“หน้าสั่น” ไปตามๆกัน ทั้ง “เด็กหน้าบาง” ทั้ง “ผู้เฒ่าหน้าหนา” กับปฏิบัติการสาดน้ำเน่า “ข้าชั่ว เอ็งก็เลว” สูตรการเมืองโบราณยุคพระเจ้าเหา ที่ถูกนำมาใช้กู้สถานการณ์ “ลูกเทพ” ติดเกมเอไอฟรีลีลาฟุตบอล “เตะตัดขา” เหลี่ยมมวย “ชกใต้เข็มขัด”ไม่สนฟาวล์ แต่เป้าหมายชัด เบรกสกัดเกมบุกของตัวจี๊ดค่ายส้มอย่าง “ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่กำลังไล่เขย่ารัง “ลูกนก ตกใต้ต้น” ตามบี้จนนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ บาดเจ็บสาหัสโปรเจกต์ TH–AI Passport โปรฯไล่แจกเอไอฟรี โดนฉีกไม่มีชิ้นดีถึงจุดที่ดันทุรัง “ลากไปต่อ” ก็สุ่มเสี่ยงแหกโค้งอันตราย ตกเหวแม้จังหวะสวนกลับด้วยปม Forex จะให้ “เด็กหน้าบาง” ต้องพะว้าพะวังกับปมที่พุ่งเข้าใส่ “เซียนเอไอ” ของพรรค ไม่กล้าแอ่นอกรับประกัน ประกอบกับมาตรฐาน “มีเรา ไม่มีเทา” ทำได้แค่ยอมรับสภาพ ถ้าผิดจริงไม่เลี้ยงไว้แน่เปื้อนแล้วเปื้อนเลย “ป้อม ภาวุธ” ไม่มี “เครื่องฟอกตัว” ใดๆทั้งสิ้นและถึงจะมีตัวอย่างให้อ้างอิงพอดิบพอดี กับการที่พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนมีคำสั่งไม่ฟ้องนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ที่โดนตำรวจ ออกหมายจับในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินจากยาเสพติด จนต้องถอนตัวจากผู้สมัคร สส.ทีม “เด็กหน้าบาง” ก็ไม่เลือกที่จะเอามาเป็นข้ออ้างในการรับประกัน “ภาวุธ”จุดที่มาตรฐานการเมืองรุ่นใหม่ค้ำคอ ทีมส้มไม่อาจสู้กระแสป้ายคราบเทาดำแต่กลายเป็นกระแสสังคมเองที่ดีดกลับ “ผู้เฒ่าหน้าหนา” อย่างแรง ตามฟอร์มทะแม่งๆของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ตั้งโต๊ะแถลงใหญ่โตเหมือนกับจับอาชญากรได้ แต่เอาเข้าจริงยังเป็นแค่ “ผู้ต้องสงสัย”โฉบไปโฉบมา อ้อมๆแอ้มๆ ไม่กล้าชี้ว่าเป็น “ผู้ต้องหา” แบบตรงๆอาการกะปริบกะปรอย ฉี่ไม่สุด มันเลยยิ่งตอกย้ำ “เสียงโห่” ดีเอสไอตกเป็นเครื่องมือของเจ้าพ่อเขากระโดง โยงเกมการเมือง ดิสเครดิตฝ่ายค้าน สกัดการตรวจสอบโครงการ TH–AI Passportลีลายึกๆยักๆของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังเทียบไม่ได้กับฟอร์มห้าวเป้งของ “ปลัดหม่อง” นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอีฯ ที่ออกแรงหามแห่โปรฯไล่แจก AI ของก๊วน “ลูกเทพ” แบบสุดลิ่มทิ่มประตูรับกลองที่ “ลูกนก” โยนให้แบกเกมเสี่ยงคุกอย่างเต็มอกเต็มใจเรื่องของเรื่อง จับไต๋ดีเอสไอซ่อนอาการป๊อดไม่มิด อารามกล้าๆ กลัวๆ เพราะขืนมั่วไปตามเกมอำนาจการเมือง ไม่มีหลักประกันในวันที่เกมอำนาจเปลี่ยนข้าราชการประจำไม่ได้มีเกราะกำบัง “อย่างหนา” แบบนักเลือกตั้งอาชีพก๊วนเซราะกราว ที่ถูกกระตุกจากเจ้าพ่อเขากระโดง ตามธงสัญญาณแบบที่ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ เจ้าแม่มือปราบคอร์รัปชันค่ายส้ม ช่วยตีปี๊บปลุกระดมแกมยั่วเป็นนัยให้ดาหน้าออกมาช่วย “โอ๋” ปกป้อง “ลูกนก” แทนพ่อที่ “แค้นจนหน้าสั่น”มีเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเดิมพัน ได้ลุ้นโบนัสเค้กเป็นรางวัลต่างกับข้าราชการประจำ พฤติการณ์ใช้อำนาจโดยมิชอบ ตัวอย่างวิบากกรรมรุ่นพี่ก็มีให้เห็นอยู่ดูจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ที่ต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายในเรือนจำ น่าจะกระตุกต่อมแหยง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ รุ่นน้องที่ฟอร์มจัดจ้านในการสนองตอบนโยบายฝ่ายการเมืองไม่แพ้กันจากห้วงรัฐบาลเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกในการไล่บี้คดี “สว.โพยฮั้ว” และเป็นตัวตั้งตัวตีในปฏิบัติการลุยยึดอาณาจักรเขากระโดงคืนการรถไฟฯ จนถูกหมายหัวจากเจ้าพ่อเซราะกราว ขึ้นบัญชี “ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง”แต่ถึงเวลา “ยุทธนา” กลับไม่โดนโละ แถมพลิกเป็นดาบของก๊วนเขากระโดงมันจึงเข้าใจได้ว่า ต้องสู้แบบถวายหัวให้นาย ตามฟอร์มข้าราชการ “โกงความตาย” แต่ครั้นจะลุยถั่วสุ่มสี่สุ่มหก ก็ต้องเดิมพันวัดใจเสี่ยงวัดดวง “มนต์เขมร” จะเสกคาถา “ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ได้จริงหรือไม่กับสัญญาณโคตรเข้ม “ศาลยุติธรรม” กระชับดาบรออยู่ปลายน้ำเห็นกันจะจะกับปรากฏการณ์ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากคดีปกปิดเอกสาร “นาฬิกายืมเพื่อน”ต้องดิ้นสู้วิบากกรรมตอนแก่ รับสภาพยอม “ตายแทนนาย”ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม