ประชาชนทยอยเดินทางกลับช่วงโค้งสุดท้ายหลังวันหยุดยาวปีใหม่ เส้นทางอีสานถนนมิตรภาพผ่านโคราชการจราจรติดสะสม ตำรวจทางหลวงแนะทางเลี่ยงไปออกด่วน M6 เช่นเดียวกับเส้น 304 ขึ้นเขาใหญ่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกรถเต็มทุกช่องทาง ส่วนสายเหนือช่วงผ่านเมืองปากน้ำโพ รถติดหนึบ เจ้าหน้าที่ต้องเปิดสะพานเดชาติวงศ์สายเก่าเพิ่มอีก 1 ช่องทาง ด้าน ศปถ.แถลงยอดตายวันที่ 4 ช่วงรณรงค์ 7 วันอันตรายพุ่ง 171 ราย บาดเจ็บ 956 คน เมาขับยังเป็นต้นเหตุการสูญเสียอันดับต้นๆการจราจรสายเหนือและอีสานช่วงสุดท้ายวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ รถแน่นทุกเส้นทาง โดยเมื่อวันที่ 3 ม.ค. บรรยากาศการเดินทางกลับหลังเทศกาลปีใหม่บนถนนมิตรภาพ หรือทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา บริเวณแยกบ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง และแยกตลาดแค ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง มีปริมาณรถสะสมมาก ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษ กม.ที่ 187-กม.176 ระยะทาง 11 กม. ตั้งแต่แยกบ้านวัด อ.คง ถึงแยกบ้านสัมฤทธิ์ ต.ธารปราสาท และแนะนำให้ใช้ทางเลี่ยงบัวใหญ่-คง-ขามสะแกแสง-โนนไทย-วงแหวนเลี่ยงเมืองที่โคกสูง (จอหอ) เพื่อไปใช้มอเตอร์เวย์ 6 หรือ M 6 เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด อีกจุด ช่วงสะพานต่างระดับเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กม.ที่ 56-57 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง และหน้าฟาร์มโชคชัย กม.52 ต.กลางดง อ.ปากช่อง เนื่องจากเป็นทางโค้งขึ้นลงเนิน คาดว่าช่วงเย็นไปถึงตลอดทั้งคืนยันเช้าวันรุ่งขึ้นปริมาณรถจะเพิ่มมากขึ้นส่วนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงรอยต่อ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เข้า อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี รถหนาแน่นทุกช่องจราจร โดยเฉพาะช่วงลงเนินกลางดง กม.ที่ 37-39 การจราจรติดสะสมยาวหลาย กม. ส่วนถนนพหลโยธินมุ่งหน้า อ.หนองแค จ.สระบุรี เข้าสู่ อ.วังน้อย จ.พระนคร ศรีอยุธยา รถแน่นเช่นเดียวกัน แต่ยังวิ่งทำความเร็วได้ 50-60 กม.ต่อ ชม.ส่วนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 (นคร ราชสีมา-กบินทร์บุรี) ช่วงรอยต่อ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ผ่านเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รถแน่นทุกช่องจราจรตั้งแต่เย็นวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีประชาชนในภาคตะวันออก เฉียงเหนือใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อเดินทางกลับไปทำงานในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนมิตรภาพ และมอเตอร์เวย์ 6 ที่เปิดให้วิ่งฟรีและมีประชาชนไปใช้บริการจำนวนมากขณะที่สภาพการจราจรสายเหนือช่วงผ่าน อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณรถจะไหลมารวมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรสะสมยาวทุกเส้นทางทั้งถนนพหลโยธิน สาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก และสายเอเชีย 112 เส้นทางเลี่ยงเมือง โดยเฉพาะถนนพหลโยธินช่วงแยกสะพานเดชาติวงศ์รถติดหนึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดใช้สะพานเดชาติวงศ์สายเก่าเป็นช่องทางพิเศษอีก 1 ช่องจราจร เพื่อระบายรถให้ผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ให้เร็วที่สุด เพราะยังมีรถที่เดินทางมาจากภาคเหนือไหลมาสมทบเรื่อยๆอีกจุดของถนนสายเอเชียที่มีปัญหาบริเวณ 4 แยกหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท รถติดยาวเนื่องจากมีการก่อสร้างเส้นทางเหลือแค่ 2 ช่องกลายเป็นคอขวด ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 ร่วมกับแขวงทางหลวงชัยนาทปิดแยกหางน้ำสาครชั่วคราวและเปิดช่องทางพิเศษช่วง กม.ที่ 141-136 ระยะทาง 5 กม.เพื่อเพิ่มช่องจราจรขาล่องอีก 1 ช่องทาง นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าฯชัยนาท เปิดเผยหลังลงตรวจสภาพจราจรว่า การปิดทางแยกช่วงเร่งด่วนที่มีประชาชนเดินทางกลับหลังเทศกาลปีใหม่มาก เพื่อให้รถวิ่งผ่านโดยไม่ต้องติดสัญญาณไฟจราจร อีกทั้งสั่งให้ตรวจเข้มรถโดยสารประจำทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุดส่วนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯช่วงผ่าน จ.สิงห์บุรี เข้า จ.อ่างทอง พบว่าการจราจรเต็มทุกช่องทางยาวไปจนถึง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จุดที่มีรถสะสมติดขัดช่วงปากทางเข้า อ.ไชโย บริเวณหน้าบ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ผลิตหุ่นเหล็กชื่อดังทางแยกต่างระดับอ่างทอง และสะพานข้ามทางลอดหน้าโชว์รูมโตโยต้าอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่แนะนำผู้ใช้เส้นทางถนนสายเอเชียที่จะผ่าน จ.อ่างทอง ขอให้ใช้ทางเลี่ยงอ่างทองสายออกแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก แยกเข้า จ.สิงห์บุรี ผ่าน อ.พรหมบุรี เข้าถนนทางหลวง 309 อ.ไชโย อ.เมืองอ่างทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ไป จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เวลา 10.15 น. วันที่ 3 ม.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 3 ม.ค.เกิดอุบัติเหตุ 187 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 4 วันของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68-2 ม.ค.69 เกิดอุบัติเหตุรวม 991 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 956 คน ผู้เสียชีวิตรวม 171 ราย ทั้งนี้จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 69 ช่วงที่ผ่านมา พบว่าดื่มแล้วขับยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆของการสูญเสียสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 3 ม.ค.สาเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 35.29 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 21.39 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 72.94 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 86.10 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 47.06 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 10.16 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01-18.00 น. ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดช่วงอายุ 20-29 ปี จังหวัดเกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ปราจีนบุรีและพัทลุง (จังหวัดละ 10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ บึงกาฬ (3 ราย) สำหรับอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วัน ตั้งแต่ วันที่ 30 ธ.ค.68-2 ม.ค.69 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 39 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 43 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม. 14 รายพล.ต.ท.รุทธพลกล่าวอีกว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 69 ช่วงที่ผ่านมาพบว่าดื่มแล้วขับยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆของการสูญเสีย สถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำวันที่ 2 ม.ค.69 วันที่ 4 ของมาตรการควบคุมเข้มงวด มีจำนวนคดีเข้าสู่ระบบคุมประพฤติทั้งหมด 1,401 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 1,349 คดี จังหวัดที่มีสถิติขับรถขณะเมาสุราสูงสุด คือ จ.นนทบุรี 290 คดี และสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68-2 ม.ค.69 มีจำนวน 2,793 คดี โดยฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา 2,793 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.39 ซึ่งถือว่าเป็นฐานความผิดที่มากที่สุดด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วัน ของเทศกาลปีใหม่ภาพรวมทั้งประเทศมีผู้เสียชีวิต 171 ราย และบาดเจ็บ 956 ราย พบว่าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนใน 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จับกุมรวมทุกคดีถึง 313,622 ราย เป็นการจับกุมเมาแล้วขับ 15,404 ราย ในจำนวนนี้เป็นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดซ้ำเมาแล้วขับ 100 ราย ผู้กระทำความผิดฐานเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปีจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษสูงขึ้น จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท และศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่“ตำรวจจราจรเน้นตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด และจุดบริการ เพื่อดูแลการจราจรอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การรณรงค์สร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย นอกจากทำให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างมีความสุขและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลแล้ว ยังสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดอื่นๆ ได้อีกจำนวนมาก เป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม” รอง ผบ.ตร.กล่าวและว่า ช่วงโค้งสุดท้าย 7 วันถึงวันที่ 5 ม.ค.ได้เพิ่มมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในจุดเสี่ยง จุดตัด จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเส้นทางสายหลักที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุดพล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. กล่าวว่า ปีนี้ตำรวจเปิดให้ประชาชนฝากบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ถึงวันที่ 5 ม.ค.69 พบว่าตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2568-1 ม.ค.69 มีประชาชนฝากบ้านทั้งสิ้น 8,159 หลัง โดยมีตำรวจคอยตรวจตราและอัปเดตข้อมูล ทำให้ประชาชนเดินทางอย่างสบายใจส่วนการดูแลการจราจร ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะช่วงการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่นหลายจุดในช่วงสุดท้าย ของวันหยุดยาวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่