จากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนที่ตกน้อย แหล่งน้ำมีปริมาณน้ำจำกัด การประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบพิจารณา (ร่าง) มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 เพิ่มเติมตลอดช่วงฤดูฝนเพื่อรองรับ สถานการณ์เอลนีโญ เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. เพื่อทราบ และให้หน่วยงานถือปฏิบัติต่อไปมาตรการที่ 1 จัดสรรน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วางแผนการระบายน้ำโดยจัดลำดับความสำคัญตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ำแต่ละลุ่มน้ำกำหนด เพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญมาตรการที่ 2 ควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง โดยมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องมาตรการที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ...การใช้น้ำภาคการเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืช เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ อาทิ ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปรับปรุงระบบการให้น้ำพืช นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้นการประหยัดน้ำของหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)และทุกหน่วยงานภาครัฐ วางแผน ลดการใช้น้ำของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมประชาสัมพันธ์รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกภาคส่วน ส่งเสริมสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้ระบบ 3R เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำต่างๆและลดการสูญเสียน้ำในระบบประปาและระบบชลประทาน โดยการปรับรอบเวรการส่งน้ำให้สอดรับกับปริมาณความต้องการน้ำของพื้นที่ ซึ่งจะดำเนินการในตลอดช่วงฤดูฝน ปี 2566นอกจากนี้ กอนช.ได้คาดการณ์ปริมาตรน้ำ ณ วันที่ 1 พ.ย.66 อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ 35 แห่ง ทั้งประเทศจะมีปริมาตรน้ำ 49,688 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำใช้การ 26,142 ล้าน ลบ.ม. จะน้อยกว่าปี 2565 ประมาณ 9,711 ล้านลบ.ม.สะ–เล–เต