กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือประสาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีคณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการบุกรุกแผ้วถางและเข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ท้องที่หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตจำนวนเนื้อที่ประมาณ 15-3-71 ไร่ผู้ที่เข้าไปยึดถือครอบครองได้กล่าวอ้างต่อคณะเจ้าหน้าที่ว่า ที่ดินดังกล่าวมีเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 283 หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ที่ดินที่เกิดเหตุ “ทับซ้อน” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และอยู่ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ จึงเชื่อได้ว่าเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ที่นำมากล่าวอ้าง ไม่ตรงกับตำแหน่งแปลงที่ดินที่เกิดเหตุอาจเข้าข่ายรุกที่อุทยานกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนและเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และที่สาธารณประโยชน์ เป็นพื้นที่ทรัพยากรที่มีค่าของแผ่นดิน อยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ตเป็นพื้นที่สำคัญมูลค่าที่ดินสูง เป็นแหล่งเศรษฐกิจของประเทศเป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน กระทบต่อระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ นำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษให้รับเป็นคดีพิเศษต่อมาคณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้รับกรณีดังกล่าวไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษมอบให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหน่วยงานเจ้าของเรื่องร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เจ้าหน้าที่อำเภอถลาง และผู้ปกครองท้องที่ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุภายในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถใช้เครื่องมืออากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินตรวจสอบสภาพพื้นที่และจัดทำแผนที่เกิดเหตุ ทำการสอบปากคำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆไว้ประกอบการสอบสวน ต้องคอยติดตามผลการตรวจสอบว่าจะมีทิศทางเป็นแบบไหนเชื่อว่าเป็นอีกคดีสำคัญที่คนไทยจับตา.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ "เลขที่1 วิภาวดีฯ" เพิ่มเติม