“ปวีณา” จี้คดีครูหนุ่มโค้ชวอลเลย์บอลล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนชาย ป.6 นักกีฬาในทีมโดนกระทำถึง 6 คนในช่วงหลายเดือน ทำทีเรียกเด็กสลับกันเข้าไปนวดในห้องเก็บเสื้อผ้านักกีฬาบนอาคารเรียน ขณะอยู่กันสองต่อสองบังคับอัดถั่วดำและให้เด็กอมนกเขา ข่มขู่ซ้ำห้ามไปบอกใครไม่เช่นนั้นจะตัดออกจากทีมหรือถูกทำโทษ จนเด็กๆหวาดกลัว สุดท้ายมีหนึ่งในเหยื่อทนไม่ไหวไปบอกพี่ชายประสานผู้ปกครองคนอื่นๆโร่ร้องปวีณา ตำรวจประสานสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กก่อนเร่งรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ ด้าน ผอ.โรงเรียน ตั้งกรรมการสอบวินัยพร้อมให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ต.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ไปติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเด็กนักเรียนชายอายุ 12 ปี จำนวน 6 คนจาก 6 ครอบครัว ถูกโค้ชวอลเลย์บอลในโรงเรียนล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนักและบังคับให้เด็กอมอวัยวะเพศ ประชุมร่วมกับนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง ผกก.สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ พม.ภายหลังการประชุมได้ข้อสรุปว่า ตำรวจจะประสานทีมสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กชายผู้เสียหายทั้ง 6 คน ในวันที่ 21 ต.ค. จากนั้นจะนำตัวโค้ชวอลเลย์บอลที่ก่อเหตุมาสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนินคดี ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯจะฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กทั้ง 6 คน ติดตามการช่วยเหลือทั้ง 6 ครอบครัวร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และจะติดตามคดีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของเด็กชายทั้ง 6 คนต่อไปคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค. พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนชายผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯว่า เด็กชายทั้ง 6 คนเป็นนักเรียนชั้น ป.6 และเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ถูกนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 28 ปี หรือโค้ชหนึ่ง ครูและโค้ชวอลเลย์บอลของโรงเรียน ล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนักและบังคับให้เด็กอมอวัยวะเพศ ปกติโค้ชหนึ่งเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย แต่มีความสามารถทางด้านกีฬาวอลเลย์ บอล ทางโรงเรียนมอบหมายให้เป็นโค้ชวอลเลย์บอลฝึกเด็กๆระดับชั้น ป.3-ป.6 เคยพาเด็กหลายรุ่นไปแข่งขันมาหลายสนามได้รับรางวัลระดับจังหวัดมาแล้วจากการสอบถามทราบว่า พฤติกรรมการก่อเหตุ โค้ชหนึ่งจะทำทีเรียกเด็กสลับกันเข้าไปนวดในห้องเก็บเสื้อผ้านักกีฬาบนตึกอาคารเรียน ก่อนจะลงมือกระทำต่อเด็กตลอดช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะก่อเหตุจะพูดจาข่มขู่เด็กห้ามไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะถูกคัดออกจากทีมหรือถูกทำโทษ ทำให้เด็กๆหวาดกลัวกันมากไม่กล้าบอกใคร จนกระทั่งช่วงเย็นวันที่ 16 ต.ค. หลังเลิกเรียน ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 หนึ่งในเด็กชายผู้เสียหาย ไปบอกพี่ชายว่าอยากตาย เพราะถูกโค้ชหนึ่งเรียกไปนวดในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่กันเพียงลำพัง 2 คน ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศ จำใจต้องยอมทำตามแต่สุดท้ายทนไม่ไหวต้องมาบอกพี่ชาย หลังจากนั้นพี่ชายได้ติดต่อกับผู้ปกครองของเด็กคนอื่นๆในทีมวอลเลย์บอลก็พบว่ามีเด็กหลายคนถูกกระทำเช่นเดียวกัน รวมตัวเข้าร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยติดตามคดีเพราะต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดด้านคดี พ.ต.ท.พัชร์ธนพล รัชตาธารากาญจน์ สว. (สอบสวน) สภ.คลองห้า เผยว่า ตอนนี้รับแจ้งความจากผู้ปกครองเด็กชายผู้เสียหายไว้แล้ว 4 คน ประสานทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำเด็กในวันที่ 21 ต.ค. ขณะเดียวกันได้ประสานไปทาง ผอ.โรงเรียน ให้แจ้งโค้ชที่ถูกกล่าวหาเข้ามาให้ปากคำตำรวจ แต่ยังไม่มา ขั้นตอนต่อไปหลังจากทีมสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กผู้เสียหายแล้วจะรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไปนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่อง ดังกล่าวแล้ว ผอ.โรงเรียน สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยโค้ชวอลเลย์บอลที่ก่อเหตุเป็นข้าราชการครู คศ.1 พร้อมทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย เนื่องจากมีหลักฐานความผิดชัดเจน นอกจากนี้ยังมีทีมสหวิชาชีพด้านจิตวิทยาลงพื้นที่เยียวยาสภาพจิตใจนักเรียนอย่างเร่งด่วน เรื่องนี้ได้กำชับทุกโรงเรียนต้องเข้มงวดกับมาตรการในการคุ้มครองเด็กจะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น และโรงเรียนต้องไม่เพิกเฉยต่อเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาทุกมิติ เนื่องจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาโดยเฉพาะนักเรียนและครู เป็นเรื่องที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความเป็นห่วงและกำชับมาตลอดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่