ผู้การสระแก้วตั้งโต๊ะแถลงวีรกรรม 5 วัยรุ่นแก๊งลูกตำรวจร่วมฆ่าโหดป้าบัวผัน หลังสอบขยายผลมีผู้เสียหายโผล่อีก 8 คดี ล่าสุดนำตัว 3 เยาวชนร่วมกันไล่ฆ่าโจ๋ 16 หนีข้ามอำเภอ ก่อนโยนร่างลงน้ำ แล้วตามไปฟันซ้ำจนตาย คดีเกิดปลายปี 65 แต่ตำรวจจับคนร้ายแค่ 3 คน พ่อแคลงใจร้อง “กัน จอมพลัง” จี้รื้อคดีด้านพนักงานสอบสวนนำผู้ปกครอง 5 ผู้ต้องหาวัยคะนองยื่นฟ้องศาลเอาผิดฐานปล่อยปละละเลยลูกหลานทำผิด แต่สำนวนอ่อน อัยการตีกลับไปทำหลักฐานใหม่อีกรอบกรณีตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จับนายปัญญา คงแสนคำ หรือลุงเปี๊ยก อายุ 56 ปี เป็นแพะรับบาปฆ่า น.ส.บัวผัน ตันสุ หรือป้ากบ อายุ 47 ปี เมียตัวเองทิ้งบ่อน้ำแทน 5 โจ๋ กลุ่มลูกตำรวจ กระทั่งกลายเป็นไฟลามทุ่งเมื่อมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เคยตกเป็นเหยื่อแก๊งอันธพาลวัยรุ่นโผล่ร้องทุกข์ประจานการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่ ที่ปล่อยกลุ่มเยาวชนเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย สร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ขณะที่หลายเรียกร้องเอาผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ไม่ใช่แค่ผิดวินัยหรืออาญา ม.157ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี 5 เยาวชนฆาตกรรมป้าบัวผันและ พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว รรท.ผกก.สภ.อรัญประเทศ ตั้งโต๊ะแถลงถึงความคืบหน้าในการขยายผลดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นแก๊งลูกตำรวจและแก๊งตังค์ไม่ออก ที่เหิมเกริมร่วมกันก่อเหตุในพื้นที่อีกหลายคดี มีนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง ร่วมชี้แจงรายละเอียดด้วยพล.ต.ต.ออมสิณเปิดเผยว่า คดีฆ่าป้าบัวผันตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเป็นเด็กและเยาวชน 5 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมายครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และขยายผลพบว่ากลุ่มเด็กดังกล่าวได้กระทำความผิดเพิ่มเติมหลายคดีประกอบด้วยคดีที่ 1 คดีที่ 47/2567 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯดำเนินคดีกับนายโก๊ะ พร้อมพวกรวม 5 คน ได้สอบสวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว คงเหลือรอผลตรวจดีเอ็นเอ ผลการตรวจข้อมูลทางโทรศัพท์ รายงานสืบเสาะของสถานพินิจและผลประวัติผู้ต้องหา คดีที่ 2 ความผิดเกี่ยวกับเพศแยกเป็น 3 คดีได้แก่คดีที่ 69/2567 ฐานร่วมกันกระทำชำเรา ดำเนินคดีกับนายโก๊ะ พร้อมพวกรวม 4 คน คดีที่ 60/2567 ฐานกระทำชำเราเด็ก ดำเนินคดีกับนายโก๊ะ และคดีที่ 68/2567 ฐานกระทำชำเราเด็ก ดำเนินคดีกับนายโก๊ะ ทั้ง 3 คดีได้สอบสวนพยานเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแจ้งข้อหาผู้ต้องหาที่เป็นเด็ก แต่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง พนักงานสอบสวนทำหนังสือยื่นต่อศาลขอเบิกตัวมาในวันที่ 25 และ 26 ม.ค. เพื่อสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ รวมถึงต้องรอผลตรวจสอบประวัติและรายงานสืบเสาะจากสถานพินิจคดีที่ 3 คดีทำร้ายร่างกายแยกเป็น 3 คดี ได้แก่ คดีที่ 70/2567 เป็นกรณีผู้เสียหายจำหน้าผู้กระทำความผิดไม่ได้ อยู่ระหว่างรอรายงานการสืบสวน, คดีที่ 67/2567 ทำร้ายร่างกายและเผารถ มีผู้กระทำความผิด 7 คน เป็นเด็กหรือเยาวชน 4 คน และเป็นผู้ใหญ่ 3 คนรู้ชื่อและนามสกุลหมดแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี (รายชื่อไม่ซ้ำซ้อนกับคดีของนายโก๊ะ) และคดีชาวกัมพูชาแจ้ง ความถูกกลุ่มวัยรุ่นปาสิ่งของใส่บ้าน ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด อยู่ระหว่างการสืบสวน คดีที่ 4 ร่วมกันทำร้ายร่างกาย (ใช้มีดฟัน) ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ต้องหาเป็นเด็ก 3 คน เหตุเกิดวันที่ 4 ธ.ค.65 (รายชื่อไม่ตรงกับกลุ่มนายโก๊ะ) ตำรวจสอบสวนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้วคดีที่ 5 คดีร่วมกันข่มขู่ให้ตกใจกลัวและพาอาวุธมีด ใช้ประทัดลูกบอลใส่หินห่อด้วยกระดาษขว้างลงพื้น ผู้ต้องหาเป็นเยาวชน 2 คน เหตุเกิดท้องที่ สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 เจ้าหน้าที่ทำประวัติผู้กระทำผิดไว้แล้ว รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง คดีที่ 6 คดีร่วมกันทำร้ายร่างกาย มีผู้ต้องหา 7 คน เป็นผู้ใหญ่ 1 คน เด็กและเยาวชน 6 คน เหตุเกิดท้องที่ สภ.