วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ตรงกับวัน “ชิวสี่” หรือวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 4 ของปีม้าทองคำตามปฏิทินจีน ซึ่งถือเป็นวันมงคลอย่างยิ่งอีกวันหนึ่งของเทศกาลตรุษจีนที่ผมเชื่อเช่นนี้ก็เพราะวันนี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ถิ่นเก่าของผม จะมีพิธีอัญเชิญ “เจ้าพ่อเจ้าแม่” ที่ชาวนครสวรรค์นับถือ เข้าสู่ขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ตระการตา และดำเนินการติดต่อกันมา 110 ปีแล้ว... เคลื่อนไปตามถนนสายต่างๆของจังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่เช้าจดคํ่าเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้ แสดงว่าวันนี้เป็นวันมงคลอย่างแท้จริงเพื่อให้เข้าบรรยากาศของ “วันมหามงคล” หรือ “วันชิวสี่” ผมก็ ขออนุญาตท่านผู้อ่านเขียนเรื่องมงคลต่อจากเมื่อวานนี้อีก 1 วันนะครับเมื่อวานนี้ผมเขียนถึง “ข่าวดี” ว่าด้วยเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ที่พลิกความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ที่เคยคาดไว้ว่าจะแย่ต่อ...แต่กลับกลายเป็นดี ขยายตัวได้ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่คาดไว้ 1.3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทั้งปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.4 สูงกว่าที่คาดไว้เดิมแค่ร้อยละ 2ผลที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังทำให้คาดหมายล่วงหน้าต่อไปถึงปี 2569 ว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกันคือแทนที่จะเป็นประมาณร้อยละ 1.7 ซึ่งตํ่าเตี้ยมาก...ก็จะกลายเป็นร้อยละ 2 หรืออาจทำได้สูงกว่านั้นสำนักงานที่ออกมาแจ้งข่าวดีนี้ก็คือ สภาพัฒน์ หน่วยงานต้นตำรับในการจัดทำ GDP ของประเทศนั่นเองวันนี้ผมขอหยิบยกข้อคิดความเห็นของบุคคลสำคัญทางด้านการเงินการธนาคารของประเทศอีกท่านหนึ่งมารายงานต่อ...ได้แก่ ท่านประธานสมาคมธนาคารไทย ผยง ศรีวณิช ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย อยู่ด้วยคุณผยง ซึ่งได้รับการยกย่องจาก วารสารการเงินธนาคาร ให้ดำรงตำแหน่งนักการเงินแห่งปี 2568 หมาดๆ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ความสำเร็จเกินคาดหมายที่เกิดขึ้น แม้เราจะเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศหลายอย่าง...สะท้อนถึงประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำงานอย่างมืออาชีพแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มีการประสานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทำให้มาตรการต่างๆออกแบบมาตรงจุด โปร่งใส เกิดผลจริง สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand ที่เน้นการร่วมออกแบบและร่วมขับเคลื่อนอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายนํ้าที่สำคัญการสื่อสารเชิงนโยบายตรงไปตรงมาเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านวินัยการคลัง กรอบการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และบริษัทจัดอันดับเครดิตต่างๆโจทย์สำคัญจากนี้เป็นต้นไปจะไม่ใช่เพียงการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือการสร้าง Trust and Confidence (ความเชื่อถือและความมั่นใจ) ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง“โมเมนตัมเศรษฐกิจ ปลายปี 2568 ดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้เกิด Positive Surprise ต่อเนื่องในปี 2569 นำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ พลิกฟื้นประเทศไทยให้กลับมาโดดเด่นในภูมิภาคได้อีกครั้ง” ประธานสมาคมธนาคารไทยกล่าวส่งท้ายผมเห็นด้วยกับความคิดและข้อเสนอแนะของท่านประธานสมาคมธนาคารไทยอย่างยิ่ง ว่า ณ นาทีนี้ “โมเมนตัมทางเศรษฐกิจ” ได้กลับมาเกิดขึ้นแล้วแก่ประเทศไทยคำว่า Momentum เป็นศัพท์ทางฟิสิกส์ที่มีคำจำกัดความทางวิชาการค่อนข้างชวนให้เวียนหัว สำหรับพวกเราที่ตกวิชาฟิสิกส์... แต่ใน “ภาษากีฬา” นักข่าวกีฬาเขาเอามาใช้อธิบายอย่างง่ายๆว่า โมเมนตัมก็คือจังหวะในการเล่นของทีมใดทีมหนึ่ง...ซึ่งเริ่มเข้ารูปเข้ารอย...บุกก็ดี...รับก็ดี...ทำคะแนนได้เรื่อยๆตามจังหวะที่ควรได้คะแนนนิยมใช้ในการรายงานสด “อเมริกันฟุตบอล” อย่างเช่นซุปเปอร์โบว์ลปีนี้เราก็ได้ยินผู้บรรยายพูด “โมเมนตัม” เป็นของทีม “เหยี่ยวทะเล” แล้ว รักษาโมเมนตัมไว้ให้ดี เดี๋ยวเหยี่ยวทะเลก็ชนะความหมายและความปรารถนาของท่านประธานสมาคมธนาคารไทย ก็ในทำนองเดียวกันนี่แหละครับ...จังหวะการเล่นจังหวะการขับเคลื่อนของ “เศรษฐกิจไทย” กลับมาดีมาก...จะรักษา “โมเมนตัม” ที่ดีนี้ต่อไปได้อย่างไร...ถ้ารักษาได้...ประเทศไทยก็มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาโดดเด่นในภูมิภาคอีกครั้งเนื้อที่หมดพอดีเลย...จะทำได้หรือไม่ได้อย่างไร? เอาไว้เฉลยในฉบับวันจันทร์ก็แล้วกันนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม