ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก “สันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตนายตำรวจสันติบาล 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และให้ ชดใช้ค่าเสียหายอีก 1.5 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยให้ “ผู้การแต้ม” หลังถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท กล่าวหาว่า เป็นเจ้าของบ่อนคลอง 9 แถมจ่ายส่วย ให้ตำรวจอีกเดือนละหลายล้านบาท เมื่อฟังคำพิพากษา รีบขอประกันตัวออกไปสู้คดีชั้นอุทธรณ์วงเงิน 1.5 หมื่นบาทศาลตัดสินคดีผู้การแต้มฟ้อง “สันธนะ” ข้อหาหมิ่นประมาท เปิดเผยขึ้นที่ศาลอาญามีนบุรี เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีพนักงานอัยการคดีอาญามีนบุรี และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. เข้าร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เป็นจำเลยความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นพร้อมเรียกค่าเสียหายโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2564 เวลากลางคืนจำเลยใส่ความ พล.ต.ต.วิชัยโจทก์ร่วมต่อนายวันชัย คชารักษ์ บุคคลที่สาม การส่งภาพถ่ายหนังสือร้องเรียนที่จำเลยเป็นผู้จัดทำขึ้น เพื่อยื่นร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.ขณะนั้น ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 15 พ.ย.2564 จำเลยส่งภาพถ่ายหนังสือฉบับดังกล่าวให้นายวันชัยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่าบ่อนดังกล่าวเปิดเล่นการพนันประเภทถั่วแย่งและไฮโลตีแต้ม ตั้งอยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 3 ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กทม. เป็นบ่อนอิทธิพลรายใหญ่ มีลูกค้านักพนันวันละหลายร้อยคน และเล่นพนันได้เสียกันหลายสิบล้านบาทต่อวันบ่อนแห่งนี้มีอดีตนายพลตำรวจตรีชื่อว่า “แต้ม” แสดงตัวเป็นเจ้าของบ่อน มี “นายตู่ ปะแป้ง” เป็นผู้เช่าสถานที่และเจ้ามือรับกินรับใช้ เนื่องจากนายตู่ ปะแป้ง แอบอ้างว่า จ่ายผลประโยชน์รายเดือนผ่านอดีตนายพลตำรวจตรีชื่อ “แต้ม” เพื่อมอบให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) และ ผกก.สน.ลำหิน ขณะนั้น นับยอดหลายล้านบาทต่อเดือน ในการละเว้นหน้าที่ไม่สั่งการจับกุมปราบปราม “บ่อนคลอง 9” ซึ่งเป็นความเท็จ ข้อความว่า อดีตนายพลตำรวจตรีชื่อว่า “แต้ม” ดังกล่าว หมายถึงผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี มีชื่อเล่นว่า “แต้ม” และประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนทั่วไปรู้จักผู้เสียหายในนาม “ผู้การแต้ม” หรือ “รองแต้ม”ข้อความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมว่า เป็นเจ้าของบ่อนการพนันรายใหญ่คลอง 9 มีการจ่ายผลประโยชน์รายเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จับกุมปราบปรามบ่อนการพนัน มีพฤติกรรมฝ่าฝืนไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และติดสินบนเจ้าพนักงาน ทำให้โจทก์ร่วมเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า จำเลยมีเจตนาใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลอื่น ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง กระทำผิดตามฟ้องจริงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจำคุก 6 เดือน จำเลยนำสืบรับว่า เป็นผู้ทําหนังสือร้องเรียนและส่งข้อมูลให้แก่บุคคลที่สามตามฟ้องจริง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่สมควรรอการลงโทษ ให้จำเลยชําระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายสันธนะ ประยูรรัตน์ จำเลยคดี ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 15,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์คดี ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว นายสันธนะ จำเลยระหว่างอุทธรณ์คดี ตีราคาประกัน 15,000 บาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่