ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูก หรือผิดก็ยังสงสัย เมื่อลองถาม Gemini ก็ได้คำตอบว่า สังคมไทยมอง ป.ป.ช.ว่า “ใช้มาตรฐานไม่เท่ากัน, เลือกปฏิบัติ, ล่าช้า, มีอคติทางการเมือง, ขาดความโปร่งใสในการให้เหตุผล”ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดประเด็นร้อนนี้ไว้ในเฟซบุ๊ก “มานะ นิมิตรมงคล” (24 เม.ย.69) พร้อมหยิบยกกรณีตัวอย่างเรื่องดังที่สังคมไทยพูดถึงและตั้งคำถาม1.คดีนายอิทธิพล คุณปลื้ม ทำคดีล่าช้าจนหมดอายุความ ศาลสั่งยกฟ้องโดยระบุว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ตั้งใจทำคดีให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา ทั้งที่พยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยกระทำผิดจริง 2.สินบนสวนปาล์ม อินโดนีเซีย มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ผู้ต้องหา 17 คน ผ่านไป 10 ปี ป.ป.ช.มีมติไม่ชี้มูลความผิด3.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างแหวนเพชรเป็นของแม่ นาฬิกาหรูเป็นของเพื่อน ป.ป.ช.เชื่อว่าจริง 4.พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ อดีต ผบ.ตร. อ้างลืมระบุบ้านพักที่ลอนดอนมูลค่า 103 ล้านบาท ไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช. สุดท้าย ป.ป.ช. เชื่อว่าลืมจริง 5.พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปล่อยให้ลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหารแล้วประมูลงานจากกองทัพ และหน่วยราชการอื่น บัดนี้เกือบ 10 ปีแล้วไม่รู้เรื่องถึงไหน 6.อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้นาฬิกาหรู-กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ไม่เคยแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่น ป.ป.ช. แล้วอ้างว่ายืมของลูกสาวมาใช้ และเป็นของปลอม ราคาถูก สุดท้าย ป.ป.ช.เชื่อว่าจริง7.ข่าวฉาวพัวพัน 3 กรรมการ ป.ป.ช.คนหนึ่งมีคลิปหลุดคลุกคลีพลตำรวจเอกผู้อื้อฉาว คนที่สองเคยรับสินบนแลกช่วยเหลือคดีผู้มาวิ่งเต้น คนที่สามรับสินบนทองคำหนัก 246 บาท 8.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ศาล รธน.มีคำพิพากษาว่าผิดฐานซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช. ขยับปมแล้วตัดสินโดยเชื่อว่าเขาไม่ผิด เพราะไม่รู้ 9. เรื่องเก่าที่เงียบหายไป เช่น เครื่องตรวจหาระเบิด GT200 เรือเหาะตรวจการณ์ อุทยานราชภักดิ์ เป็นต้นดร.มานะ ย้ำว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ของ ป.ป.ช. จึงไม่ใช่แค่ “ตรงไปตรงมา” หรือไม่ แต่คือ “ความชอบธรรม” ในพฤติกรรมและคุณสมบัติ ที่ไม่สอดคล้องกับความคาดหวังหรือบรรทัดฐานของสังคม ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดตามมาอาจส่งผลต่อคะแนน CPI ของประเทศไทยก็เป็นได้ครับพลิกแฟ้มข้อมูลสะท้อนต่อเนื่องไปถึง คะแนน CPI... “เกรดความสะอาด” หรือ “สมุดพกความโปร่งใส”...ดัชนีรับรู้การทุจริต คะแนนที่บอกว่าประเทศนั้นๆ “ดูสะอาด” หรือ “ดูคอร์รัปชัน” แค่ไหนในสายตาชาวโลก จัดทำโดยองค์กรสากลที่ชื่อว่า Transparency International (TI) เป็นประจำทุกปีวิธีให้คะแนน เข้าใจง่ายๆให้นึกถึงเกรดเฉลี่ย เขาจะให้คะแนนตั้งแต่ 0–100 ถ้าได้ 0 คะแนน คือ ทุจริตเต็มไปหมด โปร่งใสน้อยที่สุด (สอบตกอย่างรุนแรง)...