“บิ๊กหนู” มท.1 ลุยเองหลังส่งชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับผับ SONIC ผับเถื่อนเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา ท้องที่ สน.โชคชัย หลังได้เบาะแสเปิดเกินเวลา ใบอนุญาตหมดอายุ นักเที่ยว 200 กว่าคนหนีกันกระเจิง ยาเสพติดอุปกรณ์เสพเกลื่อนพื้น ผงะห้องลับในห้องน้ำชายไว้เสพยาโดยเฉพาะ จับนักเที่ยวทั้งหมดตรวจฉี่เจอม่วง 136 คน เป็นชาย 92 คน เป็นหญิง 44 คน ทั้งหมดสมัครใจบำบัด นอกจากนี้ยังจับผู้ค้าได้อีก 2 ราย และรับอ้างเป็นผู้จัดการร้านอีก 2 คน แจ้ง 4 ข้อหาพร้อมสั่งปิด 5 ปี“อนุทิน” ลุยเองจับผับดังเลียบด่วนรามอินทราเปิดเกินเวลายาเสพติดเพียบ เปิดเผยเมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 10 ธ.ค. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมกับ พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.โชคชัย น.ส.สุวรรณา ว่องวาณิช ผอ.ส่วนวิเคราะห์ข่าวเฝ้าระวัง ป.ป.ส.กทม. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าว เข้าตรวจผับ SONIC ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. หลังสืบทราบว่าเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีการใช้ยาเสพติดในสถานบันเทิงแห่งนี้ร้านดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว ภายในเป็นห้องโถงมีนักเที่ยวชายหญิง 200 กว่าคน กำลังเต้นรำดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่สั่งหยุดใช้เครื่องเสียงพร้อมประกาศขอตรวจค้นบัตรประชาชนและค้นยาเสพติด ขณะที่กลุ่มนักเที่ยวบางรายพยายามหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมไว้ทุกด้าน หลังเคลียร์สถานการณ์ได้พบยาเสพติดหลายชนิดอยู่ในซองพลาสติก อาทิ ยาอี ยาเค ยาไอซ์ และแฮปปี้วอเตอร์และอุปกรณ์การเสพถูกทิ้งเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นหลักฐานก่อนตรวจบัตรประชาชนและตรวจปัสสาวะนักเที่ยวสรุปการตรวจค้นพบนักเที่ยวทั้งหมด 245 คน ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 1 คน ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน 7 คน จากนั้นนำทั้งหมดตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบสีม่วง 136 คน เป็นชาย 92 คน หญิง 44 คน พร้อมทั้งจับกุมนายปิยพัทธ์ เพชรรัตน์ อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาเคตามีน ชนิดผงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส 4 ถุง และนายวุฒิชัย ทั่งสุวรรณ อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาอี ชนิดเม็ดสีม่วง 9 เม็ด ยาไฟว์ไฟว์ชนิดเม็ดสีส้ม 12 เม็ด แฮปปี้วอเตอร์ชนิดผง 7 ซอง และยาเคตามีนชนิดผงสีขาว บรรจุอยู่่ในถุงพลาสติกใสแบบรีดเปิด-ปิด 6 ถุง แจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและอื่นๆที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ ยังจับกุมนายประกิจ คาถา และนายเสน่ห์ เทียบโพธิ์ หลังทั้งคู่แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน ในข้อหาร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 3(4) มาตรา 3(5)และมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509ร่วมกันจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด มาตรา 28 ประกอบมาตรา 39แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยจะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา ในวันที่ 12 ธ.ค.ต่อไปไล่เลี่ยกันนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางมาตรวจสอบด้วยตัวเองก่อนกล่าวว่า สถานประกอบการดังกล่าวใบอนุญาตประกอบการหมดอายุตั้งแต่ปี 63 แต่ยังลักลอบเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดมาจนถึงปัจจุบัน ในร้านยังพบยาเสพติดหลายประเภท เช่น ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ เคตามีน Happy waterและยังพบอีกว่าในร้านได้จัดพื้นที่ให้ผู้ใช้บริการเข้าไปเสพยาเสพติด ห้องดังกล่าวจะเป็นห้องแยกอยู่ในห้องน้ำ เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ปิดสถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 จากนี้จะมอบอำนาจให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดการในเรื่องทางกฎหมายต่อไป รวมทั้งขยายผลไปหาเจ้าของสถานประกอบการที่แท้จริง สำหรับการบุกจับกุมครั้งนี้เป็นการตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆคำนึงไว้อยู่เสมอว่า จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบการ และปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.โชคชัย นำตัวนักเที่ยวที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย เป็นชายทั้งหมด 92 ราย สมัครใจเข้ารับการบำบัด ส่งตัวไปยังศูนย์บําบัดยาเสพติด คลินิกก้าวใหม่ ลาดพร้าว ปากซอยลาดพร้าว 46 ทุกคนต่างใช้มือปิดบังใบหน้า มีญาติและเพื่อนๆยืนให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองผู้เสพรายหนึ่งถึงกับใช้มือตบหน้าลูกชายตัวเองที่เพิ่งรู้ว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นหญิงตรวจพบสารเสพติดอีก 44 ราย และถูกแยกนำตัวไปคุมขังที่ สน.วังทองหลาง ก่อนนำตัวไปบำบัดที่คลินิกก้าวใหม่เช่นกันวันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยถึงการจับกุมครั้งนี้ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายจัดระเบียบสังคมให้ประชาชนได้อยู่ในสังคมที่มีความสงบสุขปลอดภัยด้วยการสุ่มตรวจสถานบริการเพื่อให้ผู้ประกอบการสถานบริการดำเนินกิจการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายให้เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ปลอดจากยาเสพติด ไม่ใช่ทำแค่ใน กทม.แต่ทำในทุกจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เป็นผู้นำการบูรณาการทีมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองของจังหวัดและอำเภอ โดยการตรวจค้นสถานบันเทิง “Sonic Club Bangkok” เพราะกระทำการท้าทายกฎหมาย เปิดโดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้นำยาเสพติดเข้ามากระจายและเสพภายในร้าน เปิดเกือบถึงรุ่งเช้าจงใจฝ่าฝืนกฎหมายชัดแจ้ง ขณะจับกุมมีเอเย่นต์ยาเสพติดวิ่งกรูออกจากร้าน พุ่งชนเจ้าหน้าที่จนเกิดการต่อสู้และจับกุมได้ 2 คน ในตัวพบยาเสพติดหลายชนิด จากการปฏิบัติการครั้งนี้ จับกุมเจ้าของร้าน ผู้ดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานความผิด 1) เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2) ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 3) ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย และ 4) ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติดภายในบริเวณสถานประกอบการ เป็นเหตุผลประกอบการทำคำสั่งปิดสถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่