วัฒนานคร ตำรวจรู้ตัวหมดแล้วและออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบวันที่ 25 ม.ค.67 คดีที่ 7 ดำเนินคดีกับ ด.ต.ภิเศก พวงมาลีประดับ ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้ว ตามหนังสือที่ ตช.0017/367 ลงวันที่ 22 ม.ค.67และคดีที่ 8 ดำเนินคดีกับผู้ปกครองของนายโก๊ะ กับพวกรวม 5 คดี ตามคดีที่ 32-66/2567 สรุปสำนวนส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการศาลคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระแก้วแล้ว ตามหนังสือที่ ตร.0017/376-380 ลงวันที่ 22 ม.ค.67ที่สำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว ภายในศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว ช่วงสายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนนำผู้ปกครองกลุ่มเยาวชน 5 คนที่ร่วมกันฆ่าป้ากบให้พนักงานอัยการเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระแก้วในข้อหาปล่อยปละ ละเลยเป็นเหตุให้เยาวชนไปก่อคดีฆาตกรรม แต่อัยการตรวจสำนวนคดีพบว่ายังไม่เรียบร้อย ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนกลับไปทำสำนวนคดีมาใหม่และให้นำมายื่นส่งฟ้องในวันที่ 24 ม.ค. ขณะเดียวกันช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวเยาวชนแก๊งตังค์ไม่ออก 3 คน มาสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว หลังพบหลักฐานร่วมกันก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันเยาวชนชายอายุ 16 ปี แล้วนำร่างโยนลงร่องระบายน้ำในซอยโรงปลาร้า เขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ก่อนตามลงไปใช้มีดฟันซ้ำจนเสียชีวิต เหตุเกิดปลายปี 65 หลังเกิดเหตุตำรวจจับเยาวชนดำเนินคดีแค่ 3 คนเท่านั้น ทำให้พ่อผู้ตายเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เนื่องจากวันเกิดเหตุมีกลุ่มเยาวชนขี่รถ จยย.มาหลายคันและไล่ฟันลูกชายอย่างโหดเหี้ยมมาตั้งแต่เขต อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จนถึง อ.อรัญประเทศ ระยะทางกว่า 20 กม. ร้องนายกัณฐัศว์ หรือกัน จอมพลัง ช่วยเหลือให้ตำรวจรื้อคดีจนนำไปสู่การจับกุมเยาวชนเพิ่มอีก 3 คน ก่อนตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทั้งนี้นายแบงค์ 1 ในผู้ต้องหาแก๊งตังค์ไม่ออก เผยว่าเสียใจในสิ่งที่ทำลงไป สำนึกผิดแล้ว อยากกราบขอโทษญาติผู้เสียชีวิตวันเดียวกัน ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฆ่าป้าบัวผันว่า สรุปคดีที่กลุ่มเยาวชนก่อเหตุทั้งหมดมี 7-8 คดี รวมถึงคดีฆาตกรรมป้าบัวผัน คดีฆ่าผู้อื่น ข่มขืน กระทำอนาจาร เมื่อไล่คดีรวบรวมหลักฐานและสอบพยานทั้งหมดพบว่าไม่ได้มีแค่เยาวชนกลุ่มนี้ แต่มีผู้ใหญ่ร่วมด้วย รวมถึงขออนุมัติหมายจับคนที่เหลือทั้งหมด ในส่วนของพยานหลักฐานเรื่องผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเออาจจะไม่มีแล้ว แต่เราใช้วิธีสอบพยานและหารือกับอัยการเรื่องของการสอบสวน และจะแจ้งข้อกล่าวหาให้ครบก่อนวันที่ 26 ม.ค.นี้“นอกจากกลุ่มดังกล่าวแล้วยังมีกลุ่มอื่นๆอีกเช่น กลุ่มน้ำไม่อาบ เราจะไล่ทั้งหมด พฤติกรรมแบบนี้จะไม่ให้มีในสระแก้ว รวมถึงจังหวัดต่างๆด้วย จะให้จังหวัดสระแก้วเป็นตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมาย ในเรื่องของการบำบัดและอบรมต่างๆ ได้คุยกับอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก เด็กกลุ่มนี้ถือว่าเป็นปัญหาทางสังคม มีพฤติกรรมก้าวร้าว จะแยกเด็กกลุ่มนี้ออกจากกัน ไม่ให้อยู่รวมกัน น่าจะอยู่ 3 ปีขึ้นไป แม้จะไม่ใช้คำว่าจำคุก แต่การไปอยู่ในสถานพินิจก็เหมือนการจำคุก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวรอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วไปเยี่ยมบ้านเรือนชาวบ้าน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่ให้มีการไปข่มขู่พยาน และจะให้แจ้งข้อกล่าวหาพ่อแม่ของเด็กด้วย นายกรัฐมนตรีกำชับ ผบ.ตร.ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ต้องยอมรับกลุ่มวัยรุ่นมีหลายพื้นที่ ทั้งนนทบุรี สมุทรปราการ ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่ ตนก็กำชับไปว่าลักษณะแบบนี้ต้องไม่มี เพราะประชาชนขวัญผวาหมด สั่งให้ค้นบ้านทุกหลังที่เกี่ยวข้องหาปืนที่ใช้ก่อเหตุให้เจอ รวมถึงให้ตรวจสารเสพติดทั้งหมด ในพื้นที่ต้องกวดขัน ตั้งด่านตรวจรถ จยย.ที่ผู้ขับขี่อาจดื่มน้ำกระท่อมหรือแอลกอฮอล์ จากนี้คิดว่าสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้นอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่