“เศรษฐีปีใหม่” ไม่ได้มาจากโชค…แต่มาจากเหตุ ทุกครั้งที่ปฏิทินเปลี่ยนหน้า ความหวังของผู้คนแทบไม่ต่างกัน...อยากให้ปีใหม่เป็นปีแห่งความสุข ความสมหวัง ความราบรื่น ความก้าวหน้า แต่คำถามสำคัญคือความสุขนั้นจะ “เกิดขึ้นเอง” หรือ “ต้องสร้างขึ้น”คำตอบตามหลักคิดของพุทธศาสนาเรียบง่าย แต่ตรงไป ตรงมา...ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุ วันนี้คือผลของเมื่อวานและวันข้างหน้าก็เป็นผลของการกระทำในวันนี้ถ้าอดีตเต็มไปด้วยเหตุที่ดี ความสุข ความสำเร็จย่อมงอกงาม แต่หากอดีตเต็มไปด้วยความประมาท ความล้มเหลว ความทุกข์ยากก็ย่อมตามมานี่ไม่ใช่เรื่องลึกลับ ไม่ใช่โชคชะตา หากคือ “กรรม” ในความหมายของการกระทำพระครูจินดาสุตานุวัตร (พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก) ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และเจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. ย้ำว่า ความสุขปีใหม่จึงไม่ใช่ของขวัญจากฟ้า แต่เป็นรางวัลที่ชีวิตมอบให้กับคนที่ “ลงมือทำถูกทาง”...ขยันให้ถูก รักษาให้เป็น คบให้ดี ใช้ให้พอดี พระพุทธศาสนาได้วาง “หัวใจเศรษฐี” ไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงเพื่อความมั่งคั่งทางทรัพย์แต่เพื่อความมั่นคงของชีวิต ครอบครัว และสังคมหนึ่ง...อุฏฐานสัมปทา ตั้งต้นที่ความขยัน ล้มได้แต่ต้องลุก ใช้สติ ปัญญา และความรู้แก้ไขข้อบกพร่อง อย่าอ้อนวอนโชคชะตาโดยไม่ลงมือทำ เพราะความเพียรคือฐานรากของความสำเร็จทุกชนิดคนที่มีความขยันหมั่นเพียรเป็นที่ตั้ง รู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้กับอุปสรรคและความล้มเหลวในอดีต มายืนหยัดมุ่งมั่นอย่างเสมอต้นเสมอปลายแล้วความสำเร็จยังรอคอยอยู่ในวันข้างหน้าทางพระเรียกคนชนิดนี้ว่าเป็นคนที่มี “อุฏฐานสัมปทาคือมีความขยันหมั่นเพียรลุกขึ้นมาประกอบอาชีพหน้าที่การงาน” นั่นเองสอง...อารักขสัมปทา หาได้แล้ว ต้องรักษาเป็น ทรัพย์ที่ได้มาควรถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนต่อยอดกิจการ เก็บออมระยะยาว ใช้จ่ายจำเป็น และแบ่งปันสังคมเพราะ “รายได้ไม่สำคัญเท่ารายเหลือ” คนรวยที่แท้จริงคือคนที่บริหารทรัพย์เป็น ทางพระเรียกคนชนิดนี้ว่าเป็นคนที่มี “อารักขสัมปทา คือรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้แล้ว ไม่ให้อันตรธานหายไป นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันให้ตราบนานแสนนาน” นั่นเองสาม...กัลยาณมิตตตา เลือกคบคนให้ถูก เพื่อนดีพาไปสู่โอกาส ความสุข และความสำเร็จ เพื่อนชั่วพาไปสู่หนี้ ความทุกข์ และความพินาศ การคบคนจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นชะตาชีวิตการคบคนหรือคบเพื่อนในปัจจุบันจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากเพราะเพื่อนดีล้วนจะนำประโยชน์มาให้ นำความสุขมาให้ นำความสำเร็จมาให้ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าคบเพื่อนที่ไม่ดีก็ย่อมจะนำแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนและความเสียหายมาให้ทางพระเรียกคนชนิดนี้ว่าเป็นคนที่มี “กัลยาณมิตตตาคือมีเพื่อนที่ดี ไม่คบคนชั่วเป็นมิตร” นั่นเอง สี่...สมชีวิตา ใช้ชีวิตให้พอดีกำลัง ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฝืดเคือง ไม่หลงอวด ไม่หลงเลียนแบบเพราะชีวิตที่เสมอต้นเสมอปลาย คือชีวิตที่ยั่งยืน คนที่ใช้ชีวิตตามสมควรแก่สถานะของตนเองนี้ทางพระเรียกว่าเป็นคนที่มี “สมชีวิตาคือมีชีวิตที่เสมอต้นเสมอปลาย ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ตามกำลังที่ตนเองมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือยมากนัก ไม่ฝืดเคืองมากนัก” นั่นเองเมื่อทำได้เช่นนี้ก็จะ “กลายเป็นเศรษฐีตั้งแต่ปีใหม่” นี้เป็นต้นไปเพราะบุคคลเช่นนี้ได้รู้จักนำเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนไว้แล้วได้นำมาเป็นมงคลแก่ชีวิต แก่หน้าที่การงาน แก่ครอบครัวและแก่สังคมของเราทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็น “คาถาเศรษฐี” ที่ทุกคนท่องได้ พระครูจินดาสุตานุวัตร บอกว่า เมื่อรวมหลักธรรมทั้งสี่จะได้คำย่อจำง่ายแต่ทรงพลัง “อุ อา กะ สะ”“...ไม่ต้องรอปาฏิหาริย์ ไม่ต้องหวังโชคบังเอิญ” ใครนำหลักนี้ไปใช้จริง ย่อม “กลายเป็นเศรษฐีปีใหม่” ได้จริง แน่นอนว่าเศรษฐีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตัวเลขในบัญชีเพียงอย่างเดียว หากแต่หมายถึงคนที่มีชีวิตมั่นคง มีศักดิ์ศรี มีคุณค่า มีความสุขถาวร“ปีใหม่ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อคนหนึ่งเริ่มเปลี่ยนจากการกระทำ ความสุขจะขยายจากตัวเองสู่ครอบครัว จากครอบครัวสู่ชุมชน จากชุมชนสู่สังคม ความยากจน ความเดือดร้อน ความสิ้นหวังจะค่อยๆลดลง ไม่ใช่ด้วยคำอธิษฐาน แต่ด้วยการลงมือทำอย่างมีหลัก”พลิกชีวิตให้กลายเป็นเศรษฐีปีใหม่ได้จริงโดยที่ไม่ต้องอาศัยความบังเอิญหรือความอัศจรรย์ รวมถึงปาฏิหาริย์ให้กับชีวิต อาตมาจึงขอให้เศรษฐีใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีใหม่นี้ได้มีมากขึ้นในสังคมของเรา จะได้กลายเป็นของขวัญปีใหม่และความสุขปีใหม่กันทุกถ้วนหน้า กลายเป็นความสุขที่จีรังยั่งยืน ด้วยว่าทุกคนล้วนมีธรรมะในดวงใจเป็น “พุทธศาสนิกชนที่ดีไปในที่สุด” ปีใหม่จึงไม่ใช่แค่วันเริ่มต้น แต่เป็นโอกาสให้ทุกชีวิต “เริ่มต้นใหม่อย่างมีทิศทาง”หากธรรมะอยู่ในใจ ความสุขจะไม่ใช่เพียงคำอวยพร แต่จะกลายเป็นความจริงที่ยืนยาวตลอดทั้งปี และตลอดไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม