สืบนครบาลบุกช่วย 3 ชาวอินเดียถูกแก๊งเรียกค่าไถ่ชาติเดียวกันลวงไปจับขังมัดมือมัดเท้าไว้ในบ้านเช่าย่านสุขุมวิท 109 ก่อนซ้อมบังคับโทรศัพท์รีดทรัพย์จากญาติคนละ 2.5ล้านรูปี หรือประมาณ 9.7 แสนบาท เผยตำรวจตามจับหัวโจกชาวอินเดียไว้ได้ก่อนบุกช่วยเหลือเหยื่อพร้อมจับกุมคนร้ายร่วมแก๊งได้อีก 6 คนเป็นชาวอินเดีย 5 คน ชาวปากีสถาน 1 คน แฉอุบายแขกเทาลวงเหยื่อไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ต้องมาทำเอกสารที่กรุงเทพฯก่อน เหยื่อหลงกลบินมาเลยเสร็จสืบนครบาลช่วย 3 เหยื่อชาวอินเดียถูกจับเรียกค่าไถ่เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา นำกำลังชุดสืบสวนนครบาล เข้าช่วยเหลือชายชาวอินเดีย 3 ราย คือ นายอมันดีฟ กาจาร์ อายุ 26 ปี นายราเมช ชาร์มา อายุ 47 ปี และนายวิปุลคูมาร์ แชมบูลา พาเท็ล อายุ 41 ปี สภาพถูกมัดมือมัดเท้า หลังถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ 2.5 ล้านรูปี คิดเป็นเงินไทยประมาณกว่า9 แสนบาท และจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมด 6 ราย คือ 1.นายซันดู ดีป อายุ 31 ปี ชาวอินเดีย พร้อมพวก 6 คน เป็นชาวอินเดีย 5 คน คือนายโซราฟ อินเดีย อายุ 26 ปี นายซิมรานจิต ซิงห์ อายุ 35 ปี นายอาฟีเชค อายุ 25 ปี นายนิทิน ซาลาเรีย อายุ 36 ปี นายกรู วินเอร์ ซิงห์ อายุ 35 ปี และนายมูฮัมหมัด อัฟซาล ชาวปากีสถาน อายุ 57 ปี จับได้ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยสันติคราม 8 สุขุมวิท 109 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ต่อเนื่องห้องพัก 502 บีช แอนด์ คอนโดมิเนียม อ.บางละมุง จ.ชลบุรีสืบเนื่องจากเมื่อค่ำวันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.อัครวิชญ์ นวลตา รอง สว. (สอบสวน) สน.ยานนาวา รับแจ้งจากนายซันจีฟ คูมาร์ อายุ 27 ปี ชาวอินเดีย ว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยกับเพื่อนชาวอินเดีย 2 คน คือ นายราเมศ ชาร์มา อายุ 47 ปี และนายอมันดีป กาจา อายุ 26 ปี เข้าพักที่โรงแรมไดมอนด์ เรสซิเด้นท์ ห้อง 305 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ต่อมาเย็นวันที่ 14 เม.ย.นายราเมศ และนายอมันดีปได้ออกจากโรงแรม มีชายชาวอินเดีย 1 คนเรียกรถแท็กซี่ให้ไปรับทั้งคู่ที่โรงแรมเพื่อไปขึ้นเครื่องบินเดินทางไปเวียดนามก่อนที่จะติดต่อไม่ได้กระทั่งวันที่ 16 เม.ย. นางฮาร์มัน กัวร์ น้องสาวนายราเมศ ได้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันวอทส์แอพแจ้งต่อนายซันจีปว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลชื่อนายซันดู ชาวอินเดีย อ้างว่าควบคุมตัวนายราเมศและนายอมันดีป ไว้ และเรียกร้องเงินค่าไถ่ 2,500,000 รูปี หรือประมาณ 9.7 แสนบาท พร้อมทั้งข่มขู่จะทำอันตรายหากไม่ดำเนินการตาม นายซันจีฟจึงรีบเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวาต่อมา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังฝ่ายสืบสวนนครบาล 6, สืบสวนนครบาล และ ตม.จ.ชลบุรี ร่วมกันติดตามเบาะแสกระทั่งจับกุมนายซันดู ดีป ชาวอินเดีย ตัวการโทร.ไปขู่เรียกเงินญาติ ผู้เสียหาย ได้ที่ห้องพัก 502 บีช แอนด์คอนโดมิเนียม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สอบสวนทราบว่านำผู้เสียหาย ไปกักขังย่านสมุทรปราการ จึงบุกไปช่วยเหลือผู้เสียหายออกมาได้ 3 รายขณะถูกมัดมือเท้า แบ่งเป็นผู้เสียหาย สน.ยานนาวา 2 รายคือ นายราเมศและนายอมันดีป และอีก 1 ราย ถูกหลอกมาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เบื้องต้นทั้งหมดเล่าว่า ผู้ก่อเหตุได้ขู่ตัด อวัยวะ ทุบตีด้วยไม้พันเทปตามร่างกาย เพื่อติดต่อญาติให้โอนเงินค่าไถ่ให้พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น.เผยหลังสอบปากคำผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายว่าพฤติการณ์คนร้ายเป็นการหลอกและเรียกค่าไถ่คนอินเดียด้วยกัน ออกอุบายเป็นนายหน้าจัดหางานให้เหยื่อไปทำงานที่ประเทศออสเตรีย แต่ต้องมาพักทำเอกสารที่กรุงเทพฯก่อนจะต่อเครื่องไปต่อ กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้จังหวะที่เหยื่อมาถึงออกอุบายหลอกและจับขังไว้ในบ้านเช่า ก่อนติดต่อญาติให้โอนเงินจากประเทศอินเดียคนละประมาณ 1 ล้านบาท แลกกับอิสระ พร้อมทั้งข่มขู่เหยื่อหากไม่ทำตามหรือไม่ติดต่อญาติจะทำร้ายและเฉือนอวัยวะในร่างกายทิ้งรอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ชาวอินเดียกลุ่มนี้เข้าเมืองถูกต้อง อยู่ระหว่างประสาน ตม.ตรวจสอบ ประวัติย้อนหลัง รวมถึงประสานสถานทูตอินเดียขอข้อมูลและรายละเอียดเชิงลึก ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นประมาณ 30,000 กว่าบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงการเจรจาเรียกค่าไถ่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยไว้ทัน สำหรับกลุ่มผู้ต้องหากับผู้เสียหายรู้จักกันมาก่อน แต่ด้วยความสนิทใจเนื่องจากเป็นการจัดหางานให้ไปทำ เลยไว้ใจและทราบข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เบื้องต้นดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้งหมดในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันพยายามเรียกค่าไถ่ นำตัวส่ง สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่