ระทึก รถเทรเลอร์ชนสะพานลอยคนข้ามพังถล่มทับกระบะลากขวางถนนสายเอเชีย เมืองอ่างทอง การจราจร 4 ช่องทางเป็นอัมพาตทำรถติดสะสมกว่า 10 กม. ตำรวจต้องเร่งระบายให้รถไปใช้เส้นทางเลี่ยง ก่อนนำเครนหนัก 60 ตัน 2 คัน มายกคานสะพานลอยและซากระบะรถเทรเลอร์ออก ใช้เวลากว่าครึ่งวันจนสามารถเปิดใช้ เส้นทางได้ สอบโชเฟอร์คาดสาเหตุเกิดจากดัมพ์ไฮดรอลิกยกขึ้นเองไปเกี่ยวสะพานพังลงมาทั้งแถบ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาทอุบัติเหตุระทึกรถเทรเลอร์เกี่ยวสะพานลอยคนข้ามพังถล่มลงมาทับกระบะพ่วงท้ายพังยับกีดขวางการจราจรติดยาวเหยียดกว่า 10 กม. เปิดเผยเมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 7 ม.ค. พ.ต.ท.ราชันย์ เพ็ชร์รุจิ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุรถเทรเลอร์ชนสะพานลอยคนข้ามพังถล่มลงมาขวางถนนสายเอเชีย ฝั่งขาขึ้น จ.นครสวรรค์ หลัก กม.ที่ 55+800 หมู่ 4 ต.ชัยฤทธิ์ ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงอ่างทอง และหน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยอ่างทองที่เกิดเหตุพบคานสะพานลอยหล่นลงมาทับช่วงกระบะพ่วงท้ายรถเทรเลอร์พังเสียหายกีดขวางการจราจรทั้ง 4 เลน ทำให้รถที่มุ่งหน้าไปจังหวัดภาคเหนือไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ส่วนหัวลากรถเทรเลอร์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 71-2092 นครสวรรค์ คนขับนำไปจอดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร มีนายอดิเรก ชื่นผล อายุ 55 ปี โชเฟอร์ ยืนรออยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจจราจรต้องให้รถไปใช้เส้นทางเลี่ยงเลี้ยวเข้าทางสายอ่างทอง-ไชโยสายในก่อนไปออกถนนสายเอเชีย เพื่อเดินทางขึ้นภาคเหนือต่อไป ส่งผลให้รถติดสะสมยาวกว่า 10 กม.นายอดิเรก คนขับรถเทรเลอร์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถบรรทุกยิปซัมจาก อ.หนองบัว จ.นคร สวรรค์ ไปส่งที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดินทางกลับมาถึงบริเวณสะพานลอยคนข้ามดังกล่าวได้ยินเสียงรถชนดังโครมใหญ่ ทำให้รถเสียหลักกระบะพ่วงท้ายหลุด หลังเกิดเหตุตกใจมาก รีบจอดรถลงไปดูพบว่ากระบะพ่วงท้ายถูกสะพานลอยพังถล่มลงมาทับเสียหาย ดีที่ตนไม่ถูกคานสะพานลอยทับไปด้วย ส่วนสาเหตุคาดว่าดัมพ์ไฮดรอลิกยกขึ้นจนกระบะลากไปเกี่ยวสะพานลอยพังถล่มลงมาต่อมานายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ รอง ผวจ.อ่างทอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ ผบก.ภ.จ.อ่างทอง นายไพบูลย์ ศุภบุญ นายอำเภอเมืองอ่างทอง และนายเอนก จันทร์สมบัติ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทองนำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนเคลื่อนย้ายกระบะรถเทรเลอร์และคานสะพานลอยหนักไม่ต่ำกว่า 30 ตัน โดยใช้รถเครนหนัก 60 ตัน 2 คันมายกคานสะพานและกระบะพ่วงท้ายรถเทรเลอร์ออกจากพื้นที่เพื่อเร่งเปิดการจราจรโดยเร็วที่สุด กระทั่งเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์พื้นที่และเปิดการจราจรให้ประชาชนใช้สัญจรได้ตามปกติทุกช่องทางนายเอนก จันทร์สมบัติ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ยกคานสะพานลอยและกระบะพ่วงท้ายรถเทรเลอร์ออกจากการกีดขวางเส้นทางการจราจรเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปอยู่ระหว่างประเมินค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่ามูลค่าความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ก่อนเคาะเป็นตัวเลขออกมา แต่ดูเบื้องต้นน่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทขณะที่ พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ ผบก.ภ.จ.อ่างทอง กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายอดิเรก คนขับรถเทรเลอร์ และนำตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ รวมถึงหาสารเสพติดในร่างกาย ไม่พบว่ามีการดื่มหรือใช้ยาเสพติดใดๆ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียวเฉี่ยวชนทรัพย์สินเสียหาย ส่วนเรื่องค่าเสียหายอยู่ระหว่างเชิญนายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตกลงกันนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงอุบัติเหตุรถเทรเลอร์เกี่ยวสะพานลอยถล่มที่ จ.อ่างทอง ว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้กรมทางหลวงระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเร่งเคลียร์พื้นที่จนสามารถคืนผิวจราจรให้รถวิ่งผ่านได้ตั้งแต่เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแบบสองชั้น (Double Safety) เพื่อป้องกันกระบะท้ายรถบรรทุกยกขึ้นในระหว่างขับขี่จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้พิจารณาติดตั้งเพิ่มอุปกรณ์ล็อกพิเศษแบบคันโยก เพื่อล็อกกลไกยกกระบะเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณเตือนเพิ่มเติม แบบเดียวกับสัญญาณเตือนกรณีไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันมิให้กระบะยกขึ้นเองระหว่างการขนส่งโดยมิได้ตั้งใจ และให้เร่งหารือร่วมกับผู้ประกอบการรถบรรทุก เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมที่สุดต่อไปนายสุริยะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งสำรวจความเสียหายและก่อสร้างสะพานลอยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และพร้อมจะดำเนินการทุกอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้อย่างสะดวก ปลอดภัยในทุกมิติ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่