ถ้าได้ 100 คะแนน คือ สะอาดมาก แทบไม่มีการคอร์รัปชันเลย (เกรด A+) คะแนน CPI ของประเทศไทยปีล่าสุด (2568/2569) ที่เพิ่งประกาศออกมา ซึ่งสะท้อนสภาวะ “สาละวันเตี้ยลง” อย่างน่ากังวลใจ ได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนน และรั้งอันดับที่ 116 ของโลกนี่ไม่ใช่แค่การลดลงของตัวเลขธรรมดา แต่...ระดับที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเราหล่นมาอยู่อันดับที่ 7 ของอาเซียน ตามหลังแม้กระทั่งเวียดนามและลาวหลายเสียงตั้งข้อสังเกต เหตุไฉน? ทำไม? จึงเป็นเช่นนี้ ไม่น้อย...พุ่งเป้าความน่ากังขาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่ “ปัจจัยเชิงโครงสร้าง” ที่ฉุดรั้งเราไว้เริ่มจาก...กระบวนการยุติธรรมที่ถูกตั้งคำถาม คะแนนจากแหล่งข้อมูลอย่าง World Justice Project (WJP) และ Varieties of Democracy (V-Dem) สะท้อนว่า ความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการและการบังคับใช้กฎหมายมีความลักลั่น มีการเลือกปฏิบัติ หรือ “สองมาตรฐาน” ที่ชัดเจนขึ้นในสายตาโลกหรือไม่?ถัดมา...การทุจริตเชิงนโยบายและทุนผูกขาด ปัญหาเรื่องการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ ความใกล้ชิดระหว่าง “กลุ่มทุน” กับ “อำนาจรัฐ” และการอนุมัติโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ขาดความโปร่งใส ทำให้ภาคธุรกิจมองว่า “เส้นสาย” สำคัญกว่า “ความสามารถ” หรือไม่? สุดท้าย...กลไกตรวจสอบที่เป็นง่อย องค์กรอิสระที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบกลับถูกมองว่ามีที่มาหรือยึดโยงกับขั้วอำนาจทางการเมือง ทำให้บทบาทในการปราบปรามทุจริตเป็นไปแบบ “เลือกข้าง” หรือ “เกียร์ว่าง” ในคดีสำคัญหรือไม่?ประเด็นสำคัญมีอีกว่า เมื่อความโปร่งใสถดถอย สิ่งที่ตามมาคือ “ต้นทุนแฝง” ของประเทศ เกิดผลกระทบลูกโซ่... ความกังขาที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ “ไทย” กำลังพยายามเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งเน้นมาตรฐานธรรมาภิบาลสูงมาก คะแนน CPI ที่ดิ่งเหวเช่นนี้เปรียบเสมือนใบแดงที่ขวางกั้นความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าโลกนักลงทุนต่างชาติมอง “คอร์รัปชัน” เป็น “ภาษีมืด” หากประเทศเพื่อนบ้านมีคะแนนความโปร่งใสดีกว่า เช่น เวียดนามที่พุ่งขึ้นมา เม็ดเงินลงทุนจะไหลออกจากไทยอย่างรวดเร็ว ต้องยอมรับความจริงที่ว่า...สภาวะสาละวันเตี้ยลงคะแนน CPI ของไทยไม่ได้เกิดจากความ “ไม่รู้” ว่าจะแก้ทุจริตอย่างไร เพราะเรามีกฎหมายและหน่วยงานล้นมือ แต่เกิดจาก “การขาดเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริง”... หรือเปล่า?ตราบใดที่การ “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” ยังติดกับดักความขัดแย้งทางการเมือง และการตรวจสอบภาคประชาชนยังถูกจำกัดพื้นที่...คะแนน CPI ของไทยก็ยากจะเงยหัวขึ้นได้เพราะ “คอร์รัปชัน” ในปัจจุบันได้กลายพันธุ์จาก “การรับเงินใต้โต๊ะ” ไปสู่ “การใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อประโยชน์พวกพ้อง” อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว?คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม