ผบช.ก.แถลงตำรวจ ปอท.ค้น 9 จุด 6จังหวัด รวบ 5 ผู้ต้องหาจาก 12 หมายจับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเพจตำรวจสอบสวนกลาง ต้มเงินเหยื่อที่จะเข้ามาปรึกษาคดีซ้ำ เผย 15 วัน มีผู้หลงเชื่อโอนเงินให้มากกว่า 1 พันราย มูลค่าความเสียหายกว่า 8ล้านบาท แฉเส้นทางเงินตั้งแต่เดือน มิ.ย.66 ถึงปัจจุบัน พบบัญชีม้าและกระเป๋าเงินดิจิทัลต่างๆในกลุ่มคนร้ายมียอดเงินหมุนเวียนมากกว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนตัวการใหญ่เป็นนายทุนจีนซุกอยู่นอกประเทศทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเพจสอบสวนกลางเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 พ.ย.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.อ.ปัถย์ภวิศ วงษ์พินิจ ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท.ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมสารพัดเว็บ หลังค้นเป้าหมาย 9 จุดใน กทม., นนทบุรี, สมุทรสาคร, เชียงราย, สุราษฎร์ธานี และสระแก้ว จับผู้ต้องหา 5 ราย เป็นชายชาวจีน อายุ 35 ปี สาวไทย อายุ 29 ปี ชายไทยอายุ 40 ปี และ 43 ปี 2 คน และชายชาวกัมพูชา อายุ 26 ปี 1 คน ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันหลอกลวงโดยการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, สมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน” ยึดของกลางคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง โทรศัพท์ 10 เครื่อง บัญชีธนาคาร 46 เล่ม รถยนต์หรู 7 คัน จยย.2 คัน โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ บัตร ATM 17 ใบ เงินสด 8,688,590 บาท ของมีค่าอื่นๆอีก 79 รายการ รวมมูลค่ากว่า 83 ล้านบาทพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.กล่าวว่า เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บก.ปอท.ตรวจพบกลุ่มมิจฉาชีพปลอมเพจเฟซบุ๊กกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยงานอื่นๆในสังกัดไปหลอกลวงเงินประชาชน ใช้วิธียิงแอดโฆษณาผ่านเว็บไซต์สืบค้นข้อมูล Google Ads เมื่อมีประชาชนค้นหาคำว่า “แจ้งความออนไลน์” เว็บไซต์ปลอมที่คนร้ายสร้างจะแสดงขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ เมื่อผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพกลุ่มอื่นหลอกเงินมาหลงเชื่อเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ กลุ่มคนร้ายจะสวมรอยเป็นแอดมินพูดคุยสอบถามข้อมูล ก่อนทำทีให้ผู้เสียหายพูดคุยกับบุคคลที่อ้างเป็นทนายความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้คำปรึกษาชี้แนะ และให้ ผู้เสียหายส่งหลักฐานเรื่องที่ต้องการแจ้งความไปให้พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท กล่าวเสริมว่า จากนั้นคนร้ายที่อ้างเป็นทนายความจะส่งเรื่องต่อไปยังฝ่ายไอที อ้างต่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้เสียหายว่าเงินที่ถูกโกงหรือถูกหลอกไปได้ถูกนำไปฟอกในเว็บการพนันออนไลน์ต่างประเทศ พร้อมนำเส้นทางการเงินที่ปลอมขึ้นส่งให้ผู้เสียหายดู อ้างว่าสามารถนำเงินคืนมาได้ ใช้วิธีการแฮ็กเว็บการพนันดังกล่าวและจะให้ผู้เสียหายสมัครสมาชิกโอนเงินไปที่เว็บพนันดังกล่าวเป็นเว็บปลอมที่ทำขึ้น และให้ผู้เสียหายเล่นพนันตามที่คนร้ายบอก อ้างว่าเป็นกลวิธีการแฮ็กระบบเพื่อเอาเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย“คนร้ายจะทำทีอ้างว่าแฮ็กระบบเสร็จเรียบร้อยแล้วมียอดเงินในบัญชีเว็บไซต์พนันผู้เสียหายเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นว่าเหยื่อหลงเชื่อจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปเพิ่ม อ้างว่าจะแฮ็กเงินคืนให้ได้มากกว่าเดิม ท้ายที่สุดแล้วผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ก่อนคนร้ายจะตัดขาดการติดต่อเชิดเงินหนีหายไป กลายเป็นถูกหลอกเงินซ้ำเพิ่มขึ้นไปอีก ตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลา 15 วัน มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กลุ่มคนร้ายมากกว่า 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท” ผบก.ปอท.กล่าวด้าน พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.2 บก.ปอท.กล่าวว่า เว็บไซต์ปลอมดังกล่าวใช้ IP-Address ที่ประเทศกัมพูชาเช่าเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย ได้ขอหมายศาลตรวจค้นบริษัทที่ให้บริการเช่าเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว พบฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่ใช้และเคยใช้ฉ้อโกงออนไลน์ลักษณะชักชวนให้ลงทุนและซื้อสินค้าจำนวนมาก รวมทั้งเว็บไซต์ที่ทำปลอมเป็นกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอีก 3 เว็บไซต์ อาทิ ตำรวจสอบสวนสวนกลาง, DSI, ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) และหน่วยงานเอกชน, องค์กรต่างๆที่ไม่มีอยู่จริง รวมถึงเว็บไซต์หลอกลงทุนต่างๆรวมกว่า 133 เว็บไซต์นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า กลุ่มคนร้ายจะใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากผู้เสียหาย แล้วถ่ายเทเงินไปยังบัญชีม้าแถวต่างๆก่อนแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซีผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วถ่ายเทไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลต่างๆอีกที เพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม ก่อนจะส่งต่อไปยังกระเป๋าที่เป็นของระดับผู้สั่งการหรือนายทุนต่อไปขณะที่ พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท.เผยว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย.66 จนถึงปัจจุบัน บัญชีม้าและกระเป๋าเงินดิจิทัลต่างๆในกลุ่มของคนร้ายมียอดเงินหมุนเวียนมากกว่า 7,000 ล้านบาท ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับคนร้ายในขบวนการแบ่งเป็นกลุ่มพนักงาน, กลุ่มโปรแกรมเมอร์, กลุ่มฟอกเงิน และกลุ่มระดับสั่งการ หรือนายทุน 12 ราย ประกอบด้วยคนไทย 8 ราย, คนกัมพูชา 1 ราย และคนจีน 3 ราย 1 ในนั้นคือ นายหง เว่ย เหลียง ชาวจีน ผู้ต้องหารายสำคัญเชื่อได้ว่าอยู่ในระดับนายทุนและเป็นเจ้าของเว็บไซต์ปลอมดังกล่าวอยู่ที่ประเทศจีน“เฉพาะในช่วงระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา นายหง เว่ย เหลียง รับโอนเงินเข้ามาบัญชีตัวเอง คิดเป็นเงินไทยประมาณ 175 ล้านบาท นอกจากนี้ยังออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มบัญชีม้าอีก 5 รายมารับทราบข้อกล่าวหา และเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ในจำนวนนี้ มี 4 รายที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน ส่วนอีก 1 รายเป็น โปรแกรมเมอร์ปลอมเพจเว็บไซต์ และเป็นผู้ดูแลระบบ ยิงแอดโฆษณา ” รอง ผกก.2 บก.ปอท. กล่าวพล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากจับกุมผู้ต้องหา 5 รายแล้ว ยังตรวจยึดของกลางและทรัพย์สิน อาทิเช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด, รถยนต์หรู, กระเป๋าแบรนด์เนม และเครื่องประดับต่างๆ รวมมูลค่า 80 กว่าล้านบาท สอบสวนผู้ต้องหา บางส่วนให้การรับสารภาพ บางส่วนให้การภาคเสธ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลเอาผิดนายทุนและเจ้าของเว็บไซต์ปลอมที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนีในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายดังกล่าว พบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บพนันเว็บไซต์หนึ่งอยู่ในกลุ่มเครือข่ายสารวัตรซัว ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบอย่างละเอียดอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่