สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา หยุดลง หลังจาก รมว.กลาโหมของไทยและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ลงนามข้อตกลงหยุดยิง เข้าสู่โหมดทางการทูตการเจรจาระหว่างสองประเทศ เพื่อยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน ล่าสุดไทยส่งตัว 18 ทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้กลับประเทศตามข้อตกลงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี)แถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศระบุว่า นับตั้งแต่ทหารกัมพูชา 18 คนถูกควบคุมโดยทางการไทย ได้รับการดูแลตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และแนวปฏิบัติด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) อนุญาตให้ไอซีอาร์ซีเข้าเยี่ยมเป็นระยะๆ และนำส่งจดหมายเพื่อติดต่อครอบครัวการส่งทหารกัมพูชาทั้ง 18 คน กลับประเทศ มีตัวแทนไอซีอาร์ซีร่วมสังเกตการณ์ สะท้อนเจตนารมณ์ไทยที่เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัมพูชา แสดงถึงการยึดมั่นอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 และหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หวังว่ากัมพูชาจะตอบสนองเจตนารมณ์ ส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนของ 2 ประเทศต่อไปอย่างไรก็ตามหลายฝ่ายแสดงความกังวลถึงท่าทีกัมพูชาจะมีความจริงใจเพียงใดต่อการยุติการสู้รบ เพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน เพราะกัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลง กรณีตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) กัมพูชารุกล้ำน่านฟ้าไทยหลังหยุดยิง ถือว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงว่าด้วยการงดเว้นการกระทำที่ยั่วยุ หรือรุกล้ำอธิปไตยกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังหยุดยิง 72 ชั่วโมงว่า แม้ภาพรวมไม่พบการปะทะด้วยอาวุธหนัก หรือการเผชิญหน้าโดยตรง แต่ตรวจพบการเคลื่อนไหวของกัมพูชาหลายจุดในพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ที่มีการส่งกำลังบำรุงเป็นระยะ และมีการดัดแปลงเสริมความแข็งแรงที่มั่นทางทหารต่อเนื่องขณะที่ท่าทีนายฮุน มาเนต นายก รัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงออกชัดเจนว่าไม่ยอมรับพื้นที่ชายแดนที่กองทัพไทยเข้าควบคุมหลังการหยุดยิง และยังมีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อประเทศไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจึงอยู่ในภาวะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไปการแสดงออกของกัมพูชาจึงสวนทางข้อตกลงเจรจา ไม่มีความจริงใจแก้ปัญหาเพื่อไปสู่สันติภาพอย่างแท้จริง และไม่ถอนกำลังออกไปยังระยะปลอดภัย แม้สถานการณ์จะเงียบสงบ แต่ยังตึงเครียดเสี่ยงเผชิญหน้า รอจังหวะระดมกำลังและอาวุธ เพื่อเปิดแนวรบรอบสาม ซึ่งยังไม่ใช่การสร้างสันติภาพ แต่เป็นแค่หยุดพักรบชั่วคราว.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม