กองกำลังบูรพานำคณะผู้สื่อข่าวดูก่อสร้างบังเกอร์แนวชายแดนที่คืบหน้าไปกว่า 60% ที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ย้ำ “บ้าน 7 หลัง” คือผืนแผ่นดินไทย 100% ขณะที่ทหารกัมพูชาแอบซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ดูความเคลื่อนไหวของทหารไทย กัมพูชาตั้งข้อหากบฏ 2 นักข่าวที่ถ่ายภาพบนปราสาทตาควายแล้วติดทุ่นระเบิดมาด้วย จนกลายเป็นพยานหลักฐานชั้นดีโชว์ชาวโลกเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้หลักเขตที่ 46 บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พบว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงตั้งเพิงพักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มีชาวกัมพูชาประมาณกว่า 10 คน และทหารกัมพูชาอีก 6-7 นาย ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดน ติดกับบ้านหนองจาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยยังคงเฝ้า ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวโดยรอบบริเวณดังกล่าว ตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นยังไม่พบความ ผิดปกติ เหตุการณ์ทั่วไปถือว่ามีความสงบเรียบร้อย แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่อมา บ่ายวันเดียวกัน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ 12 กองกำลังบูรพา นำคณะ ผู้สื่อข่าวมาตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างบังเกอร์ บริเวณแนวชายแดนไทยที่บ้านหนองจาน เพื่อใช้เป็น จุดยุทธศาสตร์ในการเสริมความมั่นคงและป้องกันการรุกล้ำจากต่างแดน พบการก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่า 60% เหลืออีก 40% จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ตลอดแนวทางเข้าพื้นที่เจ้าหน้าที่ได้ขยายเส้นทางอำนวยความสะดวกในการติดตั้งยุทโธปกรณ์และการเข้า-ออกของกำลังพล อีกทั้งยังมีแผนจะติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงภายในวันสองวันนี้เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงานและการสื่อสาร แม้ช่วงนี้จะมีฝนตกต่อเนื่อง พื้นดินแฉะ แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการก่อสร้างแต่อย่างใดจากนั้นคณะผู้สื่อข่าวเดินสำรวจไปยังบริเวณบ้าน 7 หลัง ในพื้นที่ที่กองกำลังไทยสามารถยึดคืน มาได้แล้วและยืนยันว่าเป็นแผ่นดินไทย 100% ที่ผ่านมา บ้านดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของชาวกัมพูชา ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลจัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่บ้าน 7 หลัง ยังปรากฏร่องรอยข้าวของเครื่องใช้ ถูกทิ้งไว้ อาทิ เครื่องครัว เครื่องเรือน สิ่งของส่วนตัวของ ผู้อยู่อาศัยเดิมและพบมีการนำธงชาติไทยมาติดไว้แสดงออกถึงการยืนยันสิทธิ์ในดินแดนว่าเป็นของไทย โดยสมบูรณ์ ขณะที่บริเวณแนวหลังกำแพงพบชาวกัมพูชาบางส่วนซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ ของทหารไทยอยู่ตลอดเวลาและยังมีความเคลื่อนไหวจากทหารกัมพูชา พบการตั้งแถวกำลังพลเป็นแนวยาว คาดว่าอาจมีการเตรียมต้อนรับผู้นำกัมพูชาที่จะเดินทางมายังพื้นที่ติดแนวชายแดนบ้านหนองจานอีกด้านผู้สื่อข่าว จ.บุรีรัมย์ ไปดูความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านให้แก่ครอบครัวของพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง อายุ 22 ปี ชาว ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พบพ่อ แม่ของพลทหารธีรยุทธอาศัยอยู่ในบ้านน็อกดาวน์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้อยู่อาศัยเบื้องต้น ระหว่างรอการก่อสร้างบ้านใหม่ทดแทน หลังเก่า โดยที่ประตูรั้วของบ้านมีการเขียนข้อความสลัก ไว้ชัดเจนหลายข้อความ เช่น “ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ยกย่องวีรชนทหารกล้าที่เสียสละ สดุดีความกล้าหาญ ความเสียสละ อยู่ในหัวใจคนไทยตลอดกาล”นางสมศรี กระจ่างทอง อายุ 61 ปี แม่พลทหาร ธีรยุทธ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า แต่ละวันเมื่อตื่นมาจะเอา ผ้าไปเช็ดภาพลูกชายทุกวัน เคยคุยกับลูกว่าถ้ากลับจากรบแล้วจะต้มไก่ให้กิน แต่สุดท้ายลูกชายก็ไม่ได้กิน ส่วนบ้านที่ลูกฝันอยากได้และพยายามเก็บเงินทีละเล็ก ละน้อย หวังมาสร้างบ้านใหม่ให้พ่อแม่ ตอนนี้ได้เกือบ ครบหมดแล้ว แต่ลูกก็ไม่ได้มาอยู่ แม้จะเสียใจแค่ไหน แต่ก็ดีใจที่ลูกชายได้รับใช้ชาติมีคนชื่นชมทั่วประเทศ อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ให้รีบเจรจากับกัมพูชาให้ เรื่องยุติไปในทางใดทางหนึ่ง หรือหากเกิดความรุนแรง ก็ขอให้ใช้วิธีเด็ดขาดเพราะประชาชนชาวไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนจะได้อาศัยอยู่กันอย่างมีความสุขนอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. สันนิบาตส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา (LICADHO) ที่เป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาสั่งจำคุก 2 นักข่าวกัมพูชา คือ นายพร โสภาและนายเพียบ เพียระ จากสำนักข่าวทีเอสพี 68 ออนไลน์ ตามคำสั่งของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ข้อหากบฏภายใต้มาตรา 445 อ้างความผิดให้ข้อมูลเท็จกับต่างประเทศอันเป็นการสร้างความเสียหายให้ประเทศ หลังจากผู้สื่อข่าวทั้ง 2 คน เผยแพร่ภาพ ถ่ายหมู่ร่วมกับทหารกัมพูชาที่บริเวณปราสาทตาควาย และมีพวงระเบิดสังหารบุคคลรุ่นพีเอ็มเอ็น-2 ติดอยู่ ในภาพด้วย ภาพดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ทั้งสองถูกลงโทษจำคุกระหว่าง 7-15 ปี อยู่ที่เรือนจำ จ.เสียมราฐ ในเวลานี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่