอีกห้าตัวที่ชาวนาไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงอาศัยรวมอยู่ด้วยเรื่องที่ชาวนาไม่ทันได้รู้ แม่ไก่ พ่อหมู แม่วัวนั้น รู้รักสามัคคีกับห้าหนูอย่างดีเจ้าหนูทั้งห้ามีสัญชาติญาณดี เวลาที่รู้ว่าชาวนาอยากกินไก่ทอด มันก็วิ่งไปบอกแม่ไก่ให้ไปซ่อนตัวไกลๆ เวลาชาวนาอยากกินไส้กรอกหมู หนูก็จะบอกพ่อหมูให้แกล้งป่วยและเวลาที่ชาวนาอยากกินเนื้อย่าง มันก็จะบอกแม่วัวให้หนีไปที่ฟาร์มไกลๆสามสัตว์ใหญ่เอาชีวิตรอดปลอดภัยมานาน เพราะมีเพื่อนหนูทำหน้าที่ให้สัญญาณเตือน มันจึงให้สมญาเพื่อนตัวน้อยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า เอ็มไอ 5 (MOUSE INTELLIGENCE)แต่ก็นั่นแหละหนา! เมื่อวันเวลาเปลี่ยน ความรักความชังเป็นอนิจจังก็เปลี่ยนบ่ายวันนั้น หนูตัวหนึ่งมองผ่านช่องรอยแตกกำแพง เห็นชาวนาเปิดกล่องพัสดุ เมื่อมันเห็นกับดักหนู มันก็รู้ชะตาวันหน้า! แม่ไก่อยู่ใกล้ หนูเข้าไประบายทุกข์แต่แม่ไก่กลับสนใจแต่ทุกข์ของตัวเอง “กุ๊กๆ กับดักอันเล็กๆนั่นจะทำอะไรกับฉันได้”พ่อหมูอยู่ถัดไป เมื่อได้ฟังเรื่องของหนู “ตอนนี้ฉันกำลังยุ่ง ไว้ค่อยคุยกันใหม่...อู๊ดๆ”แม่วัวอยู่ไกล กำลังวุ่นวายเคี้ยวหญ้า มันร้อง “มอ” เหมือนไม่อยากพูดอะไร แต่ก็ยังหลุดปาก “ฉันจะลองคิดดู”ดึกคืนนั้น หนูตัวหนึ่งพลาดเหยียบกับดัก สิ้นเสียง “คลิก” หนูตัวแรกก็ไปสวรรค์ อีกสี่ตัววิ่งเข้ามาเห็นเพื่อนตายก็ร้องไห้เสียอกเสียใจ ภรรยาชาวนาได้ยินเสียงหนูก็เดินลงมา ทันทีที่เห็น เธอก็ร้องกรี๊ดแล้วเป็นลมเช้าวันต่อมา เธอนอนแซ่วบนเตียง ชาวนาสามีคิดทำซุปไก่ เขาหวังว่าอาการของภรรยาจะดีขึ้น แม่ไก่จึงถูกจับเชือดคอ ใส่ลงในหม้อต้มโรยกระเทียมพริกไทยเพื่อนภรรยารู้ข่าวก็ทยอยกันมาเยี่ยม ชาวนาในฐานะเจ้าบ้าน ก็เชือดพ่อหมูทำสเต๊กหมูเลี้ยงโชคร้าย...อาการภรรยาชาวนาทรุดหนัก ไม่นานเธอก็สิ้นใจ ในงานศพที่มีแขกมาร่วมมากมาย แม่วัวก็ถูกล้ม เป็นสเต๊กวัวเลี้ยงแขกทุกคนพระอาจารย์พรหมสรุป...นี่คือวิธีการที่กับดักหนูอันเล็กฆ่าแม่ไก่ พ่อหมู และแม่วัวได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหาน้อยใหญ่ตรงหน้าไม่ว่าปัญหาของเพื่อน ปัญหาของบ้านเมือง อย่าคิดว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาของฉัน”สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ หากใครสักคนถาม “ถ้าไม่ฆ่าหนูเล่า!” จะช่วยอะไรในฟาร์ม...เอ้ย! หรือบ้านเมืองให้ดีขึ้นมากน้อย?คำตอบ...ก็ต้องเปลี่ยนตอนจบของเรื่อง...ถ้าเพื่อนตัวใหญ่ ไก่ หมู วัวสักตัวมีแก่ใจ...ก็อาจหาวิธีไปจัดการกับดัก...เล็กๆอันนั้น...ไก่อาจเขี่ยให้มันไปอยู่อีกที่ที่ไม่เสี่ยงต่อเพื่อน หมูอาจเตะมันให้กลไกดักหนูพัง วัวอาจใช้ความใหญ่ทำอะไรสักอย่าง...ให้ห้าเพื่อนหนูที่มันเคยเรียก เอ็มไอห้า...อยู่รอดเมื่อหนูรอด แม่ไก่ก็ไม่ลงหม้อ พ่อหมูก็ไม่ถูกเชือด แม่วัวก็ไม่ถูกล้มมาทำสเต๊กเนื้อเลี้ยงในงานศพภรรยาชาวนา...บ้านนั้น...หรือ? เมืองนั้นก็จะอยู่อย่างสงบสุขไปด้วยกันใช้หลักคิดนี้...เออ! ผมก็เริ่มคิด ชีวิตเจ้าหนูมีประโยชน์ ทนเพื่อนชั่วๆของเขาไหว ก็ช่วยก็ทนๆกันไป คิดเสียว่า ยังไง! ก็น่าจะดีกว่าทหารขี่รถถังจากชายแดนเข้ากลางเมืองเยอะเลย?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม